top of page
อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์สารบัญ
Mathematical Financial Derivativesพิมพ์หน้านี้
ฉบับร่างระหว่างตรวจทาน · ตรวจเทียบต้นฉบับแล้ว 0/600 หน้า · อีก 600 หน้าเป็นร่างที่ยังต้องตรวจ

บทที่ 11 สัญญาแคป ฟลอร์ คอลลาร์และสวอปชัน

หน้าพิมพ์ 433–504 · PDF 445–516

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 สัญญาแคป ฟลอร์ คอลลาร์และสวอปชัน
เนื้อหาประกอบด้วย
11.1 ทฤษฎีของฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน
11.2 เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด
11.3 ออปชันของสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้อัตราดอกเบี้ยแปรผัน
11.4 สัญญาแคปอัตราดอกเบี้ย สัญญาฟลอร์และสัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย
11.5 สัญญาสวอปชัน

บทนำ

         สั ญญาแคป (cap) สั ญ ญาฟลอร์ (floor) สัญ ญาคอลลาร์ (collar) และสัญ ญาสวอปชั น
(swaption) เป็นเครื่องมือหนึ่งในจัดการความเสี่ยงทางการเงินซึ่งมีความซับซ้อนและผันผวนมากใน
ตลาดทุนโลก การมีความรู้ความเข้าใจที่ถ่องแท้ในสัญญาเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์ในการจัดการความ
เสี่ยงทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน
หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ตาม
         สั ญ ญาแคป (cap agreement) และ สั ญ ญาฟลอร์ (floor agreement) คื อ สั ญ ญาทาง
การเงินที่ช่วยให้ผู้ถือสัญญาสามารถจัดการการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยคือ
จำกัดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในอนาคต ช่วยลดความผันผวน
และจำกัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
         สัญญาคอลลาร์ (collar agreement) เป็นสัญญาที่เกิดจากการรวมกันของสัญญาแคปและ
สัญญาฟลอร์ ทำให้ผู้ทำสัญญาสามารถกำหนดช่วงของอัตราดอกเบี้ยที่ต้องการจำกัด มีอัตราดอกเบี้ย
สูงสุด (cap rate) และอัตราดอกเบี้ยตํ่าสุด (floor rate) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
         ส่ ว นสั ญ ญาสวอปชั น (swaption) หรื อ ออปชั น สวอป (swap option) เป็ น สั ญ ญาที่
ผสมผสานระหว่างสวอปอัตราดอกเบี้ยและออปชัน สวอปชันเป็นเครื่องมือหนึ่งในการรับประกัน

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

434                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
ระดับดอกเบี้ยที่แน่นอนสำหรับการกู้ยืมระยะยาวในอนาคตหรือการฝากเงินระยะยาว ช่วยป้องกัน
ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยสัญญาสวอปชันให้
สิทธิแก่ผู้ถือเข้าทำสัญญา swap แบบจ่ายคงที่-รับลอยตัว (payer swaption) หรือ ให้สิทธิแก่ผู้ถือ
เข้าทำสัญญา swap แบบรับคงที่-จ่ายลอยตัว (receiver swaption) สวอปชันให้ผู้ถือสัญญามีความ
ยืดหยุ่นในการตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิตามสัญญาสวอปหรือลบล้างสัญญาสวอป นับว่าเป็นเครื่องมือที่มี
ประโยชน์ในการจัดการความเสี่ยงทางการเงินและการวางแผนการเงินระยะยาว
        ในบทที่ 11 นี้ จะอธิบายความหมายและการทำงานของสัญญาแคป สัญญาฟลอร์ สัญญา
คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน รวมถึงการกำหนดราคาและการประเมินมูลค่าของสัญญาดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังเปรียบเทียบความแตกต่างของสัญญาเหล่านี้และความเหมาะสมของแต่ละสัญญาใน
สถานการณ์ที่แตกต่างกัน

11.1 กรอบโครงสร้างของตัวแบบ ฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน

        ตัวแบบของ ฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน หรือตัวแบบ HJM (heath-jarrow-morton : HJM) คือตัว
แบบทางการเงินที่ใช้ในการวิเคราะห์อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าหรืออัตราดอกเบี้ยฟอร์เวิร์ด (forward
rate) ตัวแบบ HJM พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยฟอร์เวิร์ดโดยตรง ซึ่งต่างจากตัว
แบบการเงินอื่น ๆ ที่พยายามจะพยากรณ์หรือจำลองอัตราดอกเบี้ยทันที (spot rate) ตัวแบบนี้ได้รับ
การคิดขึ้นโดยเดวิด ฮีธ (David Heath) โรเบิร์ต จาร์โรว์ (Robert Jarrow) และ แอนดรูว์ มอร์ตัน
(Andrew Morton) ในปี ค.ศ.1992
        กรอบโครงสร้างของตัวแบบ ฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน มีหลักการภายใต้เงื่อนไข 3 ประการ คือ
        1) อัตราดอกเบี้ยฟอร์เวิร์ดไม่เป็นการเคลื่อนที่สุ่ม
        การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยฟอร์เวิร์ดต้องสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวทางการเงิน
ทั่วไป ซึ่งมักจะถูกแทนที่ด้วยอัตราดอกเบี้ยสั้น
        2) ไม่มีการขาดทุนจากการคาดการณ์



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                  435
        ตั ว แบบ HJM จะต้ อ งสามารถป้ อ งกั น การขาดทุ น จากการคาดการณ์ ที่ ผ ิ ด พลาด หาก
คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและใช้ข้อมูลนั้นในการทำรายการทางการเงินจะ
สามารถทำกำไรได้โดยไม่มีความเสี่ยง
        3) ความสามารถในการพยากรณ์ราคา
        ตัวแบบ HJM ต้องสามารถใช้ในการพยากรณ์ราคาของตราสารทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ
อัตราดอกเบี้ ย ราคาของสิน ค้า ทั้ งหมดที ่มี ความสัมพันธ์กับ อัตราดอกเบี้ย จะต้ องสอดคล้ องกั บ
หลักการปราศจากการทำกำไรโดยไม่มีความเสี่ยง (no-arbitrage principle)
        ตัวแบบ HJM ใช้สมการสัมพันธ์กับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (volatility structure)
ซึ่งใช้ความผันผวนในอดีตเพื่อพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยฟอร์เวิร์ด โดยตัวแบบ
HJM สามารถทำงานกับอัตราดอกเบี้ยที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ในทางปฏิบัติการหาผลเฉลยรูปปิดของ
สมการของตัวแบบ HJM นั้นทำได้ยาก จำเป็นต้องใช้เทคนิคการทำความเข้าใจที่ซับซ้อน อย่างไรก็
ตาม ตัวแบบนี้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ อัตราดอกเบี้ย ที ่ มี
โครงสร้างที่ซับซ้อน
        กำหนดอายุครบกำหนด T ≥ 0 สำหรับเวลา t ใดๆ ตัวประกอบส่วนลด (discount factor),
Pt T ภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็น Q กำหนดโดย นิยามอยู่ในรูป

                                         T         
                          =Pt T EtQ exp  − ∫ rs ds                                    (11.1)
                                        t          

ในที่นี้อาจพิจารณา PtT เป็นราคาปัจจุบันของพันธบัตรที่นักลงทุนยินดีจ่ายในปัจจุบัน ( t ) เพื่อแลก
กับเงิน 1 หน่วยที่จะได้รับในอนาคต ณ เวลา T โดยคำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยที่ปราศจากความเสี่ยง
และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนั้นตลอดช่วงเวลา t ถึง T

11.1.1 อัตราฟอร์เวิร์ดทันที (instantaneous forward rate)

         อัตราฟอร์เวิร์ดทันที เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ใช้สำหรับสัญญาซื้อขายตราสารหนี้ระหว่างสอง
เวลา ซึ่งอัตรานี้ถูกกำหนดจากราคาตลาดของตราสารหนี้ในปัจจุบัน โดยอัตราฟอร์เวิร์ดทันทีแสดงถึง


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

436                                                                             อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
 อัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับในช่วงเวลาเล็ก ๆ ในอนาคตที่กำหนดจากเวลาปัจจุบัน ในที่นี้จะเขียน
 แทนอัตราฟอร์เวิร์ดทันที ด้วยสัญลักษณ์ f (t , T ) กำหนดโดย
                                            Q           T                
                                            Et exp  − ∫ rs ds            
                                         1             t                   ∂ ln ( Pt T )
                     f (t , T ) =lim
                                 ∆T → 0 ∆T
                                                                          − 1 =−                             (11.2)
                                            E Q exp  −
                                                          T +∆T
                                                                                    ∂T
                                             t 
                                                 
                                                       
                                                        t
                                                            ∫   rs ds  
                                                                         
                                                                              
                                           
 สมมติว ่ า มี ความเสี ่ ย งจํ า นวน N ปั จ จั ย ซึ ่ งแต่ ล ะปัจ จัย นั้น เกิดจากการเคลื่อนที่บ ราวน์ ที่ไม่ มี
                               1, 2,..., N สมมติว่าภายใต้ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความ
 ความสัมพันธ์กัน, W , t > 0, k =
                           t
                               k



 เสี่ยง, P สอดคล้องกับสมการ
         t
             T



                                    dPtT                   N
                                    =
                                     PtT
                                         µ ( t , T ) dt + ∑
                                                          k =1
                                                               σ k ( t , T ) dWt k                             (11.3)
 เมื่อ µ ( t , T ) , σ k ( t , T ) เป็นอัตราดริฟท์ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (instantaneous
 mean) และค่าความผันผวน ตามลำดับ สมมติว่าภายใต้ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
                                                    µ ( t , T ) = rt                                           (11.4)
                                    ∂ ln ( Pt ) 
                                               T
                    1  1
 เมือ่ rt ≡ ∆lim      
              t → 0 ∆t P t +∆t
                               − 1 = −           เป็นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (short-term rate)
                       t              ∂T 
                                                  T =t

 ดังนั้นจากสมการ (11.4) จะได้ว่า
                                          dPtT           N
                                            = T
                                                rt dt + ∑ σ k ( t , T ) dWt k                                  (11.5)
                                           Pt           k =1


 โดยการประยุกต์บทตั้งของอิโต้ ได้ว่า
                       1 N               N
                               rt dt + ∑ σ k ( t , T ) dWt k −
                        ∑σ k ( t , T )σ k ( t , T ) dt
                     d ln Pt T =                                                                               (11.6)
                  =k 1=2k 1
 จากสมการ (11.6) หาอนุพันธ์ย่อยเทียบตัวแปร T ได้
                 ∂ ln PtT  ∂             ∂  N                   1 ∂  N                                  
                          =  ( rt dt ) +  ∑σ k ( t , T ) dWt k  −     ∑   σ k ( t , T )σ k ( t , T ) dt 
                   =∂T    ∂T            ∂T  k 1 =               2 ∂T  k 1                               
     ∂σ k ( t , T )      N    N  ∂σ
                                       k (t,T ) 
 ∑    − df (t , T )
       =
         ∂T
                      dWt
                           k
                             − ∑  
                                       ∂T
                                                 σ k ( t , T ) dt
=   
 k 1=                         k 1             



 วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                             437
               ∂σ k ( t , T )            N  ∂σ
                                              N
                                                  k ( t , T )   ∂σ k ( t , s )
                                                                 T
                                                                                    
           ∑                    ( t ) ∑                      ∫                                                                                  (11.7)
                                      k
                     df (t , T )
                      =          d −W   +                                        ds  dt
          =    ∂T
           k 1=                          k 1    ∂T           t    ∂s            
              เนื่องจาก −W เป็นการเคลื่อนที่บราวน์เช่นเดียวกับ W เพื่อความสะดวกเขียน −W แทนด้วย
                                 t
                                     k
                                                                                            t
                                                                                                k
                                                                                                                                           t
                                                                                                                                               k



               Wt k เช่นเดิม ดังนั้นจะได้ว่า
                                          N  ∂σ k ( t , T )   T ∂σ k ( t , s )          N  ∂σ
                                                                                                    ( t , T )  dW k
                       df (t , T )       ∑  
                                                 ∂T
                                                              ∫
                                                                       ∂s
                                                                                 ds  dt + ∑  k
                                                                                                   ∂T
                                                                                                               t                                   (11.8)
                                            
                                         k 1=                 t                         k 1               

              สมการ (11.8) เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “สมการฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน (Heath-Jarrow-Morton equation:
              HJM) สัมประสิทธิ์ ∂σ ( t , T ) แทนสัดส่วนของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราฟอร์เวิร์ด f (t , T )
                                                  k

                                                  ∂T

              จากปัจจัยที่ k ข้อสังเกตคือ สัมประสิทธิ์ ∂σ ( t , T ) ค่าความผันผวนของอัตราฟอร์เวิร์ด
                                                                                k

                                                                                ∂T
              เนื่องจาก
                ∂σ ( t , T )             N           N    ∂σ ( t , T )
 cov ( df (t , T1 ), df (t , T2 ) )
 =              k                  dt ≡ ∑ (σ k′ ( t , T1 ) ) (σ k′ ( t , T2 ) ) dt
                                                       ∑         k

        ∂T        ∂T              
   =
      
     1=
    k=
               
           T T1=               T T2       k 1


                                                                                                                                                    (11.9)
              รูปสมการเชิงอนุพันธ์ (11.8) สามารถเขียนในรูปสมการเชิงปริพันธ์ได้ในรูป
                       t
                          N  ∂σ ( s, T )   T ∂σ k ( s, u )           N t
                                                                                 ∂σ k ( s, T ) 
           f (0, T ) + ∫  ∑  k
f (t , T ) =
                                            ∫              du  
                                                                   
                                                                     ds + ∑   ∫                 dWs
                                                                                                     k
                                                                                                                                                   (11.10)
=                             
                       0  k 1=
                                 ∂T         s      ∂u                 k 1 0      ∂T        

              โดยเฉพาะอย่างยิ่ง T = t เนื่องจาก f (t , t ) = rt จะได้ว่า
                   t
                      N  ∂σ ( s, t )   t ∂σ k ( s, u )           N t
                                                                             ∂σ k ( s, t ) 
       f (0, t ) + ∫  ∑  k
    rt =
                                        ∫              du  
                                                               
                                                                 ds + ∑   ∫                 dWs
                                                                                                 k
                                                                                                                                                   (11.11)
   =                      
                   0  k 1=
                             ∂t         s      ∂u                 k 1 0      ∂t        
                                                                                                          −1/ 2

              กำหนดให้ Z t เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ซึ่ง dZt =  ∑ (σ k′ (t , t ) )2   ∑σ k′ (t , t )dWt k 
                                                                 N                         N


                                              =                k 1=                  k 1                    


              และเพื่อความสะดวกในที่นี้ให้ ∂σ ( s, T )         k
                                                                                ≡ σ k′ ( s, t ) และ
                                                                                                      ∂ 2σ k ( s , T )
                                                                                                                                ≡ σ k′′ ( s, t ) จะได้ว่า
                                                                ∂T       T =t
                                                                                                          ∂T 2           T =t



                                          =drt µr (t )dt + σ r (t )dZ t                                                                            (11.12)
              เมื่อ

              วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

438                                                                                      อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                        N  t
                               t   N t
        f ′(0, t ) + ∑ ∫  ( σ k′ ( s, t )) + (σ k′′ ( s, t ) )  ∫ σ k′ ( s, u )du   ds + ∑ ∫ σ k′′ ( s, t ) dWsk   (11.13)
                             2
µr (t ) =
                                  
                          0
                       k 1=    s  k 1 0

                                                                 N

                                                                ∑ (σ ′ ( t , t ) )
                                                                                     2
และ                                                σ r (t ) =           k                                              (11.14)
                                                                 k =1


จากสมการ (11.13) จะเห็นว่า ในกรณีที่ ค่าความผันผวนเท่ากับศูนย์ µr (t )= rt=′ f ′(0, t ) นั่นคือ
อัตราดริฟท์ของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเท่ากับความชันของเส้นโค้งของอัตราฟอร์เวิร์ดซึ่งขึ้นอยู่กับค่า
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในอดีต




 รูปที่ 11.1 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น euribor ระยะ 3 เดือน เปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น
                    อัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังสหรัฐอายุ 3 เดือน (อัตราดอกเบี้ยจริง)

          เพื่อความเข้าใจพิจารณาตัวอย่างการคำนวณเชิงตัวเลขเพื่อหาอัตราฟอร์เวิร์ดทันที f (t , T )
และตัวประกอบส่วนลด P(t , T ) ดังต่อไปนี้

 ตัวอย่างที่ 11.1 กำหนดข้อมูลดังต่อไปนี้ สมมติให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt = 3% จำนวน
 ปัจจัย N = 1 จงใช้คำนวณหาตัวประกอบส่วนลด PtT และ อัตราฟอร์เวิร์ดทันที f (t , T )
 วิธีทำ 1) การคำนวณตัวประกอบส่วนลด PtT
 จากนิยามของ PtT ตามสมการที่ (11.1) และ จากข้อมูลที่กำหนดให้ rs = 0.03
                                (           )
 จะได้ PtT = Q exp − ∫t rs ds  = e−0.03(T −t )
                       
                                    T




            2) การคำนวณอัตราฟอร์เวิร์ดทันที f (t , T ) โดยใช้สมการ (11.2)
                        ∂ ln ( Pt T )   ∂ ln ( e −0.03(T −t ) )    ∂ (−0.03(T − t ))
 จะได้     f (t , T ) =
                      −               =
                                      −                         =−                   0.03
                                                                                     =                                   
                            ∂T                  ∂T                       ∂T

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                        439
11.1.2 ตัวแบบ HJM-1 ปัจจัย และ σ ′(t , T =) σ= ค่าคงที่

          สำหรับตัวแบบ HJM-1 ปัจจัย และ σ ′(t , T =) σ= ค่าคงที่ นั่นคือ
           T
                = (T − t )σ จากสมการ (11.8) จะได้ว่า
σ (t , T=) ∫ σ ds
           t

                                           T       
                           df (t , T ) = σ  ∫ σ ds  dt + σ dWt = σ 2 (T − t ) dt + σ dWt                   (11.15)
                                           t       
โดยการอินทิเกรตเทียบ t จะได้
                                                                          t2 
                                                   ) f (0, T ) + σ 2  Tt −  + σ Wt
                                           f (t , T=                                                         (11.16)
                                                                          2

เรียกตัวแบบ HJM-1 ปัจจัย ในกรณีที่ σ ′(t , T =) σ= ค่าคงที่ ว่า “ตัวแบบโฮ-ลี (ho-lee model)”
จากสมการ (11.16) แทน T = t จะได้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น
                                                                                      σ 2t 2
                                                      rt = f (t , t ) = f (0, t ) +          + σ Wt          (11.17)
                                                                                        2
                              σ 2t 2
นั่นคือ σ Wt =
             rt − f (0, t ) −                    เมื่อแทนในสมการ (11.16) จะได้ว่าสามารถเขียนอัตราฟอร์เวิร์ด
                                2
 f (t , T ) ในรูปอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt โดย

                                , T ) f (0, T ) − f (0, t ) + rt + σ 2t (T − t )
                            f (t=                                                                            (11.18)
                           ∂ ln ( Pt T )
เนื่องจาก f (t , T ) = −                   และจากสมการ (11.16) ได้ว่า
                                ∂T
                      T                        T                          t2         
          Pt T = exp  − ∫ f (t , s )ds  = exp  − ∫  f (0, s ) + σ 2  st −  + σ Ws ds 
                                                                             2             
                      t                        t                                       
                       T                       T 2       t2             T           
               = exp  ∫
                        −  f (0, s )ds    exp  ∫ 
                                                     − σ   st −     ds
                                                                       exp  − ∫ σ Ws ds  
                       t                       t         2              t           

                   − σ Tt (T −t )   − ∫ σ Ws ds 
                                             T
                       2


               =P eT     2
                                    e t                                                             (11.19)
                  0
                                                
                                                

                                             − σ Tt (T −t )   − ∫ σ Ws ds 
                                                                        T
                                                 2


นั่นคือ                                T
                                     Pt = P  e   T 2
                                                              e t                                         (11.20)
                                                0
                                                                          
                                                                           



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

440                                                                  อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
สูตรของตัวประกอบส่วนลด P ตามสมการ (11.20) สามารถใช้ในการหาสูตรรูปปิดสำหรับการ
                                     t
                                         T



กำหนดราคาอนุพันธ์ของอัตราดอกเบี้ยเช่น สัญญาแคป สัญญาฟลอร์ เป็นต้น ซึ่งสามารถศึกษา
รายละเอียดเพิ่มเติมของตัวแบบโฮ-ลีในบทที่ 7

 ตัวอย่างที่ 11.2 พิจารณาพันธบัตรที่มีอายุ 2 ปี เราต้องการจำลองราคาพันธบัตรในช่วงเวลา
 ต่างๆ โดยใช้ตัวแบบ HJM (heath-jarrow-morton) โดยสมมติว่า อัตราผลตอบแทนล่วงหน้า
 เริ่มต้น f (0, T ) = 5% , ค่าความผันผวน σ = 2% , วันครบกำหนด T = 2 ปี จงคำนวณหา
           1) อัตราผลตอบแทนล่วงหน้า f (t , T ) ที่เวลา t = 0.5
           2) ราคาพันธบัตร PtT ที่เวลา t = 0.5
 วิธีทำ 1) คำนวณอัตราผลตอบแทนล่วงหน้า f (t , T )
                                                                          2
                                                                               
 จากส มการตั ว แบบ HJM (11.16), f (t , T=) f (0, T ) + σ 2  Tt − t  + σ Wt แล ะข้ อ มู ล ที่
                                                                          2
                                                                  t2 
 กำหนดให้                       f (t , 2) = 0.05 + (0.02) 2  2t −  + 0.02Wt
                                                                  2
 ดังนั้น อัตราผลตอบแทนล่วงหน้า f (t , T ) ที่เวลา t = 0.5 ,
                                            2  (0.5) 2 
            f (0.5, 2) =
                       0.05 + (0.02)  2(0.5) −          + 0.02Wt
                                                 2 
             = 0.05035 + 0.02Wt
 เนื่องจาก Wt เป็นกระบวนการการเคลื่อนที่บราวน์ โดยทั่วไปแล้ว Wt แสดงถึงความผันผวนทาง
 สุ่มในตลาดการเงินและเป็นฟังก์ชันของเวลา t และ Wt  N (0, t ) สำหรับในตัวอย่างนี้ เรา
 สามารถใช้ค่าเฉลี่ยของ Wt ที่เท่ากับ 0 เพื่อความง่ายในการคำนวณจะกำหนด Wt = 0
 ดังนั้น f (0.5,
             =   2) 0.05035 + 0.02= × 0 0.05035
                                    T
          2) คำนวณราคาพันธบัตร Pt
                             − σ Tt (T −t )   − ∫ σ Ws ds 
                                                      T
                                 2


 จากสมการ (11.20), Pt = P0  e 2   e t 
                     T    T

                                                         
                                                             
                             T       σ 2T (T − t ) 
                                      T
                              P exp  −
                           Pt =
                                    
                                     0
                                            2
                                                              T
                                                                 (
                                                     exp − ∫t σWs ds
                                                    
                                                                                   )
 สมมติว่า P0T = 1 (ราคาพันธบัตรที่ t = 0 ) และ Ws = 0
           (0.02) 2 ⋅ 2 ⋅ (2 − 0.5) 
                                      ≈ 0.9994                                              
   T
 P0.5
 =    exp  −
                      2             

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                              441
       11.1.3 ตัวแบบ HJM- 1 ปัจจัย และ σ ′(t , T ) = σ e                   −κ (T − t )




                 ตัวแบบ HJM- 1 ปัจจัย และ σ ′(t , T ) = σ e κ              − (T − t )
                                                                                         ในกรณีนี้ค่าความผันผวนของอัตราฟอร์
       เวิ ร ์ ด มี ก ารเปลี ่ ย นแปลงลดลงเมื ่ อ อายุ ค รบกํ า หนดของสั ญ ญา T มี ค ่ า เพิ ่ ม ขึ ้ น โดยที่ เ งื ่ อนไข
       σ ′(t , T ) = σ e−κ (T −t ) เป็นการกำหนดความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตัวแบบ HJM-1 ปัจจัย
       เดียว มีความหมายดังนี้
                 1) σ เป็นค่าคงที่ที่แสดงถึงความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลา t
                 2) e−κ (T −t ) เป็นตัวประกอบที่ลดทอนค่าความผันผวนตามเวลาที่ผ่านไป โดยมี κ เป็น
       ค่าเฉลี่ยการวกกลับ (mean reversion rate)
       โดยเงื่อนไขในข้อ 2) นี้ หมายความว่าความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยจะลดลงตามเวลาที่ใกล้วันครบ
       กำหนด T และความผันผวนนี้จะถูกควบคุมโดยค่า κ หาก κ มีค่าสูง การวกกลับสู่ค่าเฉลี่ยจะเร็ว
       ขึ้นทำให้ความผันผวนลดลงอย่างรวดเร็ว
                 ตัวแบบ HJM -1ปัจจัย กรณี σ ′(t , T ) = σ e              −κ (T − t )
                                                                                         สำหรับอัตราฟอร์เวิร์ดจะอยู่ในรูป
                            T                     
=df (t , T ) σ e −κ (T −t )  ∫ σ e −κ ( s −t ) ds  dt + σ e −κ (T −t ) dWt
                            t                     
                              σ 2 −κ (T −t ) −2κ (T −t )
                          =
                              κ
                                 ( e        −e           ) + σ e −κ (T −t ) dWt                                          (11.21)
       อินทิเกรตเทียบ t ของทั้ง 2 ข้างของสมการ จะได้
                                                                                   t
                                          σ2              σ2
                  f (t , T ) = f (0, T ) + 2 (1 − e ) − 2 (1 − e
                                                   −κ T 2
                                                                            )
                                                                 −κ (T − t ) 2
                                                                               + σ ∫ e −κ (T − s ) dWs                       (11.22)
                                          2κ              2κ                       0
                                            t

       กำหนดตัวแปรสถานะ X t = σ ∫ e−κ (t − s ) dWs ซึ่งได้ว่า
                                            0
                                                     t                       t
          =                  e −κ (T −t ) ∫ e −κ (t − s ) dWs σ ∫ e −κ (T − s ) dWs
           e −κ (T −t ) X t σ=                                                                                               (11.23)
                                                     0                       0

       เมื่อแทนใน (11.22) ทำให้ได้
                                                  σ2                   σ2
                                                       (          )
                                                              −κ T 2
                                                                          2 (
                                                                             1 − e −κ (T − t ) ) + e −κ (T − t ) X t
                                                                                                2
                       f (t , T ) = f (0, T ) +         1 − e        −                                                       (11.24)
                                                  2κ 2
                                                                       2κ
       และ
       วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

442                                                                                         อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                          σ2                   σ2
                                               (          )
                                                      −κ t 2
                                                                  2 (
                                                                     1 − e −κ ( t − t ) ) + e −κ ( t − t ) X t
                                                                                         2
             f (t , t ) = f (0, t ) +           1 − e        −
                                          2κ 2
                                                               2κ
                                  σ2
                     = f (0, t ) + 2 (1 − e −κ t ) + X t
                                                  2
                                                                                                                             (11.25)
                                  2κ
                                                                        σ2
                                                                           2 (
                                                                              1 − e −κ t ) + X t
                                                                                          2
นั่นคือ                                          rt = f (0, t ) +                                                            (11.26)
                                                                        2κ
          ตัวแบบจำลองอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ตามสมการ (11.26) เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “ตัว
แบบวาสิเซคดัดแปลงหรือตัวแบบฮัลล์-ไวท์ (modified vasicek model or hull-white model)”
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างตัวแบบโฮ-ลี และ ตัวแบบวาสิเซคดัดแปลง คือ หากพิจารณาอัตรา
ดอกเบี้ยระยะสั้นในลักษณะระยะยาว ( t → ∞ ) จากสมการ (11.17) จะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยระยะ
สั้น rt ตามตัวแบบโฮ-ลี นั้นลู่ออก เนื่องจากพจน์ทางขวาประกอบด้วยพจน์ σ t ของสมการ
                                                                                                                 2 2


                                                                                                                 2
(11.17) นั้นลู่ออก




           รูปที่ 11.2 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ตามตัวแบบโฮ-ลี นั้นลู่ออก เมื่อ t → ∞

ในขณะที่ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ตามตัวแบบฮัลล์-ไวท์ นั้นลู่เข้าเมื่อ t → ∞ นั่นคือเมื่อ t >> 1
                                                                    σ2
                                             rt ≈ f (0, t ) +            + X t ≡ rt∞                                         (11.27)
                                                                    2κ 2


ซึ่งพจน์ทางขวาของ (11.27) เป็นตัวแปรสุ่ม r มีการแจงแจงปกติ ซึ่งค่าเฉลี่ยของ r เท่ากับ
                                                                t
                                                                    ∞
                                                                                                                     t
                                                                                                                         ∞



                                                                    σ2
                                      µt∞ f (0, t ) +
                                      =                                                                                      (11.28)
                                                                    2κ
และความแปรปรวนของ r เท่ากับ       t
                                      ∞




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                            443
                                              t                   
                                                                    2
                                                                          t               
                                                                                            2

(σ ) = E ( rt − µt )  = E ( X t )  = E  σ ∫ e dWs   = σ E  ∫ e dWs  
   t
    ∞ 2       ∞    ∞ 2             2
                                                     −κ ( t − s )     2      −κ ( t − s )


                                               0                      0               
                t                                     s =t
                                            e −2κ ( t − s )    σ2                  σ2
          = σ 2 ∫ e −2κ ( t − s ) ds = σ 2                   =    (1 − e −2κ t ) ≈      (เมื่อ t >> 1 )        (11.29)
                0                           2κ  s = 0 2κ                           2κ


จะเห็นว่าเมื่อ t >> 1 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ตามตัวแบบฮัลล์-ไวท์จะมีการแจกแจงความน่าจะ
เป็นเชิงกำกับ (asymptotic probability distribution) ในที่นี้คือ rt∞>>1  N  f (0, t ) + σ , σ  ซึ่ง
                                                                                                            2   2
                                                                                                                     
                                                                                                           2κ 2κ 

กล่าวได้ว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt เคลื่อนที่วกกลับสู่ค่าเฉลี่ยของ rt เอง โดยจะเรียกพารามิเตอร์
κ ว่า “อัตราการวกกลับของค่าเฉลี่ย (rate of mean reverion)”
ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับในกรณีที่ T >> 1 จากสมการ (11.24) ได้ว่าอัตราฟอร์เวิร์ด

                                         f (t , T ) ≈ f (0, T ) + e −κ (T −t ) X t                               (11.30)




 รูปที่ 11.3 เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ตามตัวแบบฮัล-ไวท์ ค่าคาดหวังอัตราฟอร์เวิร์ด
                               และค่าคาดหวังอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เมื่อ T >> 1
 ตัวอย่างที่ 11.3 พิจารณาตัวแบบ HJM-1 ปัจจัยเดียว ในกรณีที่ σ ′(t , T ) = σ e−κ (T −t ) โดยมี
 ค่าพารามิ เตอร์ด ังนี้ อัตราดอกเบี้ ยล่ว งหน้าเริ่ มต้น f (0, t ) = 5% , ความผันผวน σ = 1% ,
 อัตราการกลับสู่ค่าเฉลี่ย κ = 0.1 , ระยะเวลา T = 10 ปี
         1) จงคำนวณค่าความผันผวน σ ′(t , T ) ณ เวลา t = 5 ปี
         2) จงคำนวณอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ณ เวลา t = 5 ปี โดยสมมติว่า X t ≈ 0.002
 วิธีทำ 1) คำนวณค่าความผันผวน σ ′(t , T ) ณ เวลา t = 5 ปี
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

444                                                                           อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                          σ ′(5,10) = 0.01e−0.1(10−5) = 0.006065
   ดังนัน้ ความผันผวน ณ เวลา t = 5 ปี จะเท่ากับ 0.006065 หรือประมาณ 0.61%
          2) คำนวณอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ณ เวลา t = 5 ปี
                                             σ2
                                                2 (
                                                   1 − e −κ t ) + X t โดยการแทนค่าข้อมูลที่โจทย์กำหนด
                                                               2
 จากสมการ (11.26),        rt = f (0, t ) +
                                             2κ
                          0.012
                              2 (
                                 1 − e −0.1(5) ) + 0.002 =
                                                2
 จะได้    r5 ≈ 0.05 +                                    0.052775 = 5.2775%                         
                         2(0.1 )

11.2 เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด

         เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด หรือตัววัดฟอร์เวิร์ด (forward measure) คือการวัดความน่าจะเป็นที่ใช้
ในการคำนวณความเสี่ยงในการเงินซึ่งเป็นการเปลี่ยนการวัดความน่าจะเป็นจากการวัดด้วยเมเชอร์
ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง (risk-neutral measure) มาใช้ตัววัดเมเชอร์ฟอร์เวิร์ดในการวัดค่า
คาดหวัง ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการดอกเบี้ยเงินกู้ ปกติเราจะต้องคำนวณค่าคาดหวังของ
ผลตอบแทนที่ได้จากการวัดที่เป็นกลางต่อความเสี่ยง แต่เมื่อเปลี่ยนไปใช้ตัววัดเมเชอร์ฟอร์เวิร์ดจะ
ทำให้การวัดค่าคาดหวังทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับสัญญาที่ขึ้นอยู่กับมูลค่าของตราสารหนี้หรืออัตรา
ดอกเบี้ยในวั นสิ้ นสุ ดของสัญญา อย่างไรก็ตามการใช้เ มเชอร์ ฟอร์เวิ ร์ดในการวัดค่าคาดหวังนั้ น
จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านทฤษฎีการวัดความน่าจะเป็น วิธีคำนวณความไม่แน่นอน และหลักการ
ของกระบวนการสโตแคสติ ก จึงจะสามารถทํ า ให้ผ ู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น โดยผู้อ่ าน
สามารถศึกษาความรู้พื้นฐานเหล่านี้ได้ในบทที่ 6
         พิจารณาหลักทรัพย์ซึ่งมีการจ่ายปันผล Dk , k = 1, 2,..., N ที่เวลา Tk < T , k =
                                                                                     1, 2,..., N

และ S D เป็นมูลค่าปัจจุบันจากการคิดลดกระแสเงินสดการจ่ายปันผลด้วยอัตราดอกเบี้ย rt ซึ่งเป็น
กระบวนการสโตแคสติ ก กํ า หนดให้ Q เป็ น เมเชอร์ ค วามเป็ น กลางต่ อ ความเสี ่ ย ง และ
                Tk
            −  ∫ rs ds
Pt Tk = EtQ [e t ] เป็นฟังก์ชันส่วนลด นั่นคือ
                                                Tk                   Tk

                     N           ∫  N          − rs ds     N         ∫
                                                                    − rs ds
         =SD ∑
             = Pt Tk Dk ∑ EtQ [e =
                                 t
                                   ]Dk                    ∑ E [e
                                                               t
                                                                Q     t
                                                                              Dk ]                    (11.31)
          =k 1=k 1                                   =k 1




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                                       445
กำหนดให้กระบวนการสโตแคสติก St , t < T เป็นมูลค่าปัจจุบันหรือราคาที่รวมมูลค่าจากการจ่าย
ปันผลของหลักทรัพย์ และกำหนดให้ St เป็นราคาที่ไม่รวมมูลค่าจากการจ่ายปันผล ดังนั้น
                                                                       N
                                             St =St + S D =St + ∑ Pt Tk Dk                                                                  (11.32)
                                                                      k =1


กำหนดให้ ( fT S )t แทนราคาฟอร์เวิร์ดหรือราคาล่วงหน้าของหลักทรัพย์ (ไม่รวมมูลค่าจากการจ่าย
ปันผล) ซึ่งพิจารณาเป็นมูลค่าสะสมของ St ด้วยฟังก์ชันสะสม 1 นั่นคือ
                                                                                    Pt T

                                                         S
                                             ( fT S )t = Tt                                                                                   (11.33)
                                                         Pt

พิจารณาการเปลี่ยนแปลงราคาที่ไม่รวมมูลค่าจากการจ่ายปันผล dSt ภายใต้ตัวแบบที่ประกอบด้วย
ความเสี่ยง N ปัจจัย ( N − factors model ) ซึ่งอธิบายได้ด้วยสมการเชิงอนุพันธ์สโตแคสติก ดังนี้
                                             dSt= St (σ S ⋅ dZ t + rt dt )                                                                 (11.34)
เมื่อ rt เป็นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (short-term interest rate), σ = σ ,σ ,...,σ                 S            S1        S2       S N
                                                                                                                                              เวกเตอร์
ความเสี่ยงหรือความผันผวนของราคาหลั กทรัพย์ และ Z = Z , Z ,..., Z                t
                                                                                           1
                                                                                           t            t
                                                                                                         2
                                                                                                                   t
                                                                                                                    N
                                                                                                                              เป็นเวกเตอร์ การ
เคลื่อนที่สุ่มบราวน์เนียนใน ν มิติ ในทำนองเดียวกันถ้าพิจารณา P เป็นราคาของตราสารหนี้ที่            t
                                                                                                        T



ไม่มีคูปอง อายุของสัญญา T ปี และมีราคาไถ่ถอน 1 บาท จะได้ว่า
                                         dPt T Pt T (σ ( t ; T ) ⋅ dZ t + rt dt )
                                         =                                                                                                    (11.35)
                                                                                                                                         S
ต่อไปพิจาณาอนุพันธ์อิโต้ (ito differential) ของราคาฟอร์เวิร์ดของหลักทรัพย์ ( fT S )t = Tt , โดย
                                                                                                                                         Pt
บทแทรกของอิโต้ จะได้ว่า
                S  dSt      St               1                  
                                                           dPT + St dPT dPT
d ( f T S )t =
             d  Tt  =    −           dP  T
                                             −           dS
                             ( PtT )           ( PtT )           ( PtT )
                         T           2   t             2    t t          3 t t
                Pt  Pt

    St                          St                                   St
=       (
    Pt T S
          σ  ⋅ dZ t + rt dt ) −
                                 Pt T
                                      ( σ ( t ; T ) ⋅ dZ t + rt dt ) −     (σ  ⋅ dZt + rt dt ) (σ ( t;T ) ⋅ dZt + rt dt )
                                                                       Pt T S
        St
           T ( (
              σ t ; T ) ⋅ dZ t + rt dt )
                                         2
    +
        Pt




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

446                                                                                    อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
    St 
       T ( S
           σ ⋅ dZ t + rt dt ) − (σ ( t ; T ) ⋅ dZ t + rt dt ) − σ S ⋅ σ ( t ; T ) dt + σ ( t ; T ) dt 
                                                                                                   2
=
    Pt                                                                                                 

    ( fT S )t (σ S − σ ( t;T ) ) ⋅ dZ t − (σ S ⋅ σ ( t;T ) − σ ( t;T ) ) dt 
                                                                              2
=

=   ( fT S )t (σ S − σ ( t;T ) ) ⋅ ( dZt − σ ( t;T ) dt )                                                      (11.36)
                                                               N
โดยที่ x =         x12 + x22 + ... + xN2     และ x ⋅ y =∑ ( x y ) นั่นคือ
                                                                      k   k
                                                               k =1


                  d ( fT=
                        S )t     ( fT S )t (σ S − σ ( t;T ) ) ⋅ ( dZt − σ ( t;T ) dt )                         (11.37)

กำหนดตัวดำเนินการอนุพันธ์ของกระบวนการสุ่มสโตแคสติก dWt ≡ dZt − σ ( t;T ) dt ดังนั้นได้ว่า
                                           d ( f T S )t
                                            ( f T S )t
                                                          (σ S − σ ( t;T ) ) ⋅ dWt
                                                          =                                                     (11.38)

โดยทฤษฎีบทของกีร์ซานอฟ (Girsanov ’s theorem) จะได้ว่า กระบวนสุ่มสโตแคสติก Wt เป็น
การเคลื่อนที่บราวน์เนียนภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็น Q ที่สมนัยกับ ตัววัดความน่าจะเป็น Q
                                                                              *T



ดังนั้นราคาฟอร์เวิร์ดสอดคล้องกับสมบัติมาร์ทิงเกลภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็น Q โดยที่ Q                       *T        *T



เป็นความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่นิยามขึ้นอยู่กับเวลา T ซึ่งอธิบายด้วยอนุพันธ์เรดอน-นิโคไดม์
(Radon-Nikodym derivative) ในรูป

                          dQ*T  T                      1
                                                          T
                                                                      2   
                          = exp  ∫ σ ( t ; T ) ⋅ dZ t − ∫ σ ( t ; T ) dt                                      (11.39)
                           dQ   0                      20                

หมายเหตุ ค่าอนุพันธ์เรดอน-นิโคไดม์ เป็นเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการแปลงค่าระหว่างการ
แจกแจงความน่าจะเป็นที่แตกต่างกันซึ่งจะช่วยให้สามารถเปลี่ยนจากการวัดความน่าจะเป็นที่หนึ่งไป
ยังอีกการวัดความน่าจะเป็นหนึ่ง ในสาขาทางการเงิน มักใช้ค่านี้เมื่อเราต้องการเปลี่ยนการวัดความ
น่าจะเป็นที่มีความเสี่ยง (risk probability measure) ไปสู่การวัดความน่าจะเป็นที่เป็นกลางต่อ
ความเสี่ยง (risk-neutral probability measure) การคำนวณอนุพันธ์เรดอน-นิโคไดม์ นั้นขึ้นอยู่กับ
การแจกแจงความน่าจะเป็นที่ต้องการที่จะแปลงค่าการวัดความน่าจะเป็น โดยอนุพันธ์เรดอน-นิโค
ไดม์เป็นอัตราส่วนของความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (probability density functions) ทั้งสอง


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                     447
การแจกแจงความน่าจะเป็น ตัวอย่างเช่น ถ้า P และ Q เป็นการแจกแจงความน่าจะเป็นที่มีฟังก์ชัน
ความหนาแน่นของความน่าจะเป็น f และ g ตามลำดับ แล้ว อนุพันธ์เรดอน-นิโคไดม์ของ Q
เทียบกับ P สามารถเขียนได้เป็น dQ / dP = g / f เป็นต้น


 ตัวอย่างที่ 11.4 บริษัท abc มีหุ้นที่จ่ายปันผล Dk สำหรับ k = 1, 2,3 ที่เวลาต่าง ๆ Tk โดยมี
 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt คงที่เท่ากับ 0.05 (5%) และจ่ายปันผลตามตารางด้านล่าง
                                 เวลา Tk (ปี)        ปันผล Dk (บาท)
                                      1                    100
                                      2                    120
                                      3                    150

 จงคำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลทั้งหมด ณ เวลาปัจจุบัน t = 0
 วิธีทำ ในการคำนวณนี้ จะใช้เมเชอร์ฟอร์เวิร์ดในการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลใน
 อนาคตโดยใช้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ที่เป็นค่าคงที่ ซึ่งช่วยให้สามารถคำนวณมูลค่าปัจจุบัน
 ของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในหุ้นได้ โดยมีขั้นตอนการคำนวณ ดังนี้
           1) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผล PtT
                    Tk

 จาก PtT = EtQ [e− ∫ r ds ] และเนื่องจาก rs เป็นค่าคงที่เท่ากับ 0.05 ดังนั้น PtT = e−0.05(T −t )
                    t
                         s                                                      k         k



 จะได้มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลแต่ละช่วงเวลา ดังนี้
 สำหรับ T1 = 1 ปี         =P0T e −0.05(1
                                       = − 0)
                                               e −0.05 ≈ 0.9512
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผล D1 ที่ T1 คือ P0T D=1 0.9512 ×100= 95.12 บาท
 สำหรับ T2 = 2 ปี         =P0T e−0.05(2=− 0)
                                               e−0.1 ≈ 0.9048
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผล D2 ที่ T2 คือ P0T D=2 0.9048 ×120= 108.58 บาท
 สำหรับ T3 = 3 ปี         =P0T e −0.05(3
                                       =  − 0)
                                               e −0.15 ≈ 0.8607
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผล D3 ที่ T3 คือ P0T D=3 0.8607 ×150= 129.11 บาท
 ดังนั้น รวมมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลทั้งหมด

                             S D =95.12 + 108.58 + 129.11 =332.81 บาท                         


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

448                                                                อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
            การคำนวณในตัวอย่างที่ 11.4 แสดงให้เห็นว่าเมเชอร์ฟอร์เวิร์ดสามารถใช้ในการประเมิน
    มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลในอนาคตได้ ทำให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น
    ได้ดีขึ้น โดยพิจารณาจากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต

    ทฤษฎีบท 11.1 ให้ T เป็นจุดเวลาที่กำหนดและสมมติให้ Q เป็นตัววัดความน่าจะเป็นความเป็น
    กลางต่อความเสี่ยง จะมีตัววัดความน่าจะเป็น Q ที่สมนัยกับ ตัววัดความน่าจะเป็น Q ที่ซึ่งราคาฟอร์
                                                *T



    เวิร์ดสำหรับส่งมอบวันที่ T ของหลักทรัพย์ใด ๆ สอดคล้องกับสมบัติมาร์ทิงเกลภายใต้ตัววัดความ
    น่าจะเป็น Q โดยเรียกตัววัดความน่าจะเป็น Q นี้ว่า “เมเชอร์ฟอร์เวิร์ดสำหรับวันส่งมอบที่ T ”
               *T                                *T



    ทีส่ มนัยกับตัววัดความน่าจะเป็น Q
            เราทราบว่าภายใต้ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง Q ราคาของยูโรเปียนคอ
    ลออปชัน C0 ที่มีราคาใช้สิทธิ K วันส่งมอบวันที่ T โดยตัวแบบคิดลดกระแสเงินสดคำนวนได้จาก
                                                             T

                                                       ∫    − rs ds

            t E [ C (T ) ]                                            max {ST − K ,0}]         (11.40)
       =Ct P=T Q            Q
                           E=  Pt T C (T )  E Q [e t

    โดยที่ C (T ) =[ ST − K ]+ =max {ST − K ,0} เป็นผลประโยชน์ของคอลออปชันที่เวลา T
    จากทฤษฎีบท 11.1 ราคาฟอร์เวิร์ดของคอลออปชัน ( fT C )t มีสมบัติมาร์ทิงเกลภายใต้ตัววัดความ
    น่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง Q นั่นคือ
                                          *T


                                                        T

                                                       ∫
                                                       − rs ds

     t E [ C (T ) ]         Pt T ( fT C )t  E Q*T [e t
                    E Q*T =                                    max {ST − K ,0}]              (11.41)
      T Q
=Ct P=

    จากสมการ (11.41) จะเห็นว่าการใช้ราคาฟอร์เวิร์ดของคอลออปชัน ( fT C )t มีข้อดีกว่าการใช้ราคา
    ทันที (spot prices)คือสามารถแยกผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนจากการคิดลดกระแสเงินสดได้

      ตัวอย่างที่ 11.5 พิจารณาคอลออปชันสำหรับหุ้นของบริษัทหนึ่งที่มีราคาปัจจุบัน S0 = 50
      บาท อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt = 0.05 (5%) ราคาการใช้สิทธิ (strike price) K = 45 บาท และ
      เวลาครบกำหนด T = 1 ปี จงคำนวณมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันนี้ โดยใช้เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด
      (forward measure) และราคาฟอร์เวิร์ด ของคอลออปชัน fT C ในการประเมินมูล ค่าของคอ
      ลออปชัน (call option) สำหรับหุ้นดังกล่าว
      วิธีทำ ขั้นตอนการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชัน เป็นดังนี้
    วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                      449
         1) คำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของหุ้น fT
เนื่อองจาก fT S0erT = 50e0.05×1 ≈ 52.565 บาท
=
         2) คำนวณมูลค่าของคอลออปชันโดยใช้ราคาฟอร์เวิร์ด
คำนวณโดยใช้ราคาฟอร์เวิร์ด C (T =) max{ST − K ,0}= max{ fT − K ,0}
                           = max{52.565
                                  =     − 45, 0} max{7.565,
                                                 =          0} 7.565
                                   Tk

 และเนื่องจาก PtT = EtQ [e− ∫ r ds ] = e−0.05(T −t ) ดังนั้น=
                                  t
                                        s
                                                            P01 e−0.05×=
                                                                       (1− 0)
                                                                              e−0.05 ≈ 0.9512
 คำนวณมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันโดยใช้สมการ (11.40), Ct = PtT E Q [C (T )]
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันคือ Ct = 0.9512 × 7.565 ≈ 7.20 บาท

 มูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันนี้ ณ เวลา t = 0 คือ 7.20 บาท เนื่องจากราคาฟอร์เวิร์ดของหุ้น
 มากกว่าราคาการใช้สิทธิ K ทำให้มีมูลค่าในการใช้สิทธิในอนาคต                       

11.3 ออปชันของสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้อัตราดอกเบี้ยแปรผัน

        ในหั ว ข้ อ นี ้ จ ะกล่ า วถึ ง การกํ า หนดราคาออปชั น ที่ ม ี ส ิ น ค้ า อ้ า งอิ ง เป็ น สิ น ค้ า โภคภั ณฑ์
(commodity option) ภายใต้อัตราดอกเบี้ยแปรผันหรืออัตราดอกสุ่ม (stochastic interest rate)
สินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้ ได้แก่ ทองคำ นํ้ามันดิบ ข้าว กาแฟ ฯลฯ ในที่นี้จะหมายรวมถึงสินทรัพย์ทาง
การเงินด้วย เช่น หุ้น เป็นต้น โดยในที่นี้ใช้ตัวแบบอัตราดอกเบี้ยโฮ-ลีปัจจัยเดียว (1-factor ho-lee
interest rate ) ในการอธิบายการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย

11.3.1 ออปชันของสินค้าโภคภัณฑ์

        พิจารณาสัญญาออปชันที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นสินค้าโภคภันฑ์ชนิดหนึ่งภายใต้อัตราดอกสุ่ม
ตามตัวแบบอัตราดอกเบี้ยโฮ-ลีปัจจัยเดียว ส่งมอบ ณ วันที่ T กำหนดให้ St แทนราคาสินค้าโภค
ภันฑ์นั้น กำหนดให้ Q เป็นตัววัดความน่าจะเป็นของการเคลื่อนไหวร่วมกันของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
และราคาตราสารหนี้ไม่มีคูปองที่อายุ T ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาอธิบายด้วยสมการเชิงอนุพันธ์ส
โตแคสติก


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

450                                                                                                                    อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                                         dSt
                                                           = σ S dZ t + ( rt − dt ) dt                                                         (11.42)
                                                          St
                                                         dPtT
                                                              =σ r (T − t ) dX t + rt dt                                                       (11.43)
                                                          PtT
เมื่อ dt เป็นกระบวนการสโตแคสติกการจ่ายปันผล, σ S และ σ r เป็นค่าคงที่ และ Z t และ X t
เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ซึ่ง E Q [ Zt X t ] = ρ dt ดังนั้นจะมีการเคลื่อนที่บราวน์ Yt ที่เป็นอิสระกับ Z t
และ X t สามารถเขียนได้ในรูป
                                                                          X t = ρ Zt +                (1 − ρ )Y    2
                                                                                                                           t                   (11.44)
จาก (11.44) สามารถเขียน (11.43) ใหม่ได้เป็น
                                     dPtT
                                         T
                                           = σ r (T − t ) ρ dZ t + σ r (T − t ) (1 − ρ 2 )dYt + rt dt                                          (11.45)
                                      Pt
จากสมการ (11.38) ค่าความผันผวนของราคาฟอร์เวิร์ดของสินค้าโภคภัณฑ์ ( fT S )t เท่ากับผลต่าง
                                                                          T
                                dP
ระหว่างความผันผวนสำหรับ dSt และ Tt                                           ดังนั้นสมการเชิงอนุพันธ์สโตแคสติกของราคาฟอร์
                          St     Pt
เวิร์ดสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็น Q สามารถเขียนได้อยู่ในรูป                        *T



                      d ( f T S )t
                       ( f T S )t
                                       =    (σ − ρσ (T − t ) ) dW − 1 − ρ σ (T − t ) dW
                                                S            r               t
                                                                                  1                    2
                                                                                                               r               t
                                                                                                                                   2
                                                                                                                                               (11.46)

เมื่อ W และ W เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ที่เป็นอิสระกัน
       t
           1
                         t
                             2



จากสมการ (11.46) ทำให้ได้ว่าค่าความผันผวนของราคาฟอร์เวิร์ด ( fT S )t ซึ่งเขียนแทนด้วย σ f (t )
คำนวณได้จาก
               (σ (t ) ) = (σ − ρσ (T − t ) ) + (1 − ρ ) (σ ) (T − t )
                          2                                           2           2               2                    2
                  f                    S            r                                        r



                 (σ ) − 2σ ρσ (T − t ) + (σ ) (T − t )                             (11.47)
                                            2                                             2                2
                        =              S                S       r                   r


เทอมค่าความผันผวน ( fT S )T (จาก 0 ถึง T ) เขียนแทนด้วย σ T ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของค่าความผัน
ผวน ( fT S )t คำนวนได้จาก
                                 T
                         1
                             ( σ f (t ) ) dt
                                         2
               σT =
                         T0∫


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                        451
                                         (σ ) T 2
                                                  2

               = (σ S )
                           2
                               − σ ρσ T + r
                                   S   r                                                          (11.48)
                                                 3
    โดยใช้เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด จะได้ว่าราคาคอลออปชันของสินค้าโภคภัณฑ์ อยู่ในรูป
     =C0 P=T
          0 E
              Q*T
                  [C (T )] P0T E Q*T  max {( fT S )T − K ,0}                                   (11.49)
    จาก (11.45), ( fT S )t มีการแจกแจงแบบล็อก-นอร์มอลและสมบัติมาร์ทิงเกลที่มีความผันผวน σ T
    โดยประยุกต์ใช้สูตรแบล็กโชลส์
                       =C0 P0T ( ( fT S )0 N ( d1 ) − KN ( d 2 ) )                                 (11.50)
                   1         ( fT )0  1
โดยที่ d1
=                       ln           + σ T T , d= d1 − σ T T
                       T  K  2
                                                   2
              σT

    จะเห็นว่าการคำนวณค่าความผันผวน σ T ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของค่าความผันผวน ( fT S )t ง่ายและ
    สะดวกต่อการใช้ในการคำนวณราคาคอลออปชันตามสูตรของแบล็กโชลส์

     ตัวอย่างที่ 11.6 สำหรับการคำนวณราคาของคอลออปชันของกาแฟเกรด a ณ เวลา t = 0
     พิจารณาคอลออปชันสำหรับกาแฟเกรด a ที่มีราคาปัจจุบัน S0 = 200 บาท/กก. อัตราดอกเบี้ย
     rt = 0.05 (5%) ราคาการใช้สิทธิ K = 220 บาท/กก. เวลาครบกำหนด T = 1 ปี ความผันผวน
     σ s = 0.2 , σ r = 0.15 และความสัมพันธ์ ρ = 0.3 จงคำนวณมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชัน
     วิธีทำ 1) คำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของกาแฟเกรด a fT
       เนื่องจาก fT = S0erT
       โดยการแทนค่าได้ =  fT 200e0.05=
                                     ×1
                                        200e0.05 ≈ 200 ×1.0513
                                                            = 210.26
              2) คำนวณค่า σ T
       เนื่องจาก σ T =σ s2 − σ s ρσ rT + σ r T
                                                      2   2


                                                      3
                                                                           (0.15) 2 ×12
       โดยการแทนค่าได้=
                      σT                (0.2) 2 − 2 × 0.2 × 0.3 × 0.15 +                ≈ 0.1718
                                                                                3
             3) คำนวณค่า d1 และ d 2
                               1       fT  σ T2T 
    เนื่องจาก d1
    =                                 ln  +       และ d=
                                                           2 d1 − σ T T
                          σT       T  K      2 
        โดยการแทนค่าได้

    วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

452                                                                                      อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                              1      210.26  (0.1718) 2 
=d1                                 ln      +            ≈ −0.1736
                          0.1718 1   220         2      
       และ        d 2 = −0.1736 − 0.1718 ≈ −0.3454
           4) คำนวณ N (d1 ) และ N (d 2 )
       โดยการเปิดตารางการแจกแจงความน่าจะเป็นแบบปกติ ได้
                                         N (d1 ) ≈ 0.4310, N (d 2 ) ≈ 0.3646
            5) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชัน
     เนื่องจาก
          =           C0 P0T ( fT N (d1 ) − KN (d 2 ) )
     และ =   P0T e= − rT
                          e −0.05×1 ≈ 0.9512
     โดยการแทนค่   = าได้ C0 0.9512 ( 210.26 × 0.4310 − 220 × 0.3646 )
                               = 0.9512 × 9.818 ≈ 9.34 บาท
  ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันสำหรับกาแฟเกรด a ณ เวลา t = 0 คือ 9.34 บาท
   

 ทฤษฎีบท 11.2 กำหนดให้ Q เป็นตัววัดความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง ภายใต้ตัววัด
 ความน่าจะเป็นเมเชอร์ฟอร์เวิร์ด Q จะได้ว่าอัตราฟอร์เวิร์ด f (t , T ) สอดคล้องกับสมการเชิง
                                                   *T



 อนุพันธ์สโตแคสติก
                                               N
                                                    ∂σ k ( t , T ) 
                                 (t , T )
                               df=           ∑
                                              k =1     ∂T
                                                                    =dWt k σ (t , T ) ⋅ dWt                      (11.51)
                                                                    

 เมื่อ σ (t , T ) = ∂σ ( t , T ) ,..., ∂σ ( t , T ) เป็ น อนุ พั น ธ์ ข องค่ า ความผั น ผวนของ f (t , T ) เมื่ อ
                           1                    N

                           ∂T                      ∂T

 Wt = Wt1 ,...,Wt N       เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ ยิ่งไปกว่านั้น f (t , T ) มีสมบัติมาร์ทิงเกลภายใต้ Q                 *T



                                         ∂ ln ( Pt T )                                                  ∂σ (t , T )
 พิสูจน์ เนื่องจาก f (t , T ) = −                        โดยสมการ (11.5) จะได้ว่า σ (t , T ) = −                   เป็นส่วน
                                              ∂T                                                          ∂T
                                                                            T

 เบี่ยงเบนมาตรฐานของ df (t , T ) นั่นคือ σ (t , T ) = − ∫ σ (t , s)ds พิจารณาตัวแบบ HJM ภายใต้ตัว
                                                                            t

 ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
                                                               T
                                                                                   
           df (t , T=) σ ′ ( t , T ) ⋅ dZ t +  σ ′ ( t , T ) ⋅ ∫ σ ′ ( t , s ) ds  dt
                                                               t                  

 วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                          453
                             = σ ′ ( t , T ) ⋅ dZ t − σ ′ ( t , T ) ⋅ σ ( t , s ) dt                              (11.52)
          =t dWt + σ ( t ; T ) dt ในสมการ (11.52) จะได้
โดยการแทน dZ
               ) σ ′ ( t , T ) ⋅ ( dWt + σ ( t ; T ) dt ) − σ ′ ( t , T ) ⋅ σ ( t , s ) dt= σ ′ ( t , T ) ⋅ dWt
     df (t , T =                                                                                                  (11.53)
เมื่อ Wt เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการ                                                                

 ตัวอย่างที่ 11.7 สมมติว่าต้องการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ brent โดยใช้นิพจน์ HJM
 (heath-jarrow-morton) ที่มีการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ด f (t , T ) สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์โดย
 พิจารณาความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ σ (t , T ) ที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา โดยกำหนดให้
 ความผันผวน σ (t , T ) ของนํ้ามันดิบ brent มีค่าเท่ากับ 0.03 × e−0.2(T −t ) และเวลา T = 1 ปี
 จงคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ brent โดยใช้สมการ HJM ดังนี้
                                                                              (             T
                                             ) σ ′(t , T ) ⋅ dZ t + σ ′(t , T ) ⋅ ∫ σ ′( s, T )ds dt
                                    df (t , T=
                                                                                           t                  )
 วิธีทำ เราสามารถคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ brent ได้ตามขั้นตอน ดังนี้
           1) คำนวณ σ (t , T ) และหาอนุพันธ์ σ ′(t , T )
 เนื่องจาก σ (t , T ) ของนํ้ามันดิบ brent มีค่าเท่ากับ 0.03 × e−0.2(T −t )
 ดังนั้น อนุพันธ์ของ σ (t , T ) เทียบกับตัวแปร T
                                    ∂
                  σ ′(t , T ) = (0.03 × e −0.2(T −t ) ) =
                                                        −0.2 × 0.03 × e −0.2(T −t ) =
                                                                                    −0.006 × e −0.2(T −t )
                                   ∂T
 เมื่อแทนค่า t = 0 และ T = 1 จะได้
              σ ′(0,1) =
                       −0.006 × e−0.2(1−0) =
                                           −0.006 × e−0.2 ≈ −0.006 × 0.8187 ≈ −0.004912
                               T
            2) คำนวณ ∫t σ ( s, T )ds
                         T                        1
 จากที่กำหนดให้ ∫t σ ( s,=
                          T )ds ∫ 0.03 × e −0.2(1− s ) ds
                                 0
                                                         1                                      1
                                          0.03 × ∫ e −0.2+ 0.2 s ds =
                                          =                         0.03 × e −0.2 ∫ e0.2 s ds
                                                         0                                      0
                                                                                  1
                                                         e           0.2 s
                                                                                  e0.2 − 1 
                                           0.03 × 0.8187 
                                           =                      0.03
                                                                   =    × 0.8187           
                                                          0.2  0                0.2 
                                             = 0.02717397
            3) คำนวณ df (t , T )
                                                        (                 T
 จากสมการ df (t , T=) σ ′(t , T ) ⋅ dZt + σ ′(t , T ) ⋅ ∫t σ ′( s, T )ds dt                 )
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

454                                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
      ดังนั้น df (t , T ) =−0.004912 ⋅ dZ + (−0.004912)(0.02717397)dt
                                              t

               df (t , T ) =−0.004912 ⋅ dZ t + (−0.00013342) ⋅ dt
      โดยกราฟแสดงการเคลื่อนไหวของราคาฟอร์เวิร์ดนํ้ามันดิบ brent เป็นดังนี้




                   รูปที่ 11.4 แสดงการเคลื่อนไหวของราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ brent
      กราฟข้างต้นแสดงการเคลื่อนไหวของราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ brent ตามผลลัพธ์ที่ได้จาก
      การคำนวณตามทฤษฎี HJM โดยพิจารณาความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ σ ′(t , T ) และ
      การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน dZt                                                  

     11.3.2 ออปชันบนตราสารหนี้ไม่มีคูปอง

              พิจารณาตราสารหนี้ไม่มีคูปองที่มีราคาที่ตราไว้ 1 บาท อายุครบไถ่ถอนที่ T + ∆T เมื่อ
     ∆T > 0 จะได้ว่าราคาของตราสารหนี้ดังกล่าวที่เวลา t เท่ากับ PtT +∆T ในที่นี้ต้องการคำนวนราคา
     ของคอลออปชันที่อายุ T และราคาใช้สิทธิ K จากสมการ (11.38) จะได้
                                  d ( fT PT +∆T )
                                           =      t
                                                      (σ ( t , T + ∆T ) − σ ( t , T ) ) ⋅ dW              (11.54)
                                   ( fT PT +∆T )  t
                                                                                           t




     เมื่อ Wt เป็นการเคลื่อนที่บราวน์ภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็น Q ผลเฉลยของสมการ (11.54) อยู่ใน
                                                                             *T



                                                           P0T +∆T 
     รูป                                   (T
                                            f P T +∆T
                                                      )t  P T  M t
                                                        =                                                 (11.55)
                                                           0 
              t                                            t
                                                                                                
เมื่อ M t exp  ∫ (σ ( s, T + ∆T ) − σ ( s, T ) ) ⋅ dWs − 1 ∫ σ ( s, T + ∆T ) − σ ( s, T ) 2 ds  ซึ่งมีสมบัติ
=
              0                                          20                                    
     มาร์ทิงเกลในรูปชี้กำลัง (exponential martingale) จากทฤษฎีบท 11.1 ราคาฟอร์เวิร์ดของคอ
     วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                          455
 ลออปชัน ( f P T
                   T +∆T
                           ) มีสมบัติมาร์ทิงเกลภายใต้ตัววัดความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
                           t
                                                                            T

                                                  ∫
                                                                                         {                  }
                                                                           − rs ds
Q*T นั่นคือ
=                     P0 ( fT PT +∆T )  E Q*T [e 0
                Q*T  T
            C0 E=                                                                    max ( fT PT +∆T ) − K ,0 ]   (11.56)
                                     T                                                             T


 โดยประยุกต์ใช้สูตรแบล็กโชลส์
                               =C0 P0T +∆T N ( d1 ) − P0T KN ( d 2 )                                              (11.57)
 โดยที่
                   1           PT +∆T  1
   d1                      ln  0 T  + s (T , T + ∆T ) T , d 2= d1 − s (T , T + ∆T ) T                           (11.58)
          s (T , T + ∆T ) T  KP0  2
                                                      T
                                                  1
 และ                           s (=
                                  T , T + ∆T )      ∫
                                                                                  2
                                                      σ ( s, T + ∆T ) − σ ( s, T ) ds                             (11.59)
                                                  T 0

 ซึ่งเป็นค่าความผันผวนของ M t เรียกว่า “ค่าความผันผวนแฝง (implied volatility)”ของออปชัน
 ยกตัวอย่างเช่น สำหรับตัวแบบปัจจัยเดียว-วาซิเซค (1-factor vasicek model)
                                                     σ (1 − eκ (T −t ) )
                                        σ (t,T ) =                                                                (11.60)
                                                             κ
 เมื่อ σ เป็นค่าความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและ κ เป็นอัตราของค่าเฉลี่ยวกกลับ จะได้
                                                                 1 − e −κ∆T  1 − e −2κ T
                                             s (T , T + ∆T ) =σ                                                 (11.62)
                                                                     κ         2κ T

  ตัวอย่างที่ 11.8 สมมติว่าต้องการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของพันธบัตรที่ไม่มีคูปองที่มีมูลค่าหน้า
  ตั๋ว 1,000 บาท ที่จะครบกำหนดในเวลา 1 ปีนับจากปัจจุบัน โดยใช้ตัวแบบ 1-factor Vasicek
  model โดยพิจารณาข้อมูลดังนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น σ = 0.01 , ค่า κ ที่ใช้ในการคำนวณมี
  ค่า 5 ค่า ได้แก่ 0.001, 0.01, 0.1, 0.5, 1 และ เวลา T = 1 ปี จงคำนวณค่าความผันผวนแฝง
  s (T , T + ∆T ) สำหรับค่าต่าง ๆ ของ κ และแสดงกราฟเปรียบเทียบ
  วิธีทำ 1) คำนวณค่าความผันผวนแฝง s(T , T + ∆T )
                                                         1 − e −κT  1 − e −2κT
                                     s (T , T + ∆T ) =σ            
                                                         κ            2κ T
  สำหรับค่า κ แต่ละค่า κ = 0.001, 0.01, 0.1, 0.5, 1
  2) สร้างกราฟเปรียบเทียบ s(T , T + ∆T ) สำหรับค่า κ ต่าง ๆ


 วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

456                                                                อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
 โค้ด python สำหรับการคำนวณและสร้างกราฟ
  import matplotlib.pyplot as plt
  import numpy as np
  # define parameters
  sigma = 0.01
  kappa_values = [0.001, 0.01, 0.1, 0.5, 1]
  t = np.linspace(0, 30, 1000)
  # define function for s(t, t + δt)
  def s(t, kappa):
      return sigma * (1-np.exp(-kappa * t)) / kappa * np.sqrt((1-np.exp(-2 * kappa * t))/(2 * kappa *
  t))
  # plotting the graphs
  plt.figure(figsize=(12, 6))
  for kappa in kappa_values:
      s_values = s(t, kappa)
      plt.plot(t, s_values, label=f'κ = {kappa}')
  plt.xlabel('t (years)')
  plt.ylabel('s(t, t + δt)')
  plt.title('comparison of s(t, t + δt) for different κ values')
  plt.legend()
  plt.grid(true)
  plt.show()




 รูปที่ 11.5 เปรียบเทียบค่าความผันผวนแฝง s(T ,T + ∆T ) ของออปชันบนตราสารหนี้ไม่มีคูปอง
                               กรณี κ = 0.001, 0.01,0.1,0.5,1
 การคำนวณค่าความผันผวนแฝง s(T , T + ∆T ) สำหรับค่า κ ต่าง ๆ จะช่วยให้ผู้จัดการพอร์ต
 การลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบความเสี่ยงในการลงทุนในพันธบัตรที่ไม่มีคูปอง และ
 สามารถเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้                 

11.4 สัญญาแคปของอัตราดอกเบี้ย สัญญาฟลอร์และสัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                457
      ในหัวข้อนี้แนะนำโครงสร้างและเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงในกลุ่มอนุพันธ์
ของดอกเบี้ยซึ่งได้แก่สัญญาแคป สัญญาฟลอร์และสัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย และแนวทางที่
เป็นที่นิยมในการกำหนดราคาของสัญญาแคป สัญญาฟลอร์และสัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย ซึ่ง
ได้แก่ การกำหนดราคาโดยการประยุกต์ใช้แบบจำลองของแบล็กโชลส์ (black-scholes model)
และนอกจากนี้ จะกล่าวถึงรูปแทนความเป็นกลางต่อความเสี่ยง (risk neutral representation)
ของแบบจำลองของแบล็กโชลส์ เพื่อที่จะนำไปสู่รูปปิดของผลเฉลยแบบทางคณิตศาสตร์ (closed
form solution) ของแบบจำลองแบล็กโชลส์ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างสูตรรูปปิดของการกำหนด
ราคาสัญญาแคป สัญญาฟลอร์และสั ญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ยให้ง่ายและสะดวกต่ อ การ
นำไปใช้งาน

11.4.1 สัญญาแคปของอัตราดอกเบี้ย

      สัญญาแคป (cap agreement) หรือ interest rate cap เป็นสัญญาทางการเงินระหว่างสอง
ฝ่ายที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อสัญญาในการจำกัดความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
ลอยตัว (floating rate) โดยกำหนดขีดจำกัดสูงสุดของระดับอัตราดอกเบี้ย (อัตราแคป: cap rate)
ในสัญญา โดยผู้ซื้อแคปได้รับประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้นเหนืออัตราที่กำหนดไว้ (อัตรา
แคป) โดยผู้ขายจะต้องชดใช้ส่วนต่างให้กับผู้ซื้อโดยความถี่ในการจ่ายอาจเป็นรายเดือน รายไตรมาส
หรือรายครึ่งปี ในทางกลับกันผู้ซื้อจะต้องชำระค่าพรีเมียมให้กับผู้ขายเป็นการแลกเปลี่ยนสำหรับ
ความคุ้มครองที่ได้รับจากสัญญาแคป




                        รูปที่ 11.6 การซื้อขายสัญญาแคปอัตราดอกเบี้ย



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

458                                                            อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
      เราอาจพิจารณาสัญญาแคปว่าเป็นสัญญาซึ่งประกอบขึ้นด้วยชุดของคอลออปชันแบบยุโรป
หรือ “แคปเล็ต” (call European options or caplets) บนอัตราดอกเบี้ยที่มีอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิ
หรืออัตราแคปเดียวกัน แต่วันครบกำหนดแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าสัญญาแคปจะเป็นเครื่องมือที่มี
ประโยชน์มากสำหรับผู้กู้ที่ต้องการควบคุมและจำกัดความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตามสัญญาแคปมีข้อจำกัดอยู่ในบางประการ เช่น สัญญาแคปเป็นเครื่องมือที่ต้องซื้อจาก
ตลาดทุนซึ่งอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และส่วนใหญ่จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงทาง
เครดิตของผู้ขายสัญญาเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและความสามารถในการจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ซื้อ
      เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น พิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้: สมมุติว่า บริษัท a ได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน
จำนวนมากที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว การที่อัตราดอกเบี้ยสามารถเพิ่มขึ้นได้จะส่งผลกระทบต่อ
ความสามารถในการจ่ายชำระคืนเงินของบริษัท ด้วยเหตุนี้ บริษัท a ต้องการที่จะจำกัดความเสี่ยง
จากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้ของบริษัท a คือ ซื้อสัญญาแคปจาก
ธนาคาร b ด้วยอัตราแคปที่ 5% ต่อ 6 เดือน ระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ บริษัท a จะต้องชำระค่าพรีเมียม
ให้ธนาคาร b ในแต่ละปี ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7% ต่อ 6 เดือน ธนาคาร b ต้อง
จ่ายค่าชดเชย (7% - 5% = 2%)*n ให้กับบริษัท a เมื่อ n เป็นเงินต้นอ้างอิงที่กำหนดไว้ในสัญญา
นั่นคือ บริษัท a จะได้รับความคุ้มครองจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ทำให้บริษัทสามารถ
ควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยในระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้




 รูปที่ 11.7 การจำกัดความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยด้วยสัญญาแคป

11.4.1.1 การกำหนดราคาสัญญาแคปตัวแบบคิดลดกระแสเงินสด

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                        459
         การกำหนดราคาสัญญาแคปจะถูกต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
         1) อัตราดอกเบี้ยในอนาคต ถ้ามีความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะสูง ราคาของ
สัญญาแคปจะสูงด้วย เนื่องจากผู้ถือสัญญาแคปจะได้รับมูลค่าคุ้มครองหรือผลประโยชน์สูงเมื่ออัตรา
ดอกเบี้ยเพิ่มสูงกว่าอัตราแคป
         2) ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนมากจะทำให้สัญญาแคปมีราคา
สูง เนื่องจากมันเพิ่มโอกาสที่สัญญาแคปจะกำหนดให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตํ่ากว่าอัตราดอกเบี้ยใน
ตลาด
         3) ระยะเวลาของสัญญา สัญญาแคปที่มีระยะเวลานานมากขึ้นจะมีราคาสูง ทั้งนี้เนื่องจาก
ระยะเวลาที่นานมากขึ้นจะเพิ่มโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะเพิ่มขึ้นเหนืออัตราที่กำหนดไว้ใน
สัญญาแคป
         4) อัตราแคป (cap rate) สัญญาแคปที่มีอัตราแคปสูงกว่าจะมีราคาถูกกว่าสัญญาแคปที่มี
อัตราแคป ตํ่ากว่าเนื่องจากสัญญาแคปที่มีอัตราแคปสูงกว่าเพิ่มโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะสูง
กว่าอัตราแคปลดลง
        กํ=            T1 , T2 ,..., Tn T แทนจุดกำหนดช่วงเวลา (งวด) กระแสเงินสดจะเกิดขึ้นที่
          าหนดให้ T0 0,=
ปลายงวด t = T1 ,T2 ,...Tn , τ k ≡ ∆ k T= Tk − Tk −1 และกํ า หนดให้ Lk = L (Tk −1 , Tk ) แทนอั ต รา
ดอกเบี ้ ย ลอยตั ว ในช่ว ง [Tk −1 , Tk ] , k = 1,2,..., n , ผลประโยชน์ ของแคปเล็ตที่ k , k = 1,2,..., n
สามารถคำนวณ ได้ดังนี้

      ผลประโยน์ของแคปเล็ตที่ k= Nτ k [ Lk − K ]=+ Nτ k max {Lk − K ,0}                         (11.63)

โดยที่ N เป็นเงินต้นอ้างอิง (principle notation) และ K แทนอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิหรืออัตรา
แคป




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

460                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




                       รูปที่ 11.8 ผลประโยชน์ของคอลออปชันแบบยุโรปหรือแคปเล็ต
                               T

                               ∫
                              − rs ds
กำหนดให้ P = E [e
           t
               T       Q*      t
                                        ] เป็นตัวประกอบส่วนลดในช่วง [t , T ] และ

                                                             1  Pt T     
                            Ft T +∆T F (t ; T , T=
                            =                    + ∆T )         T +∆T − 1                            (11.64)
                                                            ∆T  Pt       
เป็นอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับ [T , T + ∆T ] ณ วันที่ t ≤ T , ผลประโยน์ของแคปเล็ต ck ที่
                                                                      1 1          
คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้
                          =   า Fk F ( Tk −1 ;T=
                                               k −1 , Tk )                 Tk − 1 คำนวณได้ ดังนี้
                                                                     τ k  PTk −1 

                   ผลประโยน์ของแคปเล็ต c=k Nτ k [ Fk − K ]=+ Nτ k max {Fk − K ,0}                      (11.65)

และมูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยน์ของแคปเล็ต ck คำนวณได้จาก
               P0Tk E [ ck ] P0Tk E  Nτ k [ Fk − K ] 
                                                     +
               =
                                                      
                                                            − k rs ds            
                                                                          T


                                                              ∫                 +
                            = Nτ k P0 E [ Fk −=
                                               K ]  Nτ k E e          [ Fk − K ] 
                                                            +
                                     Tk
                                                          
                                                               0
                                                                                                       (11.66)
                                                                                
และมูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยน์ของแคปเล็ต ck ภายใต้ความน่าจะเป็นความเป็น
กลางต่อความเสี่ยง แทนด้วย Capletk = P0T E * [ck ]     k




      ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคปคือเงินที่ผู้ซื้อยินยอมจ่ายเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะ
ได้รับในอนาคต ดังนั้นราคาของแคปจึงควรเท่ากับผลรวมของมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ของแต่


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                     461
ละแคปเล็ตในสัญญาแคป นั่นคือ ภายใต้ค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยง E * ค่าพรีเมียม
(ราคาของแคปที่เวลา t = 0 ) คำนวณได้จาก
                                                       − k rs ds      
                                                                        T

                       n              n                   ∫ n
        Cap ∑  Capletk ∑ = P0Tk E * [ ck ] N ∑τ k E * e 0 [ Fk − K ] 
                                                                     +
       =     =
                                                                                           (11.67)
       =    k 1=       k 1      =            k 1
                                                                     

 ตัวอย่างที่ 11.9 สมมติว่าต้องการคำนวณราคาของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ยใช้อ้างอิง
 เป็น LIBOR โดยสัญญาแคปนี้มีระยะเวลา 1 ปีและมีอัตราแคป (cap rate) ที่ 5% กำหนดให้
 มูลค่าหน้าตั๋วของแคป ( N ) เท่ากับ 1,000,000 บาท และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ย
 ระยะสั้น r (t ) , จำนวนงวดที่มีการคำนวณดอกเบี้ย n = 4 งวด (ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน),
 อัตราดอกเบี้ยใช้อ้างอิง Lk , อัตราแคป K ที่ 5%
                       งวดที่ k       tk           k            Lk            r (t ) = rk
                          1          0.25         0.25          0.061            0.050
                          2          0.50         0.25          0.055            0.051
                          3          0.75         0.25          0.049            0.055
                          4          1.00         0.25          0.057            0.049
 จงคำนวณ
 1) Pt t และ P0t สำหรับแต่ละงวด
       k
      k −1
                   k




                                                            1 1          
 2) อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้
                     =   า Fk F ( Tk −1 ;T=
                                          k −1 , Tk )            Tk − 1 สำหรับแต่ละงวด
                                                           τ k  PTk −1 
 3) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว Lk
 4) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด ck ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า
                                                             1 1          
                            =Fk F ( Tk −1 ; T=
                                             k −1 , Tk )          Tk − 1
                                                            τ k  PTk −1 
 5) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของแคปเล็ต Capletk (ภายใต้ความน่าจะเป็น
 ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง) ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า
 6) ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap
 วิธีทำ 1) คำนวณ Pt t และ P0t สำหรับแต่ละงวด
                            k
                           k −1
                                          k




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

462                                                                                        อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                                                              tk        tk
                                       T

                                       ∫
                                      − rs ds                        ∫ rs ds
                                                                          −  − ∫ rk ds

   จากสูตร P = E [e
               t
                   T      Q*           t
                                                ] จะได้=
                                                         tk    Q*
                                                       Ptk −1 E [e =] e=
                                                                   tk −1      tk −1          ( tk − tk −1 )
                                                                                       e − rk=              e − rkτ k
   และ P0t = P0t Pt t
           k           k −1     k
                               k −1

       −0.05(0.25)                                              −0.05(0.25)
=P0t1 e=           0.9876                                =P0t1 e=           0.9876
        −0.051(0.25)
=Pt1t2 e=            0.9873                                  P0t2 P=
                                                             =      t1 t2
                                                                   0 Pt1  (0.9876)(0.9873)=0.9751
=Pt2t3 e=
        −0.055(0.25)
                     0.9863                                 P0t3 P=
                                                            =      t2 t3
                                                                  0 Pt2  (0.9751)(0.9863)=0.9617
        −0.045(0.25)                                               t3 t4
=Pt3t4 e=            0.9888                                 P0t4 P=
                                                            =     0 Pt3  (0.9617)(0.9888)=0.9509
                                                                                                               1 1          
                                             ตร Fk F ( Tk −1 ;T=
           2) คำนวณ Fk สำหรับแต่ละงวด จากสู=                 k −1 , Tk )                                          Tk − 1 จะ
                                                                                                              τ k  PTk −1 
   ได้
         1  1          
    =F1       =     − 1 0.0505
        0.25  0.9876 
          1  1         
    =F2       =     − 1 0.0515
        0.25  0.9873 
          1  1         
    =F3       =     − 1 0.0556
        0.25  0.9863 
          1  1         
    =F4       =     − 1 0.0453
        0.25  0.9888 

          3) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว Lk
   จากสูตร ผลประโยน์ของแคปเล็ตที่ k= Nτ k [ Lk − K ]=+ Nτ k max {Lk − K ,0}
               =
   ผลประโยน์ของแคปเล็ ตที่ 1 Nτ1 max( F1 − K ,0)
                                       = 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.061 − 0.05,
                                                                             =  0) 2750
               =
   ผลประโยน์ของแคปเล็ ตที่ 2 Nτ 2 max( F2 − K ,0)
                                       = 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.055 − 0.05,
                                                                             =  0) 1250
               =
   ผลประโยน์ของแคปเล็ ตที่ 3 Nτ 3 max( F3 − K ,0)
                                       = 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.049 − 0.05,
                                                                             =  0) 0
               =
   ผลประโยน์ของแคปเล็ ตที่ 4 Nτ 4 max( F4 − K ,0)
                                       = 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.057 − 0.05,
                                                                             =  0) 1750


  วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                          463
         4) คำนวณผลประโยชน์ของแคปเล็ต ck สำหรับแต่ละงวด
 จากสูตร c=k Nτ k [ Fk − K ]=+ Nτ k max {Fk − K ,0}
     c1 Nτ 1 max( F1 − K=
     =                  ,0) 1,000,000 × 0.25 × max(0.0505 − 0.05,0)
                                                               = 125
     c2 Nτ 2 max( F2 − K=
     =                  ,0) 1,000,000 × 0.25 × max(0.0515 − 0.05,0)
                                                               = 375
     c3 Nτ 3 max( F3 − K=
     =                  ,0) 1,000,000 × 0.25 × max(0.0556 − 0.05,0)
                                                               = 1400
      c4 Nτ 4 max( F4 − K=
      =                  ,0) 1,000,000 × 0.25 × max(0.0453 − 0.05,0)
                                                                = 0
         5) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของแคปเล็ต Capletk (ภายใต้ความ
 น่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง) ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า
                         0 E [ ck ]
                          T
                Capletk P=
         จากสูตร=           * k
                                    P0T ck k




          Caplet1 = P0t1 × c1 = 0.9876 ×125 = 123.45
          Caplet2 = P0t2 × c2 = 0.9751× 375 = 365.65
          Caplet3 = P0t3 × c3 = 0.9617 ×1400 = 1346.38
          Caplet4 = P0t4 × c4 = 0.9505 × 0 = 0

         6) คำนวณค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap
                     n
 จากสูตร Cap = ∑ Caplet   k
                   k =1

               4
        = ∑ Caplet
 จะได้ Cap     =   k 123.45 + 365.65 + 1346.38=
                                              + 0 1,835.48 บาท
              k =1

 ดังนั้น ราคาของสัญญาแคปที่มีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000,000 บาท และมีอัตราแคปที่ 5% โดยคำนวณ
 จากผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวดและมูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของ
 แคปเล็ต จะมีค่าเท่ากับ 1,835.48 บาท                                               

11.4.1.2 การกำหนดราคาสัญญาแคปโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ (black-scholes model)

      การกำหนดราคาของสัญญาแคปดอกเบี้ยโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ เป็นการใช้ทฤษฎีการ
กำหนดราคาออปชันแบบยุโรปด้วยตัวแบบแบล็กโชลส์ในการกำหนดราคาสัญญาแคปดอกเบี้ย ซึ่ง
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

464                                                                                 อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
สัญญาแคปดอกเบี้ยนี้จะมีลักษณะเหมือนกับยูโรเปียนคอลออปชัน (European call option) โดย
พิจารณาอัตราดอกเบี้ยแทนราคาหุ้นหรือราคาสินทรัพย์ โดยราคาของสัญญาแคปดอกเบี้ยจะเท่ากับ
ผลรวมของราคาแคปเล็ตที่มีราคาใช้สิทธิเท่ากันแต่อายุของสัญญาต่างกัน โดยราคาของแคปเล็ตตาม
ตัวแบบแบล็กโชลส์ คำนวณได้ตามสูตร ดังนี้
               =Capletk Nτ k P0Tk  Fk N ( d1k ) − KN ( d 2k )                                                        (11.68)
                                                                                                        Tk

                                                                                                        ∫
                                                                                                       − rs ds
โดยที่ Capletk เป็นราคาแคปเล็ตซึ่งมีอายุครบกำหนดที่ Tk , P = E [e                  t
                                                                                        Tk    Q*        0
                                                                                                                 ] เป็นตัวประกอบ

                                                                       1 1          
ส่ ว นลดสํ า หรั บ ช่ ว ง [t ,T=
                               k ] , Fk F ( Tk −1 ; T=
                                                     k −1 , Tk )            Tk − 1         เป็น อัตราดอกเบี ้ย ล่ว งหน้ า
                                                                      τ k  PTk −1 

(forward rate) หรืออัตราดอกเบี้ยที่คาดการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่แคปเล็ตที่ k อายุครบ
กำหนดวันที่ Tk , N เป็นเงินต้นอ้างอิง, K เป็นอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิหรืออัตราแคป, N ( x) เป็น
ความน่าจะเป็นสะสมของการแจงแจงแบบปกติ, σ เป็นค่าความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย, d                                                   1
                                                                                                                                k



และ d เป็นค่าพารามิเตอร์ที่คำนวณจากสูตรดังนี้
        k
        2


                               ln ( Fk / K ) + 0.5σ 2Tk 
                               
                           d =
                             1
                              k
                                                            และ d=2k d1k − σ Tk                                          (11.69)
                                          σ Tk
                                    n                n
ดังนั้นจะได้ว่า =Cap ∑
                     = Caplet ∑ Nτ P  F N (d ) − KN ( d ) 
                          k                                 k   0
                                                                 Tk
                                                                        k      1
                                                                                k                  k
                                                                                                   2                     (11.70)
                     =k 1=  k 1



หมายเหตุ การคำนวณค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจงแจงแบบปกติ N ( x) สามารถคำนวณ
ค่า ได้จากตารางความน่าจะเป็นสะสมของการแจงแจงแบบปกติซึ่งปรากฏอยู่ในภาคผนวก หรือเพื่อ
ความสะดวกอาจจะใช้คำสั่งฟังก์ชัน normsdist(z) ในโปรแกรม excel ก็ได้


 ตั ว อย่ า งที ่ 11.10 การกํ า หนดราคาสั ญ ญาแคปโดยใช้ต ัว แบบแบล็กโชลส์ (black-scholes
 model)สมมติว่าต้องการคำนวณราคาของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ยใช้อ้างอิงเป็น
 LIBOR โดยสัญญาแคปนี้มีระยะเวลา 1 ปีและมีอัตราแคป (cap rate) ที่ 5% กำหนดให้มูลค่า
 หน้าตั๋วของแคปเท่ากับ 1,000,000 บาท และ กำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยใช้

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                   465
         อ้างอิง Lk , จำนวนงวดที่มี การคำนวณดอกเบี้ย n = 4 (ชำระดอกเบี้ย ทุ ก 3 เดือน), อัตรา
         ดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง rk ในแต่ละงวด, อัตราแคป K ที่ 5%, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ
         อัตราดอกเบี้ย σ = 0.02
                                      งวดที่ k           tk                   k                    Lk        r (t ) = rk
                                         1              0.25                 0.25                  0.061        0.050
                                         2              0.50                 0.25                  0.055        0.051
                                         3              0.75                 0.25                  0.049        0.055
                                         4              1.00                 0.25                  0.057        0.049
         จงคำนวณ
                  1) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด Capletk
                   2) ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap
         วิธีทำ จากตัวอย่างที่ 11.9 คำนวณ Pt t , P0t และ Fk สำหรับแต่ละงวด
                                                                  k
                                                                 k −1
                                                                             k


                                 tk
                            −    ∫ rk ds                                                    1 1          
         จากสูตร Pt t = e
                    k           tk −1
                                           , P0t = P0t Pt t และ
                                                 k      k −1
                                                            =   Fkk
                                                                                                 Tk − 1     แสดงในตารางต่อไปนี้
                   k −1                                          k −1
                                                                                           τ k  PTk −1 
                          งวดที่ k                             Ptktk−1                            P0tk                  Fk
                             1                       0.9876                          0.9876                    0.0505
                             2                       0.9873                          0.9751                    0.0515
                             3                       0.9863                          0.9617                    0.0556
                             4                       0.9888                          0.9509                    0.0453

         1) คำนวณผลประโยชน์ของแคปเล็ต Capletk
         จากสูตร            =      Caplet   Nτ P  F N ( d ) − KN ( d ) 
                                                                         k       k   0
                                                                                      Tk
                                                                                              k          1
                                                                                                          k        k
                                                                                                                   2


                                                 ln ( Fk / K ) + 0.5σ 2Tk 
         โดยที่ Fk เป็นอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า d =                        1
                                                                         k
                                                                               และ d=2k d1k − σ Tk
                                                             σ Tk
           ln ( F1 / K ) + 0.5σ 2t1  ln ( 0.0505 / 0.05 ) + 0.5(0.022 )(0.25) 
คำนวณ 1 =
=      d 1
                                                             = 1.00003
                       σ t1                               0.02 0.25
                       d11 − σ t1 =
                  d 21 =          1.00003 − 0.02 0.25 =
                                                      0.99003
             N (d11 ) N=
             =         (1.00003) 0.84135

             N (d 21 ) N=
             =          (0.99003) 0.83892

        วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

466                                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
 Caplet1 Nτ 1 P0t1  F1 N ( d11 ) − KN ( d 21 ) 
 =

                                = 1,000,000(0.25)(0.9876)[0.0505(0.84135) − 0.05(0.83892)] =
                                                                                           133.88
 สำหรับ Capletk , k = 2,3, 4 คำนวณได้ในทำนองเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้แสดงในตารางต่อไปนี้
      งวดที่      tk            k     P0tk        Fk        d1k        d 2k     N ( d1k )
                                                                                             N ( d 2k )   Capletk
       k
        1         0.25          0.25   0.9876     0.0505   1.00003    0.99003    0.84135     0.83892        133.88
        2         0.50          0.25   0.9751     0.0515   2.09719    2.08305    0.98201     0.98138        366.83
        3         0.75          0.25   0.9617     0.0556    6.13782    6.12050   1.00000     1.00000       1346.38
        4         1.00          0.25   0.9509     0.0453   -4.92580   -4.94580   0.00000     0.00000         0.00


 2) คำนวณค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap
                                 n
 จากสูตร Cap = ∑ Caplet                       k
                                k =1
                          4
 จะได้
  =    Cap ∑
           = Caplet 133.88 + 366.83 + 1346.38 + 0 =
                                       k          1,847.09
                         k =1

 ดังนั้น ราคาของสัญญาแคปที่มีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000,000 บาท และมีอัตราแคปที่ 5% โดยคำนวณ
 จากผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวดและมูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของ
 แคปเล็ต จะมีค่าเท่ากับ 1,857.09 บาท                                              

11.4.1.3 การกำหนดราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์

               โครงสร้ า งอั ต ราดอกเบี ้ ย ของเกาส์ (Gaussian term-structure model: GTSM) คื อตั ว
แบบที่ใช้ในการระบุโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยในอนาคตโดยสมมุติให้ระดับอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันและ
ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย (volatility) มีการแจกแจงแบบเกาส์ (Gaussian distribution) ใน
ตัวแบบจำลองที่ผ่านมาเช่น ตัวแบบฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน (HJM) อัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยตามระยะเวลา
ที่แตกต่างต่างกันอาจมีความผันผวนที่ไม่แน่นอน แต่ในตัวแบบโครงสร้างของเกาส์จะสมมติให้ความ
ผันผวนนั้นคงที่
               ตัวแบบโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์มีหลายรูปแบบแต่ละรูปแบบมีความซับซ้อน
แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสมมติฐานและตัวแบบอัตราดอกเบี้ยที่เลือกใช้ โดยตัวแบบอัตราดอกเบี้ยที่เป็น
ที่นิยมได้แก่ ตัวแบบวาซิเซค และ ตัวแบบฮัลล์-ไวท์ ซึ่งเป็นตัวแบบในกรอบโครงสร้างของฮีธ-จาร์
โรว์-มอร์ตันที่ได้กล่าวไว้แล้วในหัวห้อก่อนหน้านี้
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                       467
          ในหัวข้อนี้นำเสนอสูตรรูปปิดของการกำหนดราคาสัญญาแคปในรูปสูตรของแบล็กโชลส์
ภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์ กำหนดให้ BSP(S , K , T ,σ ) แทนสูตรของแบล็กโชลส์ของ
พุทออปชันบนสินค้าอ้างอิงที่มีราคาปัจจุบัน S , ราคาใช้สิทธิ K , อายุครบกำหนด T , และค่า
ความผันผวน σ (คงที่) จะได้ว่าราคาของสั ญญาแคปที่มี อั ตราใช้ส ิทธิ R อายุครบกํ าหนด Tn
สามารถคำนวณได้จากสูตร
                                                       n
                                             Cap = ∑ capletk                                                  (11.71)
                                                      k =1


เมื่อ capletk = Nτ k P0T BSP ( xk ,1, Tk , sk ) , N เป็นเงินต้นอ้างอิง
                        k




                                        T                           2
                                     1 k
และ xk = 1 + τ k= ⋅R
                      และ sk               σ (t , Tk ) − σ (t , Tk −1 ) dt , k = 1, 2,..., n                  (11.72)
         1 + τ k ⋅ Fk                Tk ∫0
                                                                                   − κ ∆Tk
                                                                                              1 − e −2κ Tk
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของตัวแบบเกาส์ 1 ปัจจัย จะได้ s = σ  1 − e k                        
                                                                                 κ             2κ Tk

และ                                BSP( S , K , T ,σ=) KP0T N ( −d 2 ) − SN ( −d1 )                           (11.73)
                                       1    S  1
โดยที่           =d1                    ln  T  + σ T , d=
                                                          2 d1 − σ T                                          (11.74)
                                     σ T  KP0  2

นั่นคือ                               BSP ( xk ,1, Tk , sk =) P0Tk N ( −d 2k ) − xk N ( −d1k )

                                       1     x  1
โดยที่            =d1k                    ln  kT  + sk Tk , d=
                                                               k
                                                               2 d1k − sk Tk
                                     sk Tk  P0  2

หมายเหตุ ในบริบทของการกำหนดราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์สำหรับ
สินทรัพย์สำหรับการใช้งานจริงมีสองค่าที่สำคัญ ได้แก่ อัตราใช้สิทธิ R และ ราคาใช้สิทธิ K ซึ่งทั้ง
สองค่านี้มีความแตกต่างกันดังนี้
             1) อัตราใช้สิทธิ ( R ): อัตราใช้สิทธิ R หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ใช้สำหรับการปรับราคา
ของสินค้าที่มีการใช้สิทธิ เช่น การคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน หรือการปรับอัตราดอกเบี้ยใน
สัญญาต่าง ๆ ในสมการ (11.71) R ถูกใช้ในการคำนวณค่า Cap เพื่อปรับราคาของพุทออปชันให้มี
ความเป็นปัจจุบัน โดยอัตราใช้สิทธิ R จะถูกนำไปคำนวณร่วมกับค่า ∆Tk ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ใช้ใน
การคำนวณ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ถูกต้อง

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

468                                                                   อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
             2) ราคาใช้สิทธิ ( K ): ราคาใช้สิทธิ K หมายถึงราคาที่ผู้ถือออปชันสามารถซื้อหรือ
ขายสินทรัพย์พื้นฐานได้เมื่อถึงวันครบกำหนดของออปชัน ในสมการ BSP( S , K , T , σ ) ตามสมการ
(11.73) จะใช้ราคาใช้สิทธิ K เพื่อคำนวณมูลค่าของออปชัน (ทั้งพุทและคอลออปชัน) โดยที่ K
จะเป็นตัวกำหนดว่าผู้ถือออปชันจะเลือกใช้สิทธิเมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงถึงราคาใช้สิทธิหรือไม่
ตัวอย่างของอัตราใช้สิทธิ R
             สมมติว่ามีอัตราใช้สิทธิ R = 5% ต่อปี ใช้ในการปรับราคาของพุทออปชันที่มีราคาใช้
สิทธิ K = 100 บาท ระยะเวลาครบกำหนด 1 ปี และมีค่า ∆Tk = 0.25 ปี ในกรณีนี้อัตราใช้สิทธิ
R จะถูกใช้ในการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนและปรับราคาออปชันให้สอดคล้องกับ
ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของสัญญา

 ตัวอย่างที่ 11.11 จงคำนวณราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์ (gtsm)
 โดยสมมติว่าพิจารณาสัญญาแคปสำหรับหุ้นอ้างอิงตามข้อมูลต่อไปนี้
          - มูลค่าหน้าตั๋วของแคปเท่ากับ 1,000,000 บาท
          - มีอัตราแคป (cap rate) ที่ 5%
          - ระยะเวลาถึงวันครบกำหนด (time to maturity, T ) 1 ปี
          - ค่าความผันผวน (volatility, σ ) 0.25
          - จำนวนงวด (number of periods, n ) 4 งวด
          - อัตราดอกเบี้ยในตลาด (risk-free interest rate, r ) 5%
          - ค่า κ (mean reversion rate): 0.03
          - ระยะเวลาระหว่างงวด (time interval, τ ) 0.25 ปี k


          - มีอัตราใช้สิทธิ R = 5% ต่อปี
 วิธทำ คำนวณราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์ (gtsm) ตามขั้นตอน ดังนี้
          1) คำนวณ sk สำหรับแต่ละงวด k
                           1 − e −κ τ k  1 − e −2κ Tk
   จากสูตร         sk = σ                               ในที่นี้ τ k = 0.25 และ κ = 0.03
                           κ               2κ Tk


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                                    469
                                            1 − e −0.03(0.25)  1 − e −2(0.03)(0.25)
     ดังนั้น           s1             0.25
                                       =                                            0.062033
                                                 0.03          2(0.03)(0.25)
   สำหรับผลการคำนวณ sk , k  2,3, 4 แสดงในตารางถัดจากนี้
                                        T

                                        ∫
                                      − rs ds
                                                                       1 1          
   จากสูตร P = e       T                t
                                                 และ
                                                 =   Fk                     Tk − 1          แสดงในตารางต่อไปนี้
                   t
                                                                      τ k  PTk −1 
                                 tk
                            −    ∫ rk ds      t    −0.05t
   จะได้=
        Pt t e= e −0.05(=
               k
            k −1
                        t −t )
                               e −0.05τ และ P0 = e
                                tk −1                      k   k −1             k                 k             k



                                       0.05τ   0.05(0.25)
                    1 1             e k −1 e            −1
      Fk
   และ=                         =
                                −
                       −0.05τ k 1        =           = 0.05031 , k  1, 2,3, 4
                   τk  e                τk      0.25
   จากสูตร capletk = Nτ k P0T BSP ( xk ,1, Tk , sk )   k




   เมื่อ xk = 1 + τ k ⋅ R และ BSP ( xk ,1, Tk , sk =) P0T N ( −d 2k ) − xk N ( −d1k )         k

                   1 + τ k ⋅ Fk
                             1     x  1
โดยที่ d1k
=                               ln  kT  + sk Tk , d=
                                                     k
                                                     2 d1k − sk Tk
                           sk Tk  P0  2
   ผลลัพธ์ที่คำนวณได้แสดงในตารางด้านล่าง
          k                 tk                  k             sk                   P0tk               Fk           xk
          1                0.25                 0.25           0.062033         0.9876                0.05031       0.999923
          2                0.50                 0.25           0.061802         0.9751                0.05031       0.999923
          3                0.75                 0.25           0.061572         0.9617                0.05031       0.999923
          4                1.00                 0.25           0.061344         0.9509                0.05031       0.999923
                    d1k                         d 2k            N (d1k )                  N (d 2k )     BSP ( xk ,1, Tk , sk )    capletk
          0.900513                          0.775513           0.183923582             0.219018           0.032388                 7,996.47
          1.070301                          0.893525           0.142241837             0.185788           0.03897                  9,502.00
          1.201809                          0.985303           0.114718705             0.162238           0.041557                 10,006.76
          1.313813                          1.063813           0.094454639             0.143707           0.042251                 10,047.56

   ดังนั้น ราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์
            n
   Cap = ∑ capletk = 7,996.47 + 9,502.00 + 10,006.76 + 10,047.56 = 37,552.79                                                         บาท       
           k =1



  11.4.1.3 ค่าความผันผวนแฝงของสัญญาแคป

  วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

470                                                                                         อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
               กำหนดให้ Cap แทนราคาของสัญญาแคปที่มีอัตราใช้สิทธิ R อายุครบกำหนด Tn และ
   τk =       1, 2,..., n ค่ า ความผั น ผวนแฝง (implied volality) ของสั ญ ญาแคปเขี ย นแทนด้ ว ย
      ∆Tk , k =

   σ n คือค่าความผันผวนที่ทำให้สมการต่อไปนี้เป็นจริง
                                                                n
                                                Cap
                                                =            ∑ NP ∆T BSC ( F , S , T ,σ )
                                                             k =1
                                                                    0
                                                                     Tk
                                                                           k          k    n   k          n                          (11.75)
                  n

                 ∑τ P F     k 0
                               Tk
                                        k
   เมื่อ S =
           n
                 k =1
                        n
                                                          , T ,σ ) SN ( d1 ) − KP0T N ( d 2 )
                                            และ BSC (S , K=                                                                         (11.76)
                   ∑τ F
                      k =1
                              k     k



                        S  1
                        1
โดยที่ d1
=                   ln  T  + σ T , d=
                                      2 d1 − σ T
                 σ T  KP0  2
   ค่าความผันผวนแฝงของสัญญาแคปเป็นมาตรวัดความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนในการเคลื่อนไหว
   ของราคาแคปซึ่งเป็นความแปรปรวนของราคาแคปในตลาดซึ่งวัดจากการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต
               สำหรับแต่แคปเล็ตอายุ Tk , k = 1,2,..., n ลำดับของค่าความผันผวนแฝงของแคปเล็ต σ k
   นิยามจากค่าความผันผวนซึ่งสอดคล้องกับสมการ
                                                            k
                                              Cap (k ) = ∑ NP0 j τ j BSC ( Fj , S k , T j ,σ k )                                   (11.77)
                                                                    T

                                                            j =1


   ในโครงสร้างตัวแบบของเกาส์ลำดับของค่าความผันผวนแฝงของแคปเล็ต σ k จากสมการ (11.77)
                                                    T                            2
                                                1 k
   และ ค่าความผั นผวน sk                              σ (t , Tk ) − σ (t , Tk −1 ) dt จากสมการ (11.68) มีความสัมพันธ์กัน
                                                Tk ∫0
            =

                                                        1 + τ k ⋅ Sn             
   คือ                                        P0Tk BSP               ,1, Tk , sk  = P0Tk τ k BSC ( Fk , S n , Tk ,σ k )           (11.78)
                                                        1 + τ k ⋅ Fk             
   โดยการค่าประมาณ
                                                                                               k


                                                                    Sσ T
                                                                                               ∑τ P F     k   0
                                                                                                               Tk
                                                                                                                        k

         BSC
          =  ( S , S , T ,σ ) BSP ( S , S , T ,σ ) ≈                     และ Sk
                                                                         =
                                                                                               j =1
                                                                                                      n
                                                                                                                            ≈ Fk     (11.79)
                                                                      2π
                                                                                                   ∑τ F
                                                                                                   k =1
                                                                                                              k     k



   จากสมการ (11.79) จะได้ว่า ค่าโดยประมาณของค่าความผันผวนแฝง sk ของแคปเล็ตจากตัวแบบ
   เกาส์ คือ

   วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                               471
                                        τ F         τ
                              sk ≈ σ k  k k  1 + k                                  (11.80)
                                        1 + τ k Fk  Tk

 ตัวอย่างที่ 11.12 จงคำนวณค่าประมาณความผันผวนแฝง ( sk ) จากข้อมูลในตัวอย่างที่ 11.10
 ในการกำหนดราคาสัญญาแคปโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ย
 ใช้ อ้ างอิ งเป็ น LIBOR โดยสั ญ ญาแคปนี ้ มี ร ะยะเวลา 1 ปีและมีอัตราแคป (cap rate) ที่ 5%
 กำหนดให้มูลค่าหน้าตั๋วของแคปเท่ากับ 1,000,000 บาท และกำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
 อัตราดอกเบี้ยใช้อ้างอิง Lk , จำนวนงวดที่มีการคำนวณดอกเบี้ย n = 4 (ชำระดอกเบี้ยทุก 3
 เดือน), อัตราดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง rk ในแต่ละงวด, อัตราแคป K ที่ 5%, ค่าเบี่ยงเบน
 มาตรฐานของอัตราดอกเบี้ย σ = 0.02
 วิธีทำ จากผลลัพธ์ในตัวอย่างที่ 11.10 ค่าของ P0t และ Fk  k



   งวดที่ k              tk          r (t ) = rk         τk           P0t
                                                                      k
                                                                                    Fk
         1          0.25           0.050            0.25         0.9876        0.0505
         2          0.50           0.051            0.25         0.9751        0.0515
         3          0.75           0.055            0.25         0.9617        0.0556
         4          1.00           0.049            0.25         0.9509        0.0453

 ขั้นตอนการคำนวณค่าประมาณความผันผวนแฝง ( sk ) ทำได้ดังนี้
                                   n

                                  ∑τ P F  k 0
                                             Tk
                                                      k
 1) คำนวณค่า Sn จากสูตร Sn = k =1n
                                    ∑τ F
                                       k =1
                                              k   k


        0.25(0.9878)(0.0505) + 0.25(0.9751)(0.05) + 0.25(0.963)(0.0505) + 0.25(0.95)(0.054)
 Sn =
                    0.25(0.0505) + 0.25(0.0500) + 0.25(0.0505) + 0.25(0.0540)

       ≈ 0.9686
 2) คำนวณค่า sk สำหรับ caplet ที่ 1 ( k = 1 ,2,3,4)
                           
                    τ F 
  จากสูตร sk ≈ σ k  kτ kS 
                    1+ k n 
                       Fk 
                   
   สำหรับ k = 1

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

472                                                            อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                         
                     0.25(0.0505) 
          s1 ≈ 0.02                       ≈ 0.00004357
                     1 + 0.25  0.9686  
                                      
                               0.0505  
                                         
                     0.25(0.0515) 
          s2 = 0.02                       ≈ 0.002258
                     1 + 0.25  0.9686  
                                      
                               0.0515  
                                         
                     0.25(0.0556) 
          s3 0.02                         ≈ 0.002596
                     1 + 0.25  0.9686  
                                      
                               0.0556  
                                         
                     0.25(0.0453) 
          s4 0.02                         ≈ 0.00003569                                  
                     1 + 0.25  0.9686  
                                      
                               0.0453  




11.4.2 สัญญาฟลอร์ของอัตราดอกเบี้ย

       สั ญญาฟลอร์ (floor agreement) เป็ น สั ญ ญาทางการเงิน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความ
คุ้มครองต่อการลดลงของอัตราดอกเบี้ย สัญญาฟลอร์จะกำหนดระดับขั้นตํ่าที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลง
นั่นหมายความว่า ถ้าอัตราดอกเบี้ยลดลงตํ่ากว่าจุดที่กำหนด (อัตราดอกเบี้ยฟลอร์) ผู้ขายฟลอร์
จะต้องชดใช้ส่วนต่างให้กับผู้ซื้อ ในทางกลับกันผู้ซื้อฟลอร์จะต้องชำระค่าพรีเมียมให้กับผู้ขายเป็นการ
แลกเปลี่ยนสำหรับความคุ้มครองที่ได้รับจากสัญญาฟลอร์ เพื่อความเข้าใจพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้
สมมติว่ากองทุนหนึ่งมีพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหน่วยลงทุนเงินตราที่ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ
อัตราดอกเบี้ยในตลาดและกองทุนนีต้ ้องการที่ป้องกันความเสี่ยงจากสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยจะลดลง
อย่างมากซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในกรณีนี้กองทุนสามารถซื้อ
สัญญาฟลอร์จากธนาคาร โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยฟลอร์ที่ 2% และระยะเวลา 5 ปี กองทุนนี้

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                          473
จะต้ องชํ า ระค่ า พรี เ มี ย มให้ กั บ ธนาคารในแต่ล ะปี ถ้าอัตราดอกเบี้ย ในตลาดลดลงมาอยู่ที่ 1%
ธนาคารจะต้องจ่ายค่าชดเชย (2% - 1% = 1%) ให้กับกองทุนนี้ ซึ่งจะทำให้กองทุน ได้รับความ
คุ้มครองจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย ทำให้กองทุนสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ
ดอกเบี้ยในระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้




                           รูปที่ 11.9 การซื้อขายสัญญาฟลอร์อัตราดอกเบี้ย

11.4.2.1 การกำหนดราคาสัญญาฟลอร์ตัวแบบคิดลดกระแสเงินสด

         การกำหนดราคาสัญญาฟลอร์นั้นทำได้ในลักษณะเดียวกับสัญญาแคป โดยราคาของสัญญา
ฟลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
      1) อัตราดอกเบี้ยในอนาคต: ถ้ามีความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะลดตํ่าลงมาก
ราคาของสัญญาฟลอร์จะสูงด้วย
      2) ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนมากจะทำให้สัญญาฟลอร์มีราคาสูง
      3) ระยะเวลาของสัญญา: สัญญาฟลอร์ที่มีระยะเวลานานมากขึ้นจะมีราคาสูง
      4) อัตราฟลอร์ (floor rate): สัญญาฟลอร์ที่มอี ัตราฟลอร์สูงกว่าจะมีราคาแพงกว่าสัญญาฟลอร์
ที่มอี ัตราฟลอร์ตํ่ากว่า
       กํ=            T1 , T2 ,..., Tn T แทนจุดกำหนดช่วงเวลา (งวด) กระแสเงินสดจะเกิดขึ้นที่
         าหนดให้ T0 0,=
ปลายงวด t = T1 ,T2 ,...Tn , τ k ≡ ∆ k T= Tk − Tk −1 และกํ า หนดให้ Lk = L (Tk −1 , Tk ) แทนอั ต รา
ดอกเบี ้ ย ลอยตั ว ในช่ ว ง [Tk −1 , Tk ] , k = 1,2,..., n , ผลประโยชน์ของฟลอร์เล็ตที่ k , k = 1,2,..., n
สามารถคำนวณ ได้ดังนี้

     ผลประโยน์ของฟลอร์เล็ตที่ k= Nτ k [ K − Lk ]+= Nτ k max {K − Lk ,0}                          (11.81)

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

474                                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
โดยที่ N เป็นเงินต้นอ้างอิง (principle notation) และ K แทนอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิหรืออัตรา
ฟลอร์




                        รูปที่ 11.10 ผลประโยชน์ของพุทออปชันแบบยุโรปหรือฟลอร์เล็ต
                               T

                               ∫
                              − rs ds
                                                                             1  Pt T     
กำหนดให้ P = E [e
            t
                T        Q*    t
                                        ] และ =
                                              Ft T +∆T F (t ; T , T=
                                                                   + ∆T )       T +∆T − 1      เป็ น อั ต รา
                                                                            ∆T  Pt       
ดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับ [T , T + ∆T ] ณ วันที่ t ≤ T , ผลประโยน์ของฟลอร์เล็ต flk ที่ภายใต้
                                                             1 1          
อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้
                 =   า Fk F ( Tk −1 ;T=
                                      k −1 , Tk )                 Tk − 1 คำนวณได้ ดังนี้
                                                            τ k  PTk −1 


      ผลประโยน์ของฟลอร์เล็ต flk= Nτ k [ K − Fk ]+= Nτ k max {K − Fk ,0}                              (11.82)

และมูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยน์ของฟลอร์เล็ต flk คำนวณได้จาก
                     0 E [ flk ]              [
                                 P0Tk E  Nτ k= K − Fk ]  Nτ k P0Tk E [ K − Fk ] 
                                                        +                         +
         Floorlet
         =        k P=Tk
                                                                                                 (11.83)
ค่าพรีเมียมหรือราคาของฟลอร์คือเงินที่ผู้ซื้อยินยอมจ่ายเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับใน
อนาคต ดังนั้น ภายใต้ค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยง E * ค่าพรีเมียม (ราคาของฟลอร์ที่
เวลา t = 0 ) คำนวณได้จาก
                                              − k rs ds            
                                                                        T

                    n                     n
                                            *
                                                 ∫            n
                                                                   +
Floor ∑
=      = floorletk ∑=
                 *
                       P0 E [ flk ] N ∑τ k E e
                         Tk *                    0
                                                         [ K − Fk ]                                 (11.84)
=     k 1=         k 1     =          k 1
                                             
                                                                  




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                 475

 ตัวอย่างที่ 11.13 จากข้อมูลตัวอย่างที่ 11.9 จงคำนวณราคาสัญญาฟลอร์ของอัตราดอกเบี้ย
 สมมติว่าต้องการคำนวณราคาสัญญาฟลอร์ (floor) ที่มีอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิเป็น LIBOR โดย
 สัญญามีอายุประมาณ 1 ปีและมีอัตราฟลอร์ (floor rate) ที่ 5% กำหนดให้มูลค่าหน้าตั๋ว ของ
 ฟลอร์ ( N ) เท่ากับ 1,000,000 บาท และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น r (t )
 , จำนวนงวดที่มีการคำนวณดอกเบี้ย n = 4 (ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน), อัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิ
 อ้างอิง Lk , อัตราฟลอร์ K ที่ 5%, ความผันผวน σ = 0.02
                    งวดที่ k      tk            k            Lk     r (t ) = rk
                       1         0.25          0.25          0.061     0.050
                       2         0.50          0.25          0.055     0.051
                       3         0.75          0.25          0.049     0.055
                       4         1.00          0.25          0.057     0.049

 วิธีทำ จากตัวอย่างที่ 11.9 เราได้คำนวณค่าของ Pt t , P0t และ Fk สำหรับแต่ละงวดแล้วซึ่ง
                                                       k
                                                      k −1
                                                               k



 เป็น
 ตารางต่อไปนี้
                 งวดที่ k             Pt t
                                         k
                                        k −1
                                                       P0t    k
                                                                       Fk
                    1          0.9876           0.9876           0.0505
                    2          0.9873           0.9751           0.0515
                    3          0.9863           0.9617           0.0556
                    4          0.9888           0.9509           0.0453
 ต่อไปจะคำนวณผลประโยชน์ของฟลอร์แต่ละงวด f k =       จากสูตร f k Nτ k max( K − Fk , 0)
 ดังนั้น สำหรับแต่ละงวดจะได้
=f1 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.05 − 0.0505,
                                         =  0) 0
f 2 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.05 − 0.0515,
=                                        =  0) 0
=f3 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.05 − 0.0556,
                                         =  0) 0
f 4 1, 000, 000 × 0.25 × max(0.05 − 0.0453,
=                                        =  0) 1,175
 ต่อไปคำนวณมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ของฟลอร์แต่ละงวด Floorletk
 จากสูตร Floorletk = P0t f k จะได้
                          k




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

476                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
   Floorlet1 = P0t1 × f1 = 0.9876 × 0 = 0
   Floorlet2 = P0t2 × f 2 = 0.9751× 0 = 0
   Floorlet3 = P0t3 × f 3 = 0.9617 × 0 = 0
   Floorlet4 = P0t4 × f 4 = 0.9509 × 1,175 = 1,116.81
                                                                                              n
 ค่าพรีเมียมหรือราคาของฟลอร์ Floor สามารถคำนวณได้ จาก Floor = ∑ Floorletk
                                                                                             k =1

 ดังนั้น จะได้ Floor = 0 + 0 + 0 + 1,116.81 = 1,116.81 บาท

 ดังนั้น ราคาของสัญญาฟลอร์ที่มีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000,000 บาท และมีอัตราฟลอร์ที่ 5% คือ
 1,116.81 บาท                                                                    



11.4.2.2 การกำหนดราคาสัญญาฟลอร์โดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์

       การกำหนดราคาของสัญญาฟลอร์ดอกเบี้ยโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ เป็นการใช้ทฤษฎีการ
กำหนดราคาออปชันแบบยุโรปด้วยตัวแบบแบล็กโชลส์ในการกำหนดราคาสัญญาฟลอร์ดอกเบี้ยซึ่ง
สัญญาฟลอร์ดอกเบี้ยนี้จะมีลักษณะเหมือนกับยูโรเปียนพุทออปชัน (European put option) โดย
พิจารณาอัตราดอกเบี้ยแทนราคาหุ้นหรื อราคาสิน ทรัพย์ โดยราคาของสัญญาฟลอร์ดอกเบี ้ย จะ
เท่ากับผลรวมของราคาฟลอร์เล็ตที่มีราคาใช้สิทธิเท่ากันแต่อายุของสัญญาต่างกัน โดยราคาของ
ฟลอร์เล็ตตามตัวแบบแบล็กโชลส์ คำนวณได้ตามสูตร ดังนี้
                       Floorlet
                        =       k Nτ k P0Tk  KN ( − d 2k ) − Fk N ( − d1k )                                        (11.84)
                                                                                                            Tk

                                                                                                            ∫
                                                                                                           − rs ds
โดยที่ Floorletk เป็ น ราคาฟลอร์ เ ล็ ต ซึ ่ ง มี อ ายุ ค รบกํ า หนดที ่ Tk , P = E [e
                                                                                    t
                                                                                        Tk           Q*     0
                                                                                                                     ] เป็ น ตั ว

                                                                         1 1          
ประกอบส่วนลดสำหรั บช่ว ง [t ,T=
                               k ] , Fk F ( Tk −1 ; T=
                                                     k −1 , Tk )              Tk − 1              เป็น อัตราดอกเบี้ ย
                                                                        τ k  PTk −1 
ล่วงหน้า (forward rate) หรืออัตราดอกเบี้ยที่คาดการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ฟลอร์เล็ตที่ k
อายุครบกำหนดวันที่ Tk , K เป็นอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิหรืออัตราฟลอร์, N เป็นฟังก์ชันสะสมของ
การแจกแจงปกติ ม าตรฐาน, σ เป็ น ค่ า ความผั น ผวนของอั ต ราดอกเบี ้ ย , d และ d เป็ น                 1
                                                                                                       k                k
                                                                                                                        2


ค่าพารามิเตอร์ที่คำนวณจากสูตรดังนี้
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                    477
                                   ln ( Fk / K ) + 0.5σ 2Tk 
                               d =
                                 1
                                  k
                                                                 และ d=2k d1k − σ Tk                                               (11.85)
                                               σ Tk
       ดังนั้น ราคาฟลอร์สามารถคำนวณได้จากสูตร
                                              n                     n


                             =k 1=
                                  Floor
                                  =
                                  k 1
                                             ∑ Floorlet
                                                  =     k           ∑ Nτ P  KN (−d ) − F N ( −d )
                                                                                  k   0
                                                                                       Tk
                                                                                                         2      k       1          (11.86)

         ตัวอย่างที่ 11.14 จากข้อมูลในตัวอย่างที่ 11.10 จงคำนวณราคาของสัญญาฟลอร์โดยใช้ตัว
         แบบแบล็กโชลส์ โดยข้อมูลสำหรับสัญญาฟลอร์ของอัตราดอกเบี้ยโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ มี
         ดังนี้ จำนวน n = 4, เงินต้นอ้างอิงของ floor ( N ) = 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตลาด (
          Lk ) และอัตราดอกเบี้ยแบบผันผวน ( r (t ) = rk ), ราคาใช้สิทธิ ( K ) = 0.05 (5%) และค่าความ
         ผันผวน ( σ ) = 0.02 (2%)
         วิธีทำ จากตัวอย่างที่ 11.9 เราได้คำนวณค่าของ Pt t , P0t และ Fk สำหรับแต่ละงวดแล้วซึ่ง
                                                                            k
                                                                           k −1
                                                                                            k



         เป็นดังตารางต่อไปนี้
              งวดที่ k             r (t ) = rk                 Ptktk−1                              P0tk                      Fk
                 1             0.050                   0.9876                               0.9876                   0.0505
                 2             0.051                   0.9873                               0.9751                   0.0515
                 3             0.055                   0.9863                               0.9617                   0.0556
                 4             0.049                   0.9888                               0.9509                   0.0453
         1) คำนวณผลประโยชน์ของแคปเล็ต Floorletk
         จากสูตร                   = Nτ P  KN ( − d ) − F N ( − d ) 
                                  Floorlet             k        k    0
                                                                      Tk                        k
                                                                                                2    k          1
                                                                                                                 k



                                                            ln ( Fk / K ) + 0.5σ 2Tk 
         โดยที่ Fk เป็นอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า d1k =                                                          และ d=2k d1k − σ Tk
                                                                                σ Tk
         ln ( F1 / K ) + 0.5σ 2t1  ln ( 0.0505 / 0.05 ) + 0.5(0.022 )(0.25) 
คำนวณ d =
=                 1
                  1                                        = 1.00003
                     σ t1                               0.02 0.25
                       d11 − σ t1 =
                  d 21 =          1.00003 − 0.02 0.25 =
                                                      0.99003
                  N (− d11 ) = N (−1.00003) = 0.15865

                  N (− d 21 ) = N (−0.99003) = 0.16108
               Floorlet
                =       k Nτ k P0Tk  KN ( − d 2k ) − Fk N ( − d1k ) 

                           = 1,000,000(0.25)(0.9876)[0.05(0.16108) − 0.0505(0.15865)] =
                                                                                      10.41


       วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

478                                                               อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
 สำหรับ Floorletk , k = 2,3, 4 คำนวณได้ในทำนองเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้แสดงในตารางต่อไปนี้
 งวดที่    tk     k     P0tk      Fk        d1k        d 2k     N (− d1k )
                                                                              N ( − d 2k )   Floorletk
  k
   1       0.25   0.25   0.9876   0.0505    1.00003    0.99003    0.15865      0.16108         10.43
   2       0.50   0.25   0.9751   0.0515    2.09719    2.08305    0.01799      0.01862          1.16
   3       0.75   0.25   0.9617   0.0556    6.13782    6.12050    0.00000      0.00000          0.00
   4       1.00   0.25   0.9509   0.0453   -4.92580   -4.94580    1.00000      1.00000        1117.31

                                                                        n
 คำนวณค่าพรีเมียมหรือราคาของฟลอร์ Floor จากสูตร Floor = ∑ Floorletk
                                                                       k =1

 ดังนั้นจะได้      = 10.43 + 1.16 + 0 + 1117.31
                Floor                                 = 1,128.90
 ดังนั้นราคาของสัญญาฟลอร์ ที ่มี มูล ค่าหน้าตั ๋ว 1,000,000 บาท และมีอั ตราฟลอร์ที่ 5% คือ
 1,128.90 บาท                                                                         
11.4.4 สัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย

          สั ญ ญาคอลลาร์ (collar agreement) เป็ น สั ญ ญาทางการเงิ น ที ่ ร วมการซื ้ อ สั ญ ญา
แคปและการขายสัญญาฟลอร์พร้อมกัน โดยการขายฟลอร์และการซื้อแคปจะสามารถสร้างคอลลาร์
ที่จำกัดการแกว่งตัวของอัตราดอกเบี้ยหรือราคาให้อยู่ในช่วงที่เราต้องการ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
พิจารณาสมมติว่าบริษัท a มีหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว บริษัท a ต้องการจำกัดการแกว่งตัว
ของอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ระหว่าง 2% ถึง 5% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ในกรณีนี้ บริษัท a สามารถสร้าง
คอลลาร์อัตราดอกเบี้ยโดยการซื้อสัญญาแคปที่ 5% และขายสัญญาฟลอร์ที่ 2% ถ้าอัตราดอกเบี้ยใน
ตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7% ผู้ขายของสัญญาแคปจะจ่ายค่าชดเชยแก่บริษัท a ส่วนต่างระหว่าง 7%
และ 5% เท่ากับ 2% อย่างไรก็ตาม ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลงมาอยู่ที่ 1% บริษัท a จะต้อง
ชำระค่าชดเชยให้แก่ผู้ซื้อสัญญาฟลอร์ซึ่งส่วนต่างระหว่าง 1% และ 2% เท่ากับ 1% เป็นต้น จะเห็น
ว่าสัญญาคอลลาร์ช่วยให้บริษัท a สามารถจำกัดการแกว่งตัวของอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในช่วงที่ต้องการ
คือช่วงระหว่าง 2% และ 5% ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะเปลี่ยนแปลงผันผวนมากเท่าใดก็ตาม




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                479




   รูปที่ 11.12 การจำกัดการแกว่งตัวของอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ช่วงที่ต้องการโดยใช้สัญญาคอลลาร์




 รูปที่ 11.11 สัญญาคอลลาร์เป็นสัญญาที่รวมการซื้อสัญญาแคปและการขายสัญญาฟลอร์พร้อมกัน

11.4.5 การกำหนดราคาของสัญญาคอลลาร์

        จากนิยามของสัญญาคคอลลาร์จะพิจารณาคอลลาร์ประกอบด้วยสัญญาคอลลาร์เล็ต
(collarlet) หลาย ๆ คอลลาร์เล็ต กำหนดให้ Collarletk เป็นราคาคอลลาร์เล็ตซึ่งมีอายุครบกำหนด
ที่ Tk โดยที่
ราคาคอลลาร์เล็ต ( Collarletk ) = ราคาแคปเล็ต ( Capletk ) – ราคาฟลอร์เล็ต ( Floorletk ) (11.87)
                                                       n
และ                         ราคาคอลลาร์ ( Collar ) = ∑ Collarlet   k                  (11.88)
                                                      k =1


โดยทีส่ ามารถกำหนดราคาของคอลลาร์เล็ต ได้ดังนี้
-การกำหนดราคาสัญญาคอลลาร์เล็ตด้วยตัวแบบคิดลดกระแสเงินสด


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

480                                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                             Collarlet
                                =      k         (
                                         P0Tk E  Nτ k  Fk − K cap   − E  Nτ k  K floor − Fk  
                                                 
                                                                        +

                                                                                
                                                                                                          +

                                                                                                                            )           (11.89)
    -การกำหนดราคาสัญญาคอลลาร์เล็ตโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์

                                      (                       (       )
Collarletk Nτ k P0Tk  Fk N (d1kKcap ) − K cap N d 2cKcap  −  K floor N (− d 2kK floor ) − Fk N − d1kK floor 
=
                                                                                                                     (               ))
                                                                                                                                        (11.90)
                                                                                                                                 Tk

                                                                                                                                 ∫
                                                                                                                             − rs ds
    โดยที่ Floorletk เป็ น ราคาฟลอร์ เ ล็ ต ซึ ่ ง มี อ ายุ ค รบกํ า หนดที ่ Tk , P = E [e      t
                                                                                                    Tk              Q*           0
                                                                                                                                       ] เป็ น ตั ว

                                                                                     1 1          
    ประกอบส่ ว นลดสํ า หรั บ ช่ ว ง [t ,T=
                                         k ] , Fk F ( Tk −1 ; T=
                                                               k −1 , Tk )                Tk − 1                เป็น อัตราดอกเบี้ ย
                                                                                    τ k  PTk −1 

    ล่วงหน้าหรืออัตราดอกเบี้ยที่คาดการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ฟลอร์เล็ตที่ k อายุครบกำหนด
    วันที่ Tk , K และ K floor เป็นอัตราใช้สิทธิของแคปและฟลอร์ ตามลำดับ, N เป็นฟังก์ชันสะสมของ
                  cap


    การแจกแจงปกติ ม าตรฐาน, σ เป็ น ค่ า ความผั น ผวนของอั ต ราดอกเบี ้ ย , d และ d เป็ น                           k
                                                                                                                    1x
                                                                                                                                         k
                                                                                                                                         2x


    ค่าพารามิเตอร์ที่คำนวณจากสูตรดังนี้
                        ln ( Fk / x ) + 0.5σ 2Tk 
                    d = k
                        1x                            และ d=
                                                           k
                                                           2x d1kx − σ Tk                                                                (11.91)
                                   σ Tk

     ตัวอย่างที่ 11.15 จากข้อมูลในตัวอย่างที่ 11.10 จงคำนวณราคาของสัญญาคอลลาร์โดยใช้ตัว
     แบบแบล็กโชลส์ โดยข้อมูลสำหรับสัญญาสัญญาคอลลาร์ของอัตราดอกเบี้ย มีดังนี้ จำนวน n =
     4, เงินต้นอ้างอิงของคอลลาร์ ( N ) = 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตลาด ( Lk ) และอัตรา
     ดอกเบี้ยแบบผันผวน ( r (t ) = rk ), ราคาใช้สิทธิ =
                                                     ( K K=
                                                          cap    K floor ) = 0.05 (5%) และค่าความ
     ผันผวน ( σ ) = 0.02 (2%)
     วิธีทำ เนื่องจาก ราคาคอลลาร์เล็ต ( Collarletk ) = Capletk - Floorletk
                                                                                     n
     และ                                             ราคาคอลลาร์ ( Collar ) = ∑ Collarlet                k
                                                                                    k =1

     และจากโจทย์ ก ํ า หนด ราคาใช้ ส ิ ท ธิ =     ( K K=  cap    K floor ) = 0.05 โดยการใช้ ผ ลลั พ ธ์ จ าก
     ตั ว อย่ า งที ่ 11.9 ตั ว อย่ า งที ่ 11.10 และตั ว อย่ า งที ่ 11.14 ค่ า ของ Pt t , P0t และ Fk ,      k
                                                                                                             k −1
                                                                                                                                 k



     Floorletk และ Capletk สำหรับแต่ละงวด แสดงดังตารางต่อไปนี้
     ตารางแสดงค่า Pt t , P0t และ Fk ,
                                k
                               k −1
                                          k




    วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                                         481
         งวดที่ k             r (t ) = rk                           Ptktk−1                       P0tk                   Fk
            1             0.050                            0.9876                       0.9876                  0.0505
            2             0.051                            0.9873                       0.9751                  0.0515
            3             0.055                            0.9863                       0.9617                  0.0556
            4             0.049                            0.9888                       0.9509                  0.0453

  ตารางแสดงค่า d1k , d 2k , N (d1k ) , N (d 2k ) , N (d1k ) , N (d 2k ) สำหรับกรณีที่ราคาใช้สิทธิของ
  ( K K=
  =      cap  K floor ) = 0.05




      งวดที่ k           d1k               d 2k             N (d1k )              N (d 2k )         N (d1k )         N (d 2k )
         1            1.00003             0.99003           0.841352              0.838920           0.158648         0.161080
         2            2.09719             2.08305           0.982012              0.981377           0.017988         0.018623
         3            6.13782             6.12050           1.000000              1.000000           0.000000         0.000000
         4           -4.92580            -4.94580           0.000000              0.000000           1.000000         1.000000
คำนวณค่า Capletk , Floorletk และ Collarletk ทีมีราคาใช้สิทธิของ =
                                                                 ( K K=
                                                                      cap K floor ) =
0.05 ซึ่งคำนวณได้จากสูตร
=         Caplet   Nτ P  F N (d  ) − K N (d
                                    Tk            k
                                                   ) ,                      c
                     k
                              k   0      k       1K cap        cap           2 K cap


                                                                                   (
            Floorletk Nτ k P0Tk  K floor N (− d 2kK floor ) − Fk N − d1kK floor  ,
            =
                                                                                            )
  และ       Collarletk = Capletk - Floorletk                        ค่าที่ได้แสดงในตารางต่อไปนี้
                    Capletk                                  Floorletk                                   Collarletk
                     133.88                                     10.43                                       123.45
                     366.83                                      1.16                                       365.67
                    1346.38                                      0.00                                      1346.38
                      0.00                                     1117.31                                    -1117.31
                                                                                                          n
  คำนวณค่าพรีเมียมหรือราคาของคอลลาร์ Collar จากสูตร Collar = ∑ Collaretk
                                                                                                         k =1

   ดังนั้นจะได้ Collar = 123.45 + 365.67 + 1346.38 − 1117.31 = 718.19 บาท
  ดังนั้นราคาของสัญญาคอลลาร์ที่มีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000,000 บาท โดยมีค่าใช้สิทธิของ cap ที่ 5%
  และ floor ที่ 5% คือ 718.19 บาท                                                     


 วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

482                                                           อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
11.5 สัญญาสวอปชันของอัตราดอกเบี้ย

        สวอปชัน (swaption) หรือ สวอปออบชัน (swap option ) เป็นสัญญาที่ให้สิ ทธิ ที่ไม่ใช่
พันธะผูกพันแก่ผู้ถือสัญญาสวอปชันในการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยหรือสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องใน
อนาคตตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า นั่นหมายความว่าผู้ถือสวอปชันสามารถตัดสินใจว่าจะทำ
รายการสวอปหรือไม่ตามความพอใจของตนเอง สวอปชันสามารถใช้เพื่อจัดการความเสี่ย งทาง
ดอกเบี้ยหรือความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์อื่น ๆ แต่สำหรับในบทนี้จะกล่าวถึงสัญญาสวอปชันของ
อัตราดอกเบี้ยเท่านั้น
        เพื่อให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น พิจาณากรณีต่อไปนี้ สมมติว่าบริษัทแห่งหนึ่งต้องการกู้เงินเพื่อ
ขยายธุรกิจใน 3 ปีข้างหน้า แต่บริษัทกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นในระยะเวลานั้นเพื่อจัดการ
กับความเสี่ยงนี้ บริษัทสามารถซื้อสวอปชันจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ขายสวอปชัน สวอปชัน
นี้จะให้สิทธิแต่ไม่ใช่พันธะผูกพันต่อบริษัทนี้ที่จะสวอปอัตราดอกเบี้ยที่คงที่กำหนดไว้ล่วงหน้ากับ
อัตราดอกเบี้ยลอยตัวในอนาคต หากใน 3 ปีข้างหน้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทนี้สามารถใช้สิทธิในสวอปชันเพื่อทำการสวอปอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้ากับอัตรา
ดอกเบี้ยลอยตัว ในทางตรงกันข้าม หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง บริษัทสามารถเลือกที่จะไม่ใช้
สิทธิตามที่ระบุไว้ในสัญญาสวอปชันและกู้เงินด้วยอัตราดอกเบี้ยในตลาด
        จะเห็นว่า สวอปชันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการจัดการความเสี่ยงทางดอกเบี้ ยหรือ
ความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตามการใช้สวอปชันมากไปเช่นเดียวกับเครื่องมือการจัดการ
ความเสี่ยงอื่น ๆ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดได้




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                                      483
รูปที่ 11.12 สวอปชันเป็นสัญญาที่ให้สิทธิที่ไม่ใช่พันธะผูกพันแก่ผู้ถือสัญญาในการแลกเปลี่ยนอัตรา
                                                      ดอกเบี้ย

11.5.1 ประเภทของสวอปชัน

                 สวอปชั น แบ่งประเภทตามการให้ สิทธิเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สวอปชัน ผู้ จ ่าย (payer
swaption) และ สวอปชันผู้รับ (receiver swaption)
                  1) สวอปชันผู้จ่าย เป็นสัญญาสวอปชันที่ให้สิทธิแต่ไม่ใช่พันธะผูกพัน แก่ผู้ถือสัญ ญา
สามารถเข้าสู่สถานะของสัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ถือจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่และได้รับอัตรา
ดอกเบี้ยลอยตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าในอนาคตอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือไม่
ดังนั้น สวอปชันผู้จ่ายเป็นเครื่องมือในการประกันความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
                   2) สวอปชันผู้รับเป็นสัญญาประเภทที่ให้สิทธิแต่ไม่ใช่พันธะผูกพันแก่ผู้ถือสัญญาสามารถ
เข้าสู่สัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ถือจะรับอัตราดอกเบี้ยคงที่และจ่ายอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับว่าในอนาคตอัตราดอกเบี้ยลอยตัวจะตํ่ากว่าอัตราดอกเบี้ยคงที่หรือไม่ ดังนั้น สวอปชันผู้รับ
เป็นเครื่องมือในการประกันความเสี่ยงจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ย

11.5.2 การกำหนดราคาของสัญญาสวอปชัน

                 พิจารณาสัญญาสวอป กำหนดให้ t0 , t1 , t2 ,..., tn = T แทนจุดกำหนดช่วงเวลา (งวด) กระแส
เงิ น สดจะเกิ ด ขึ ้ น ที ่ ป ลายงวด t = t1 , t2 ,..., tn , τ k ≡ ∆ k t= tk − tk −1 และกำหนดให้ Lk = L ( tk −1 , tk )
แทนอัตราดอกเบี ้ยลอยตัว (floating rate) ในช่วง [tk −1 , tk ] , k = 1,2,..., n และให้ F แทนอัต รา
ดอกเบี้ยคงที่ (fixed rate) โดยที่ N แทนเงินต้นอ้างอิง (principle notation) ของสัญญาสวอป
                          tk

                          ∫
                         − rs ds
                                                                     1 1          
และ P = E [etk      Q*    0
                                   ] เป็นตัวประกอบส่วนลด=
                                                        ซึ่ง Lk           tk − 1 จะได้ว่า
        t
                                                                    τ k  Ptk −1 

                  การจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่เวลา tk จะเท่ากับ
                                          ( ∆ k T ) FN =
                                                       τ k FN , k = 1,2,..., n                               (11.92)
                  มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่ t = t เท่ากับ
                                                                            0


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

484                                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                                                                               tk

                                                   n                   n                       ∫
                                                                                              − rs ds

                                   PV fixed
                                   =
                                    =
                                           tk
                                        k t0
                                     k 1=     k 1
                                                   ∑=
                                                    τ P FN ∑τ E [e             k
                                                                                         Q*    t0
                                                                                                         FN ]       (11.93)
             การจ่ายของฝั่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่เวลา tk จะเท่ากับ
                                    ( ∆ k T ) Lk N =
                                                   τ k Lk N , k = 1,2,..., n                                        (11.94)
            มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยเบี้ยลอยตัว ที่เวลา t = t เท่ากับ                          0


                                                                                 
                                                                                                    tk

                                                   n             − ∫ rs ds n
                                                                                 
                                  PV
                                  =  ∑= τ k Pt0 Lk N ∑ τ k E [e
                                           float

                                                     k 1
                                                         tk  Q*    t0
                                                                           Lk N ]                                  (11.95)
                                  =  k 1=                                         
                                                                                 
ดังนั้น ราคาของสวอปที่เวลา t = t0 (ในมุมมองฝั่งจ่ายดอกเบี้ยคงที)่ เท่ากับ
                                                                      − ∫ rs ds 
                                                                         tk
                                                                                      
                                             n
                                                         Q* 
                                                                               n
                                                                                  
      swap
        = PV fixed
                   − PV = N ∑τ k Pt0 ( Lk − F=
                        float      tk
                                              ) N ∑ τ k E ( Lk − F ) e  
                                                                          t0
                                                                                                                    (11.96)
           =                  k 1=                k 1
                                                                                
                                                      
ยิ่งไปกว่านั้นหากนิยามอัตราสวอป (swap rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ F swap ที่เวลา t = 0 ซึ่งทำ
              n                                                1 1          
     = ∑τ P ( L − F =
ให้ swap             ) 0 โดยใช้
                         tk
                           =    Lk  swap
                                                                    tk − 1 และแก้สมการจะได้ อัตราสวอป
             k =1
                    k   0     k
                                                              τ k  Ptk −1 
                                                                  1 − P0tn
เท่ากับ                                                F swap =    n
                                                                                                                    (11.97)
                                                                  ∑τ P
                                                                  k =1
                                                                           k       0
                                                                                    tk




    สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย (payer swaption) ให้สิทธิแก่ผู้ถือสัญญาสามารถเข้าสู่สถานะ
ของสัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ถือจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่และได้รับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ดังนั้นมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = t0 เท่ากับ
                                                            − ∫ rs ds 
                                                                tk
                                                                              
                                         n
                                                 Q*                      
          payer swaption
      = max
      Pof                {swap,0} N max ∑ τ k E ( Lk − F ) e   ,0
                         =                                       t0
                                                                                                                    (11.98)
                                         k =1                          
                                                                             
ดังนั้น ราคาของสวอปชันผู้จ่ายซึ่งเป็นมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่ายที่
เวลา t = 0 คำนวณได้จาก



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                               485
                                                 − ∫ rs ds 
                                                     tk
                                                                   
                             n
                                     Q*                       
     payer swaption NP0 max ∑ τ k E ( Lk − F ) e
     =                 t0                             t0

                                                                ,0 
                             k =1                            
                                                                  
        t0                                               
                                               − ∫ rs ds 
                                                tk

         − ∫ rs ds
                        n
                               Q*                        
    Q*
= NE e    0
                   max ∑ τ k E ( Lk − F ) e   t0

                                                           ,0 
                                                                                              (11.99)
                       k =1                           
                                                             




          รูปที่ 11.13 ทำสัญญาสวอปชันที่เวลาปัจจุบัน ( t = 0 ) ระยะเวลาใช้สิทธิในลักษณะออปชันของ
                                        สัญญาสวอปชันที่เวลา t = t0

         ตัวอย่างที่ 11.16 สำหรับการคำนวณราคาสวอปชันผู้จ่ายซึ่งสัญญาระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
         เงิ น ต้ น อ้ า งอิ ง (n) = 1,000,000 บาท, จํ า นวนงวดการจ่ายดอกเบี้ย n = 4 , ระยะเวลางวด
         τ k = 0.25 , อัตราดอกเบี้ยลอยตัว Lk และ อัตราดอกเบี้ยคงที่ F = 5% และ
                           งวดที่ k       tk         k         Lk       r (t ) = rk
                              1          0.25       0.25       0.061       0.050
                              2          0.50       0.25       0.055       0.051
                              3          0.75       0.25       0.049       0.055
                              4          1.00       0.25       0.057       0.049
         จงคำนวณ
                1) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่เวลา t = 0
                2) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยเบี้ยลอยตัว ที่เวลา t = 0

        วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

486                                                                        อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
         3) คำนวณราคาสวอปที่เวลา t = 0 (ในมุมมองฝั่งจ่ายดอกเบี้ยคงที)่
         4) คำนวณอัตราดอกเบี้ยสวอป (swap rate)
         5) ผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย
         6) คำนวณราคาของสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0
 วิธีทาํ 1) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่
                          n
 จากสูตร PV fixed = ∑τ k P0t FN โดยการแทนค่าข้อมูลที่โจทย์กำหนด จะได้
                                        k


                       k =1
              4                                4
PV fixed
=
=k 1=k 1
             ∑
             = τ k P0tk FN FN ∑τ k P0tk

   (0.05)(1, 000, 000)(0.25 × 0.9876 + 0.25 × 0.9751 + 0.25 × 0.9617 + 0.25 × 0.9505)
  = 48, 436.25
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 48,436.25 บาท
           2) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยเบี้ยลอยตัว
                            n                         n
      ตร PV float ∑
 จากสู=           = τ k P0t Lk N N ∑τ k P0t Lk โดยการแทนค่าข้อมูลที่โจทย์กำหนด จะได้
                                        k                    k


       =            k 1=  k 1
              4
  PV      = N ∑τ P L
       float
                  k 0
                     tk
                        k
             k =1

             1, 000, 000[(0.25)(0.9876)(0.061) + (0.25)(0.9751)(0.055)
             +(0.25)(0.9617)(0.049) + (0.25)(0.9505)(0.057)]
          = 53, 790.39
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยเบี้ยลอยตัวเท่ากับ 53,790.39 บาท
           3) คำนวณราคาสวอปที่เวลา t = 0 (ในมุมมองฝั่งจ่ายดอกเบี้ยคงที่)
 จากสูตร =  swap PV fixed − PV float
 จาก 2) และ 3) จะได้ =        swap 48, 436.25 − 53, 790.39
                                                   = −5,354.14
 ดังนั้น ราคาสวอปที่เวลา t = 0 เท่ากับ -5,354.14 บาท
           4) คำนวณอัตราดอกเบี้ยสวอป (swap rate)
                      1 − P0tn
 จากสูตร F   swap
                    = n                     โดยการแทนค่า  k , P0t จะได้
                                                                 k



                     ∑τ P
                     k =1
                                k 0
                                   tk




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                               487
                                      1 − 0.9505
 F swap      = 0.0511
             0.25 × 0.9876 + 0.25 × 0.9751 + 0.25 × 0.9617 + 0.25 × 0.9505
 ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยสวอป (swap rate) เท่ากับประมาณ 0.0511 หรือ 5.11%
           5) ผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย
                                             n
                                                             
 จากสู ต ร Pof
           =   payer swaption N max  ∑τ k P0t ( Lk − F ), 0  โดยการแทนค่ า ข้ อ มู ล ที่
                                                    k


                                            k =1               
 กำหนดให้ จะได้
   4

  ∑τ P ( L − F ) = 0.25 × 0.9876 × (0.061 − 0.051) + 0.25 × 0.9751× (0.055 − 0.051)
  k =1
         k 0
            tk
                 k


                       +0.25 × 0.9617 × (0.049 − 0.051) + 0.25 × 0.9505 × (0.057 − 0.051)
                     = 0.004390125
 ดังนั้น มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0
 Pof payer swaption =×     1, 000, 000 max(0.004390125, 0) =      4,390.13 บาท
           6) คำนวณราคาของสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0
           เนื่องจาก ราคาของสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0 เท่ากับ มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์
 สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0
 ดังนั้น ราคาของสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0 เท่ากับ 4,390.13 บาท                    

บทสรุปท้ายบทที่ 11

          ในบทที่ 11 นี้อธิบายถึงเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญสำหรับการจัดการความเสี่ยงทาง
การเงิน ได้แก่ สัญญาแคป (Cap) สัญญาฟลอร์ (Floor) สัญญาคอลลาร์ (Collar) และสัญญาสวอป
ชั น (Swaption) โดยเนื ้ อหาในบทนี ้ครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐาน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ใน
สถานการณ์จริง เนื้อหาสำคัญประกอบด้วย
          1) ทฤษฎีพื้นฐานและกรอบแนวคิด
          โดยเริ่มต้นด้วยการนำเสนอ ทฤษฎีของฮีธ-จาร์โรว์-มอร์ตัน (Heath-Jarrow-Morton
Theory) และ เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด (Forward Measure) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำความ
เข้าใจการกำหนดราคาและการประเมินมูลค่าของสัญญาอนุพันธ์ โดยทั้งสองทฤษฎีนี้ช่วยอธิบายการ


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

488                                                                อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
สร้างแบบจำลองทางการเงินในตลาดทุนที่มีความซับซ้อนและความผันผวนสูง เช่น ตลาดอัตรา
ดอกเบี้ย
      2) ลักษณะและการทำงานของสัญญาแต่ละประเภท
      •    สัญญาแคป (Cap Agreement)
           เป็นสัญญาทางการเงินที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต โดย
           กำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ย (Cap Rate) ที่ไม่สามารถเกินขอบเขตที่กำหนดไว้ ทำให้ผู้ถือ
           สัญญาสามารถควบคุมต้นทุนการเงินในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน
      •    สัญญาฟลอร์ (Floor Agreement)
           เป็นสัญญาที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดตํ่าลงเกินระดับที่กำหนดไว้ ทำให้
           ผู้ถือสัญญามั่นใจได้ว่าจะได้รับผลตอบแทนขั้นตํ่า (Floor Rate) ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ย
           ลดลง
      •    สัญญาคอลลาร์ (Collar Agreement)
           เป็นการรวมคุณสมบัติของสัญญาแคปและฟลอร์ ทำให้สามารถกำหนดขอบเขตของอัตรา
           ดอกเบี้ยสูงสุดและตํ่าสุดในอนาคต โดยผู้ถือสัญญาจะได้รับประโยชน์จากการลดความผัน
           ผวนของอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่กำหนด
      •    สัญญาสวอปชัน (Swaption)
           เป็นสัญญาออปชันที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการเข้าทำสัญญาสวอปอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดย
           แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
               o   Payer Swaption: ให้สิทธิเข้าทำสัญญาสวอปแบบจ่ายคงที่-รับลอยตัว
               o   Receiver Swaption: ให้ ส ิ ท ธิ เ ข้ า ทํ า สั ญ ญาสวอปแบบรั บ คงที่ - จ่ า ยลอยตั ว
                   สวอปชันช่วยให้ผู้ถือสามารถล็อกอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า และมีความยืดหยุ่นในการ
                   ตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ย งจากอั ตราดอกเบี ้ ย ใน
                   อนาคต
3) การกำหนดราคาและการประเมินมูลค่า

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                 489
       ในบทนี ้ ย ั งกล่ า วถึ งวิ ธ ี ก ารกํ า หนดราคาและการประเมิน มูล ค่ าของสั ญ ญาแคป ฟลอร์
คอลลาร์ และสวอปชัน โดยใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์และสถิติ เช่น การประเมินราคาด้วย Black-
Scholes Model และ Monte Carlo Simulation พร้อมทั้งอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าของสัญญา
เช่น ระยะเวลาสัญญา อัตราดอกเบี้ยในตลาด และความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
4) การประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง
       สัญญาแคป ฟลอร์ คอลลาร์ และสวอปชัน เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารความเสี่ยง
ทางการเงินในตลาดทุนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยมีความผันผวนสูง เช่น
การควบคุมต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว การวางแผนการเงินเพื่อรับประกันผลตอบแทนขั้นตํ่าและการ
ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
       โดยสรุปบทที่ 11 ได้ให้ภาพรวมเกี่ยวกับความหมาย การทำงาน และการประยุกต์ใช้สัญญา
แคป ฟลอร์ คอลลาร์ และสวอปชัน พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภทเพื่อช่วย
ให้ผู้อ่านสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการจัดการความเสี่ยงทางการเงินและการวางแผน
การเงินระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง
[1] Hull, J. C. (2022). Options, futures, and other derivatives (11th ed.). Pearson
Education.
[2] Sundaram, R. K., & Das, S. R. (2016). Derivatives: Principles and practice (2nd ed.).
McGraw-Hill Education.
[3] Chance, D. M., & Brooks, R. (2015). An introduction to derivatives and risk
management (10th ed.). Cengage Learning.
[4] Brigo, D., & Mercurio, F. (2006). Interest rate models: Theory and practice (2nd ed.).
Springer.
[5] Jamshidian, F. (1997). LIBOR and swap market models and measures. Finance and
Stochastics, 1(4), 293–330. https://doi.org/10.1007/s007800050022


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

490                                                         อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
[6] Rebonato, R. (2002). Modern pricing of interest-rate derivatives: The LIBOR market
model and beyond. Princeton University Press.
[7] Piterbarg, V., & Andersen, L. B. G. (2010). Interest rate modeling (Vol. I-III). Atlantic
Financial Press.
[8] Tuckman, B., & Serrat, A. (2011). Fixed income securities: Tools for today's markets
(3rd ed.). Wiley.




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                   491
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 11

1) กำหนดข้อมูลดังต่อไปนี้ สมมติให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt = 4% จำนวนปัจจัย N = 1 และ
สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยลอยตัว Lk มีค่าเท่ากับ 5%, 4%, 3.5%, และ 4.5% สำหรับงวดที่ 1 ถึง 4
ตามลำดับ จงคำนวณ
        1.1) ตัวประกอบส่วนลด PtT
        1.2) อัตราอาร์ฟอร์เวิร์ดทันที f (t , T )
        1.3) คำนวณราคาสวอปชันผู้จ่าย (payer swaption) ที่เวลา t = 0 โดยใช้อัตราดอกเบี้ย
คงที่ F = 6% และระยะเวลางวด τ k = 0.25
        1.4) จงคำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (pv of floating rate
payments)
        1.5) จงคำนวณราคาสวอปที่เวลา t = 0

2) พิจารณาพันธบัตรที่มีอายุ 3 ปี เราต้องการจำลองราคาพันธบัตรในช่วงเวลาต่างๆ โดยใช้ตัวแบบ
HJM (heath-jarrow-morton) โดยสมมติว่าอัตราผลตอบแทนล่วงหน้าเริ่มต้น f (0, T ) = 4% , ค่า
ความผันผวน σ = 1.5% , วันครบกำหนด T = 3 ปี จงคำนวณหา
        2.1) อัตราผลตอบแทนล่วงหน้า f (t , T ) ที่เวลา t = 1
        2.2) ราคาพันธบัตร PtT ที่เวลา t = 1

3) พิจารณาตัวแบบ HJM-1 ปัจจัยเดียว ในกรณีที่ σ ′(t , T ) = σ e−κ (T −t ) โดยมีค่าพารามิเตอร์ดังนี้
อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าเริ่มต้น f (0, t ) = 4% , ความผันผวน σ = 1.2% , อัตราการกลับสู่ค่าเฉลี่ย
κ = 0.15 , ระยะเวลา T = 8 ปี
        3.1) จงคำนวณค่าความผันผวน σ ′(t , T ) ณ เวลา t = 4 ปี
        3.2) จงคำนวณอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น rt ณ เวลา t = 4 ปี โดยสมมติว่า X t ≈ 0.003
        3.3) จงคำนวณอัตราผลตอบแทนล่วงหน้า f (t , T ) ที่เวลา t = 4
        3.4) จงคำนวณราคาพันธบัตร PtT ที่เวลา t = 4

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

492                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
4) บริษัท abc มีหุ้นที่จ่ายปันผล Dk สำหรับ k = 1, 2,3, 4 ที่เวลาต่าง ๆ Tk โดยมีอัตราดอกเบี้ย
ระยะสั้น rt คงที่เท่ากับ 0.05 (5%) และจ่ายปันผลตามตารางด้านล่าง

                             เวลา Tk (ปี)            ปันผล Dk (บาท)
                                  1                        200
                                  2                        150
                                  3                        170
                                  4                        180
จงคำนวณ
        4.1) มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลแต่ละงวด ณ เวลาปัจจุบัน t = 0
        4.2) มูลค่าปัจจุบันของการจ่ายปันผลทั้งหมด ณ เวลาปัจจุบัน t = 0
        4.3) มูลค่าปัจจุบัน ของการจ่ายปันผลทั้งหมด ณ เวลาปัจจุบัน t = 0 หากคาดว่าอัตรา
ดอกเบี้ยระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.06 (6%) ในปีที่ 3 และ 4

5) พิจารณาคอลออปชันสำหรับหุ้นของบริษัทหนึ่งที่มีราคาปัจจุบัน S0 = 55 บาท อัตราดอกเบี้ย
ระยะสั ้ น rt = 0.04 (4%) ราคาการใช้ส ิทธิ (strike price) K = 50 บาท และเวลาครบกำหนด
T = 2 ปี สำหรับหุ้นดังกล่าว จงคำนวณ
        5.1) มูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันนี้โดยใช้เมเชอร์ฟอร์เวิร์ด
        5.2) ราคาฟอร์เวิร์ดของคอลออปชัน fTC ในการประเมินมูลค่าของคอลออปชัน
        5.3) สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.05 (5%) หลังจากปีที่ 1 จงคำนวณมูลค่า
ปัจจุบันของคอลออปชันใหม่
        5.4) เปรียบเทียบมูลค่าปัจจุบันของคอลออปชันในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.04 (4%)
ตลอดเวลาและในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 0.05 (5%) หลังจากปีที่ 1

6) สำหรับการคำนวณราคาของคอลออปชันของหุ้นบริษัท x ณ เวลา t = 0 พิจารณาคอลออปชัน
สำหรับหุ้นบริษัท x ที่มีราคาปัจจุบัน S0 = 150 บาท อัตราดอกเบี้ย rt = 0.03 (3%) ราคาการใช้


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                           493
สิทธิ K = 160 บาท และเวลาครบกำหนด T = 2 ปี ความผันผวน σ s = 0.25 และความสัมพันธ์
ρ = 0.4 จงคำนวณ
          6.1) ราคาฟอร์เวิร์ดของหุ้นบริษัท x, fT
          6.2) ค่าของ σ T
          6.3) ราคาคอลออปชันที่เวลา t = 0
          6.4) สมมติอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 0.04 (4%) หลังจากปีที่ 1 จงคำนวณราคาฟอร์เวิร์ด
ใหม่ของหุ้นบริษัท x fT
          6.5) เปรียบเทียบค่า σ T ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยคงที่และในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
          6.6) คำนวณราคาคอลออปชันใหม่ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 0.04 (4%) หลังจาก
ปีที่ 1

7) สมมติว่าต้องการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ wti โดยใช้พจน HJM (heath-jarrow-
morton) ที่มีการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ด f (t , T ) สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์โดยพิจารณาความผันผวน
ของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ σ (t , T ) ที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา โดยกำหนดให้ ความผันผวน σ (t , T )
ของนํ้ามันดิบ wti มีค่าเท่ากับ 0.04 × e−0.3(T −t ) และเวลา T = 2 ปี
          7.1) จงคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของนํ้ามันดิบ wti โดยใช้สมการ HJM ดังนี้

                                                                (             T
                                                                                             )
                                           ) σ (t , T ) ⋅ dZ t + σ ′(t , T ) ⋅ ∫ σ ′( s, T )ds dt
                                  df (t , T=
                                                                             t

          7.2) เขียนกราฟแสดงการเคลื่อนไหวของราคาฟอร์เวิร์ดนํ้ามันดิบ wti
          7.3) สมมติให้ f (0, T ) = 65 usd ต่อบาร์เรล คำนวณราคาฟอร์เวิร์ดที่เวลา t = 1 ปี
          7.4) วิเคราะห์ความเสี่ยงของการลงทุนในฟิวเจอร์สของนํ้ามันดิบ wti โดยใช้ผลจากการ
คำนวณในข้อ 7.1)

8) สมมติว่าต้องการคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของพันธบัตรที่ไม่มีคูปองที่มีมูลค่าหน้าตั๋ว 1,000 บาท ที่
จะครบกำหนดในเวลา 1 ปีนับจากปัจจุบัน โดยใช้ตัวแบบ 1-factor vasicek model โดยพิจารณา



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

494                                                                 อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
ข้อมูลดังนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น σ = 0.01 , ค่า κ ที่ใช้ในการคำนวณมีค่า 5 ค่า ได้แก่ 0.001,
0.05, 0.1, 0.2, 0.5 และเวลา T = 1 ปี
        8.1) จงคำนวณค่าความผันผวนแฝง s(T , T + ∆T ) สำหรับค่าต่าง ๆ ของ κ
        8.2) เขียนกราฟแสดงการเปรียบเทียบค่าความผันผวนแฝง s(T , T + ∆T ) สำหรับค่าต่าง ๆ
ของ κ
        8.3) จงคำนวณราคาฟอร์เวิร์ดของพันธบัตรที่ไม่มีคูปองสำหรับแต่ละค่า κ
        8.4) วิเคราะห์ผลกระทบของค่าความผันผวนแฝงต่อราคาฟอร์เวิร์ดของพันธบัตรที่ไม่มีคูปอง

9) สมมติว่าต้องการคำนวณราคาของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเป็น LIBOR โดย
สัญญาแคปนี้มีระยะเวลา 1 ปีและมีอัตราแคป (cap rate) ที่ 5% กำหนดให้มูลค่าหน้าตั๋วของแคป (
n ) เท่ากับ 1,000,000 บาท และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ( r (t ) ), จำนวนงวด

ที่มีการคำนวณดอกเบี้ย n = 4 งวด (ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน), อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง lk , อัตรา
แคป k ที่ 5%
                      งวดที่ k       tk          k          Lk         r (t ) = rk
                         1          0.25        0.25        0.072         0.049
                         2          0.50        0.25        0.060         0.050
                         3          0.75        0.25        0.050         0.052
                         4          1.00        0.25        0.045         0.055
จงคำนวณ
        9.1) Pt t และ P0t สำหรับแต่ละงวด
                k
               k −1
                             k




                                                                  1 1          
        9.2) อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้
                              =   า Fk F ( Tk −1 ;T=
                                                   k −1 , Tk )         Tk − 1 สำหรับแต่ละงวด
                                                                 τ k  PTk −1 

        9.3) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัว Lk
        9.4) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด ck ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า
        9.5) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของแคปเล็ต Capletk (ภายใต้ความ
น่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง) ที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                         495
         9.6) ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap

10) การกำหนดราคาสัญญาแคปโดยใช้ตัวแบบแบล็ ค-โชลส์ (Black-Scholes model) สมมติว่า
ต้องการคำนวณราคาของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเป็น LIBOR โดยสัญญาแคปนี้มี
ระยะเวลา 1 ปี แ ละมี อ ั ต ราแคป (cap rate) ที ่ 6% กํ า หนดให้ ม ู ล ค่ า หน้ า ตั ๋ ว ของแคปเท่ า กั บ
1,000,000 บาท และ กำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง Lk , จำนวนงวดที่มีการ
คำนวณดอกเบี้ย n = 4 งวด (ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน), อัตราดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง rk ในแต่
ละงวด, อัตราแคป K ที่ 6%, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราดอกเบี้ย σ = 0.03
                      งวดที่ k       tk           k          Lk        r (t ) = rk
                         1          0.25         0.25        0.060        0.045
                         2          0.50         0.25        0.055        0.050
                         3          0.75         0.25        0.045        0.055
                         4          1.00         0.25        0.056        0.060
จงคำนวณ
         10.1) ผลประโยชน์ของแคปเล็ตในแต่ละงวด Capletk
         10.2) ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป Cap

11) สำหรับการคำนวณราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์ (GTSM) โดยสมมติ
ว่าพิจารณาสัญญาแคปสำหรับหุ้นอ้างอิงตามข้อมูลต่อไปนี้
         - มูลค่าหน้าตั๋วของแคปเท่ากับ 2,000,000 บาท
         - มีอัตราแคป (cap rate) ที่ 6%
         - ระยะเวลาถึงวันครบกำหนด (time to maturity, T ) 1 ปี
         - ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (volatility, σ ) 0.2
         - จำนวนงวด (number of periods, n ) 4 งวด
         - อัตราดอกเบี้ยในตลาด (risk-free interest rate, r ) 4%
         - ค่า κ (mean reversion rate) 0.02

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

496                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
        - ระยะเวลาระหว่างงวด (time interval, τ k ) 0.25 ปี
        - มีอัตราใช้สิทธิ R = 6% ต่อปี
จงคำนวณ
        11.1) ราคาฟอร์เวิร์ดของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในแต่ละงวด f (tk , T )
        11.2) ค่า d1 และ d 2 สำหรับแต่ละงวด
        11.3) คำนวณราคาสัญญาแคปภายใต้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยของเกาส์ (gtsm)

12) จงคำนวณค่าประมาณความผันผวนแฝง ( sk ) ในการกำหนดราคาสัญญาแคปโดยใช้ตัวแบบ
แบล็กโชลส์ของสัญญาแคป (cap) ที่มีอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเป็น LIBOR โดยสัญญาแคปนี้มีระยะเวลา
1 ปีและมีอัตราแคป (cap rate) ที่ 6% กำหนดให้มูลค่าหน้าตั๋วของแคปเท่ากับ 2,000,000 บาท
และกำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง Lk , จำนวนงวดที่มีการคำนวณดอกเบี้ย
n = 4 งวด (ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน), อัตราดอกเบี้ยปลอดความเสี่ยง rk ในแต่ละงวด, อัตราแคป
K ที่ 6%, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราดอกเบี้ย σ = 0.03

                    งวดที่ k       tk          k         Lk         r (t ) = rk
                       1          0.25        0.25       0.061         0.050
                       2          0.50        0.25       0.058         0.052
                       3          0.75        0.25       0.050         0.058
                       4          1.00        0.25       0.059         0.060
จงคำนวณ
        12.1) ค่าประมาณความผันผวนแฝง ( sk ) สำหรับแต่ละงวด
        12.2) ราคาฟอร์เวิร์ดของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในแต่ละงวด ( f (tk , T ) )
        12.3) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของแคปเลต ( Capletk ) (ภายใต้ความ
น่าจะเป็นกลางต่อความเสี่ยง)
        12.4) ค่าพรีเมียมหรือราคาของแคป




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                          497
13) จงคำนวณราคาสัญญาฟลอร์ของอัตราดอกเบี้ย สมมติว่าต้องการคำนวณราคาสัญญาฟลอร์
(floor) ที่มีอัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิเป็น LIBOR โดยสัญญามีอายุประมาณ 1 ปีและมีอัตราฟลอร์ (floor
rate) ที ่ 4% กํ า หนดให้ มู ล ค่ า หน้ า ตั ๋ ว ของฟลอร์ ( N ) เท่ากับ 1,000,000 บาท และมี ข้ อ มู ล ที่
เกี่ยวข้อง ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น r (t ) = rk , จำนวนงวดที่มีการคำนวณดอกเบี้ย n = 4 งวด
(ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน), อัตราดอกเบี้ยใช้สิทธิอ้างอิง Lk , อัตราฟลอร์ K ที่ 4%, ความผันผวน
σ = 0.03
                      งวดที่ k        tk           k          Lk        r (t ) = rk
                         1           0.25         0.25        0.060        0.050
                         2           0.50         0.25        0.050        0.052
                         3           0.75         0.25        0.040        0.056
                         4           1.00         0.25        0.052        0.058
จงคำนวณ
         13.1) ผลประโยชน์ของฟลอร์เลตในแต่ละงวด Floorletk
         13.2) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของฟลอร์เลต Floorletk (ภายใต้
ความน่าจะเป็นกลางต่อความเสี่ยง)
         13.3) ค่าพรีเมียมหรือราคาของฟลอร์
         13.4) สมมติว่าความผันผวนเปลี่ยนเป็น 0.02 จงคำนวณผลประโยชน์ของฟลอร์เลตใหม่ใน
แต่ละงวด Floorletk
         13.5) วิเคราะห์ผลกระทบของความผันผวนต่อราคาฟลอร์

14) จงคำนวณราคาของสัญญาฟลอร์โดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ โดยข้อมูลสำหรับสัญญาฟลอร์ของ
อัตราดอกเบี้ยโดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ มีดังนี้ จำนวนงวด n = 4 , เงินต้นอ้างอิงของ floor ( N ) =
2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตลาด ( Lk ) และอัตราดอกเบี้ยแบบผันผวน ( r (t ) = rk ), ราคาใช้
สิทธิ ( K ) = 0.04 (4%) และค่าความผันผวน ( σ ) = 0.03 (3%)




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

498                                                                  อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                      งวดที่ k       tk           k          Lk         r (t ) = rk
                         1          0.25         0.25        0.058         0.049
                         2          0.50         0.25        0.055         0.054
                         3          0.75         0.25        0.048         0.056
                         4          1.00         0.25        0.054         0.055
จงคำนวณ
         14.1) ผลประโยชน์ของฟลอร์เลตในแต่ละงวด Floorletk
         14.2) มูลค่าปัจจุบันของค่าคาดหวังของผลประโยชน์ของฟลอร์เลต Floorletk
         14.3) ค่าพรีเมียมหรือราคาของฟลอร์
         14.4) สมมติว่าความผันผวนเปลี่ยนเป็น 0.02 จงคำนวณผลประโยชน์ของฟลอร์เลตใหม่ใน
แต่ละงวด Floorletk
         14.5) วิเคราะห์ผลกระทบของความผันผวนต่อราคาฟลอร์

15) สำหรับการคำนวณราคาของสัญญาคอลลาร์โดยใช้ตัวแบบแบล็กโชลส์ โดยข้อมูลสำหรับสัญญา
คอลลาร์ ข องอั ต ราดอกเบี ้ ย มี ด ั ง นี ้ จํ า นวนงวด n = 4 , เงิ น ต้ น อ้ า งอิ ง ของคอลลาร์ ( N ) =
2,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตลาด ( Lk ) และอัตราดอกเบี้ยแบบผันผวน ( r (t ) = rk ) และ ค่า
ความผันผวน ( σ ) = 0.03 (3%)

                      งวดที่ k       tk           k          Lk         r (t ) = rk
                         1          0.25         0.25        0.062         0.051
                         2          0.50         0.25        0.054         0.053
                         3          0.75         0.25        0.048         0.055
                         4          1.00         0.25        0.058         0.057
จงคำนวณ
         15.1) ผลประโยชน์ของคอลลาร์ในแต่ละงวด Collark ในกรณีที่
K cap K=
=      floor 0.05(5%)




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                   499
        15.2) มู ล ค่ า ปั จ จุ บ ั น ของค่ า คาดหวั งของผลประโยชน์ ข องคอลลาร์ Collark ในกรณี ที่
K cap K=
=      floor 0.05(5%)

        15.3) ค่าพรีเมียมหรือราคาของคอลลาร์ ในกรณีที่ =
                                                      K cap K=
                                                             floor 0.05(5%)

        15.4) ผลประโยชน์ของคอลลาร์ในแต่ละงวด Collark ในกรณีที่ K cap = 0.06(6%) และ
K floor = 0.04(4%)

        15.5) มู ล ค่ า ปั จ จุ บ ั นของค่ า คาดหวั งของผลประโยชน์ของคอลลาร์ Collark ในกรณีที่
K cap = 0.06(6%) และ K floor = 0.04(4%)

        15.6) ค่าพรีเมียมหรือราคาของคอลลาร์ในกรณีที่ K cap = 0.06(6%) และ
K floor = 0.04(4%)


16) สำหรับการคำนวณราคาสวอปชันซึ่งสัญญาระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ เงินต้นอ้างอิง ( N ) =
1,000,000 บาท, จำนวนงวดการจ่ายดอกเบี้ย n = 4 , ระยะเวลางวด τ k = 0.25 ปี, อัตราดอกเบี้ย
ลอยตัว Lk และ อัตราดอกเบี้ยคงที่ F = 5%

                     .งวดที่ k     tk          k         Lk        r (t ) = rk
                         1        0.25        0.25       0.060        0.049
                         2        0.50        0.25       0.052        0.051
                         3        0.75        0.25       0.046        0.053
                         4        1.00        0.25       0.056        0.055
จงคำนวณ
        16.1) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่เวลา t = 0
        16.2) คำนวณมูลค่าปัจจุบันของการจ่ายฝั่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ที่เวลา t = 0
        16.3) คำนวณราคาสวอปที่เวลา t = 0 (ในมุมมองฝั่งจ่ายดอกเบี้ยคงที่)
        16.4) คำนวณอัตราดอกเบี้ยสวอป (swap rate)
        16.5) ผลประโยชน์สำหรับสัญญาสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0
        16.6) คำนวณราคาของสวอปชันผู้จ่าย ที่เวลา t = 0

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

500                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
17) พิจารณาโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า f (t , T ) ภายใต้กรอบทฤษฎี HJM ซึ่งให้นิยามว่า
                                   df (t , T ) α (t , T )dt + σ (t , T )dWt
                                   =
โดย Wt เป็นมาตรฐานบราวเนียน และฟังก์ชัน σ (t , T ) = 0.01e−0.05(T −t ) ให้คำนวณพารามิเตอร์
                                                T
α (t , T ) ตามสมการ HJM, α (t , T ) = σ (t , T ) ∫ σ (t , s)ds ที่เวลา t = 0 และ T = 2 ปี
                                               t



                                                              T ) a (T − t ) และ a = 0.02
18) สมมุติให้อัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าภายใต้ HJM มีฟังก์ชัน σ (t ,=
โดยกำหนด t = 1 และ T = 3 ปี จง
        18.1) คำนวณ α (t , T ) จากสมการ HJM
        18.2) อธิบายผลกระทบของรูปแบบ σ (t , T ) ดังกล่าวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย
ในช่วงเวลาต่าง ๆ และผลต่อการกำหนดราคาตราสารหนี้แบบ zero-coupon

19) สมมติให้ P(t , T ) คือราคาของพันธบัตรไม่มีคูปอง (zero-coupon bond) ที่เวลา t และครบ
กำหนดที่เวลา T โดยกำหนด P(0,1) = 0.95 , P(0, 2) = 0.89 และอัตราดอกเบี้ ยต่ อเนื ่ องใน
ตลาดเป็นแบบ deterministic จงคำนวณอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (forward rate) f (0,1, 2) ที่เวลา
0 สำหรับช่วง [1,2] และอธิบายว่าอัตรานี้ใช้ประโยชน์อย่างไรในบริบทของการวัดความเสี่ยงภายใต้
forward measure

20) ให้นิยามฟังก์ชันราคาพันธบัตรแบบไม่มีคูปองเป็น P(t , T ) = e− r (T −t ) โดย r = 5% ต่อปีแบบ
ทบต่อเนื่อง และกำหนดสัญญาออปชันพันธบัตรซึ่งมี payoff ณ เวลาครบกำหนด T = 2 เป็น
                                          max( P(T , T * ) − K , 0)
โดย T * = 3 และ K = 0.9 จงหามูลค่าปัจจุบันของออปชันดังกล่าวโดยใช้แนวคิดของ forward
measure ที่อิงกับพันธบัตร P(t , T * ) เป็น numéraire
หมายเหตุ: numéraire คือสินทรัพย์ที่ใช้เป็น "หน่วยวัดมูลค่า" เมื่อเปลี่ยน measure เพื่อทำให้
ราคาของสินทรัพย์อื่นเป็น martingale ซึ่งช่วยให้การกำหนดราคาทางคณิตศาสตร์มีความเป็นระบบ
และง่ายขึ้น



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                                        501
21) พิจารณาสัญญาคอลออปชันสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดหนึ่ง (เช่น ทองคำ) ซึ่งราคาสปอตของ
สินค้าในปัจจุบันคือ S (0) = 1000 บาทต่อหน่วย และราคาฟอร์เวิร์ด F (0, T ) = 1040 สำหรับ
T = 1 ปี ในขณะที่อัตราดอกเบี้ย r (t ) มีลักษณะเป็นอัตราผันแปรตามเวลา โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ต่อ

ปีแบบทบต้นต่อเนื่อง และค่าความผันผวนของราคาสินค้าเท่ากับ σ = 20% ต่อปี
       21.1) จงใช้ ส ู ต รของ Black (Black '76) คํ า นวณมู ล ค่ า คอลออปชั น ที ่ ม ี ร าคาใช้ ส ิ ท ธิ
K = 1020 และมีอายุ 1 ปี

       21.2) อธิบายผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย r (t ) ต่อราคาของออปชัน

22) บริษัทหนึ่งต้องการทำประกันความเสี่ยงราคานํ้ามันล่วงหน้าโดยใช้พุทออปชัน ซึ่งมีราคาใช้สทิ ธิ
K = 75 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาฟอร์เวิร์ดนํ้ามันในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ F (0, 0.5) = 72

ดอลลาร์/บาร์เรล โดยให้อัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องแปรผันตามเวลาเฉลี่ย r = 3% ต่อปี และค่าความ
ผันผวน σ = 25% ต่อปี
       22.1) จงคำนวณมูลค่าพุทออปชันโดยใช้ตัวแบบของ Black (Black '76) สำหรับออปชันบน
ฟิวเจอร์ส
       22.2) วิเคราะห์ว่าหากอัตราดอกเบี้ยพุ่งขึ้นไปที่ 5% ต่อปี จะทำให้บริษัทควรซื้อหรือขาย
ออปชันเพิ่มขึ้นหรือไม่

23) บริษัทแห่งหนึ่ งทํ าสั ญญา Interest Rate Cap เพื่อป้องกั นความเสี่ ยงจากการกู้ ยืมในอั ตรา
ดอกเบี้ยลอยตัว โดยมีเงื่อนไขดังนี้
       - Notional principal: 100 ล้านบาท
       - Cap rate: 5%
       - ระยะเวลา: 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
       - อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิง: 6M-THBFIX
       - สมมติ ใ ห้ อ ั ต ราดอกเบี ้ ย คาดการณ์ ใ นแต่ ล ะงวดเป็ น 5.5%, 4.8%, 6.2%, 5.1%, 5.6%,
4.9%


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

502                                                           อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
      23.1) จงคำนวณกระแสเงินสดที่ได้รับจากสัญญา Cap ในแต่ละงวด
      23.2) วิเคราะห์ผลประโยชน์ของการใช้ Cap สำหรับบริษัทนี้ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

24) นักลงทุนรายหนึ่งซื้อ Interest Rate Collar โดยมีรายละเอียด
        - Notional: 50 ล้านบาท
         - Cap rate: 6%, Floor rate: 4%
        - ระยะเวลา: 2 ปี ชำระทุก 6 เดือน
        - อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิง: 6M-THBFIX
        - สมมติให้อัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงเป็น 3.5%, 4.2%, 5.8%, 6.5%
        24.1) คำนวณกระแสเงินสดที่ได้รับหรือจ่ายจากสัญญา Collar ในแต่ละงวด
        24.2) อธิบายว่า Collar ช่วยลดต้นทุนหรือจำกัดความเสี่ยงในมุมของนักลงทุนอย่างไร

25) พิจารณาบริษัทแห่งหนึ่งได้รับสิทธิในการทำ payer swaption ซึ่งอนุญาตให้บริษัทเข้าสู่สัญญา
แลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย โดยจ่ายดอกเบี้ยคงที่และรับดอกเบี้ยลอยตัวในอีก 1 ปีข้างหน้า (swap
เริ่มต้นใน 1 ปี) รายละเอียดของ swaption ดังนี้
      - Notional amount: 200 ล้านบาท
      - Fixed rate (strike rate): 3.5% ต่อปี
      - อัตราดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิง: 6M-THBFIX
      - ระยะเวลา swap หลังจากใช้สิทธิ: 2 ปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
      - อัตราดอกเบี้ยลอยตัวคาดการณ์ในช่วง swap: 4.2%, 3.8%, 4.5%, 4.0%
      25.1) บริษัทควรใช้สิทธิ swaption หรือไม่? เพราะเหตุใด
      25.2) หากใช้สิทธิ จงคำนวณกระแสเงินสดสุทธิตลอดอายุ swap

26) นักลงทุนรายหนึ่งถือ receiver swaption ซึ่งให้สิทธิรับอัตราคงที่ 5% และจ่ายอัตราดอกเบี้ย
ลอยตัว โดย swap มีระยะเวลา 3 ปี เริ่มต้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยมีข้อมูลเพิ่มเติม
      - Notional: 100 ล้านบาท

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 11 แคป ฟลอร์ คอลลาร์และสัญญาสวอปชัน                                      503
        - อัตราดอกเบี้ยลอยตัวคาดการณ์: 4.3%, 5.2%, 5.6%, 5.1%, 5.4%, 5.0%
        - อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน: 4.5% (ต่อเนื่อง)
           26.1) ประเมินว่า swaption นี้มีมูลค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์หรือไม่
        26.2) วิเคราะห์ประโยชน์ของการถื อ receiver swaption ในบริบทของการบริหารพอร์ต
ลงทุน




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

504                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ

ค้นหาบทและหน้า

ปิด
คำค้นหา

© 2023 by QuantCorner, Thailand.

bottom of page