top of page
อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์สารบัญ
Mathematical Financial Derivativesพิมพ์หน้านี้
ฉบับร่างระหว่างตรวจทาน · ตรวจเทียบต้นฉบับแล้ว 0/600 หน้า · อีก 600 หน้าเป็นร่างที่ยังต้องตรวจ

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง

หน้าพิมพ์ 67–112 · PDF 79–124

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง
เนื้อหาประกอบด้วย
2.1 บทนิยามและทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
2.2 กลไกราคา
2.3 การวัดผลตอบแทน
2.4 แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาค
2.5 ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
2.6 สมบัติมาร์ทิงเกล
2.7 ทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์
2.8 แบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค

บทนำ

        การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ มัก
มีลักษณะไม่แน่นอนและผันผวนตามปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ ได้อย่าง
แม่นยำ (Hull, ค.ศ. 2017) เพื่อรับ มือกับความไม่แน่นอนดังกล่าว นักวิจัยและนักลงทุน จึงพั ฒนา
แบบจํ าลองทางคณิ ตศาสตร์เพื่ อใช้ ในการทํ าความเข้ าใจพฤติ กรรมของราคา และสนับ สนุน การ
ตัดสินใจลงทุนอย่างมีเหตุผล (Merton, ค.ศ.1973; Black & Scholes, ค.ศ.1973)
        ในบทนี้ มุ่ ง เน้ น ที่ แบบจํ า ลองราคาไม่ ต่ อ เนื่ อ ง โดยเฉพาะแบบจํ า ลองต้ น ไม้ ท วิ ภ าค
(Binomial Tree Model) ซึ่งเป็นแบบจำลองพื้ นฐานที่ใช้อธิบายพฤติกรรมราคาของสินทรัพย์ที่มี
ความเสี่ยง โดยแสดงการเคลื่อนไหวของราคาภายใต้ความเป็นไปได้จำกัด เช่น ราคาอาจขึ้นหรือลง
ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งสามารถใช้กำหนดราคาตราสารอนุพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังต่อยอดสู่
แบบจำลองที่มีความซับซ้อนและแม่นยำมากขึ้น เช่น แบบจำลองต้นไม้ไตรภาค (Trinomial Tree
Model) ที่พัฒนาโดย Boyle (ค.ศ.1986)

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

68                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
นอกจากนี้ เนื้อหาในบทนี้ยังครอบคลุมถึงแนวคิดสำคัญหลายประการที่มีบ ทบาทโดยตรงในการ
ประยุกต์ใช้กับการลงทุนจริง ได้แก่
     •   กลไกราคา ที่เป็นพื้นฐานในการอธิบายแรงผลักดันของราคาสินทรัพย์
     •   ผลตอบแทนและความเสี่ยง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการ
         ลงทุน
     •   แนวคิดเรื่องความเป็นกลางต่อความเสี่ยง (Risk-Neutral Measure) ที่ช่วยให้สามารถ
         กำหนดราคาสินทรัพย์ในลักษณะที่เป็นธรรม
     •   สมบัติมาร์ทิงเกล (Martingale Property) ที่สะท้อนตลาดที่มีประสิทธิภาพและใช้ในการ
         พัฒนาแบบจำลองคาดการณ์
     •   ทฤษฎี บ ทหลั ก มู ล การกํ า หนดราคาสิ น ทรั พ ย์ (Fundamental Theorem of Asset
         Pricing) ซึ่งเป็ น รากฐานของการกำหนดราคาตราสารอนุ พัน ธ์ โดยไม่ เกิดโอกาสค้ากํ าไร
         (arbitrage)
เนื้อหาในบทนี้จึงไม่เพียงแต่ให้ความรู้เครื่องมือเชิงทฤษฎี แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการนำแนวคิดเหล่านี้ไป
ประยุ กต์ใช้ ในโลกการลงทุ น จริง เช่ น การสร้างกลยุ ทธ์การป้ องกั น ความเสี่ย ง การกํ าหนดราคา
สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง และการออกแบบพอร์ตการลงทุนภายใต้ภาวะไม่แน่นอน ทั้งนี้เพื่อให้นัก
ลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับความผันผวนของตลาดในระยะยาว

2.1 บทนิยามและทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

         ก่อนที่จะเข้าสู่การสร้างแบบจำลองราคาสำหรับสินทรัพย์ทางการเงิน จำเป็นต้องมีความ
เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับแนวคิดเชิงคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องของตัวแปรสุ่ม กลไกความ
น่าจะเป็น และโครงสร้างของปริภูมิความน่ าจะเป็ น เพื่ อให้ การวิเคราะห์ แบบจํ าลองมี รากฐานที่
มั่นคง




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                              69
         ในหัวข้อนี้ จะกล่าวถึงบทนิยามสำคัญและทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็นและ
 ตัวแปรสุ่ม โดยจะนำเสนอเฉพาะส่วนที่ จำเป็น ต่อการวิเคราะห์ แบบจํ าลองราคา โดยจะ ละการ
 พิสูจน์เพื่อคงไว้ซึ่งความกระชับและเน้นความเข้าใจเชิงแนวคิด
 บทนิ ยาม 2.1 (ปริ ภู มิความน่ าจะเป็ น : Probability Space) กำหนดให้ Ω เป็ น ปริภู มิ ตัว อย่าง
 (sample space) ซึ่ ง เป็ น เซตของผลลั พ ธ์ ที่ เ ป็ น ไปได้ ทั้ ง หมดจากการทดลองสุ่ ม กํ า หนดให้
 {E∣E ⊆ Ω} เป็นแฟมมิลีของเหตุการณ์ (events) โดยที่  ต้องมีสมบัติดังต่อไปนี้
=

     •   (f-1) ถ้า E ∈  แล้วส่วนเติมเต็ม E c ∈ 
                                                                  ∞
     •   (f-2) ถ้า {En }∞n=1 เป็นลำดับของเหตุการณ์ใน  แล้ว  En ∈ 
                                                                 n =1

 กล่าวคือ  ปิดภายใต้การยูเนียนนับได้
 จากนั้ น กํ า หนดฟั ง ก์ ชั น P :  → [0,1] ซึ่ ง เรี ย กว่ า มาตรวั ด ความน่ า จะเป็ น (probability
 measure) โดยกำหนดให้
                          P( E ) = ∫ p (ω ) d ω   สำหรับทุก E ∈                               (2.1)
                                     E

 โดยที่ p : Ω → [0,1] เป็ น ฟั ง ก์ ชั น การแจกแจงความน่ า จะเป็ น (probability distribution
 function) และต้องมีเงื่อนไขว่า
                                   ∫ p(ω )dω = 1
                                    Ω
                                                                                                (2.2)
 เราจึงเรียกอันดับสาม (Ω,  , P) ว่า ปริภูมิความน่าจะเป็น (probability space) และเพื่อความ
 สะดวก บางครั้งเขียนย่อเพียง Ω
 หมายเหตุ: ในกรณีท่ี p เป็นฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็นแบบไม่ต่อเนื่องจะใช้ผลรวมแทน
 การอินทิเกรต
                                   P( E ) = ∑ p (ω )                                            (2.3)
                                            ω∈E

 และหากพิจารณากรณีที่ตัวแปรสุ่ม X : Ω →  มีฟังก์ชันความหนาแน่นความน่าจะเป็น f X ( x)
 ซึ่งเป็นฟังก์ชันบนจำนวนจริง จะสามารถนิยามความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ E ⊆  ได้เป็น
                                              ∫ f X ( x)dx
                                   P( X ∈ E ) =
                                                  E
                                                                                                (2.4)

 วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

70                                                                   อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                            ∞
โดยมีเงื่อนไขว่า                          ∫ f ( x)dx = 1
                                            −∞    X


ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะของการอินทิเกรตบน Ω เมื่อผลลัพธ์ของการทดลองเป็นค่าจริง (real-valued
outcomes)

บทนิยาม 2.2 (ความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไข) ให้ A และ B เป็น 2 เหตุการณ์ใด ๆ ความน่าจะ
เป็นแบบมีเงื่อนไขของเหตุการณ์ A เมื่อกำหนดเหตุการณ์ B เขียนแทนด้วย p( A | B) นิยามโดย
                                                  p( A  B)
                                    p( A | B) 
                                                    p( B)
                                                                                                (2.5)

บทนิยาม 2.3 ให้ A และ B เป็น 2 เหตุการณ์ใด ๆ จะกล่าวว่า A และ B เป็นเหตุการณ์ที่อิสระ
กัน ก็ต่อเมื่อ
                                      p ( A  B)  p ( A)  p ( B)                              (2.6)

โดยสูตร (2.5) และ (2.6) จะได้ว่า A และ B เป็นเหตุการณ์ที่อิสระกัน ก็ต่อเมื่อ
                                         p ( A | B)  p ( A)                                    (2.7)
ซึ่งสมมูลกับ
                                            p ( B | A )  p ( B)                                (2.8)

บทนิยาม 2.4 ให้ X และ Y เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม จะกล่าวว่า X และ Y เป็นอิสระต่อกัน ถ้า
                                p ( X  x  Y  y )  p ( X  x)  P(Y  y )                    (2.9)
สำหรับทุก ๆ x, y  

ทฤษฎีบท 2.5 (สมบัติเชิงเส้นของค่าคาดหวัง) ให้ X และ Y เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม และ a, b   จะ
ได้ว่า
                                        E[aX  bY ]  aE[ X ]  bE[Y ]                         (2.10)
บทนิยาม 2.6 ให้ X เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม และ A เป็นเหตุการณ์ ค่าคาดหวังแบบมีเงื่อนไขของ X
เมื่อกำหนดเหตุการณ์ A เขียนแทนด้วย E[ X | A] นิยามโดย


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                              71
                          E[ X | A]     p ( X   | A)d                                 (2.11)
                                          


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้า X เป็นตัวแปรเชิงสุ่มไม่ต่อเนื่อง E[ X | A]     p( X   | A)
                                                                                       


ทฤษฎีบท 2.7 ให้ X และ Y เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม, A เป็นเหตุการณ์ และ a, b   จะได้ว่า
                    E[aX  bY | A]  aE[ X | A]  bE[Y | A]                                  (2.12)

ทฤษฎีบท 2.8 ให้ X และ A , i  1, 2,3,... เป็นเหตุการณ์ซึ่ง A  A   ทุก ๆ i  j จะได้ว่า
                               i                                         i        j


                                              E[ X ]   E[ X | Ai ]  p  Ai               (2.13)
                                                         i




ทฤษฎีบท 2.9 ให้ X และ Y เป็นตัวแปรเชิงสุ่มซึ่งอิสระต่อกัน จะได้ว่า
                                                  E[ XY ]  E[ X ]  E[Y ]                   (2.14)

ทฤษฎีบท 2.10 ให้ X เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม จะได้ว่า
                                   Var[ X ]  E[ X 2 ]   E[ X ]
                                                                     2
                                                                                             (2.15)

ทฤษฎีบท 2.11 ให้ X เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม และ a, b   จะได้ว่า
                                   Var[aX  b]  a 2 Var[ X ]                                (2.16)

ทฤษฎีบท 2.12 ให้ X , X , . . . , X เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม ซึ่งทุกคู่ใด ๆ อิสระต่อกัน จะได้ว่า
                      1    2          n

                                                                          n
                                   Var[ X 1  X 2  . . .  X n ]   Var[ X i ]             (2.17)
                                                                         i 1




2.2 กลไกราคา

        กำหนดให้เวลา t  n มีหน่วยเป็นคาบหรืองวด (period) ซึ่งอาจจะเป็นวินาที นาที ชั่วโมง
วัน สัปดาห์ เดือน ไตรมาส ครึ่งปี ปี เป็นต้น นั่นคือ t  n โดยที่ n  0,1, 2,3... และ  เป็นขนาด
ของคาบเวลาที่กำหนด (fixed time step) ซึ่งจะเขียน t  n แทน t  n ในหน่วยคาบขนาด 
กำหนดให้ S (t ) แทนราคาของหุ้ น ที่ ราคาที่ เวลา t ใด ๆ โดยที่ S (0) เป็ น ราคาปั จจุ บั น ของหุ้ น
ราคาปัจจุบันของหุน้ จะเป็นราคาที่นักลงทุนทุกคนทราบ ราคา S (t ) สำหรับ t  0 จะเป็นราคาหุ้นใน
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

72                                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
อนาคตซึ่งเป็นราคาที่ยังไม่ทราบ ในที่นี้กำหนดให้ S (t ) สำหรับ t  0 เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม (random
variable) บนปริภูมิความน่าจะเป็น 
        ต่อไปจะกํ าหนดให้  เป็ น ปริภู มิความน่าจะเป็น เหตุการณ์ ของการเคลื่อนไหวราคาที่
เป็ น ไปได้ ทั้งหมด (feasible price movement) ซึ่ งจะเรีย ก แต่ล ะเหตุ การณ์ ของการเคลื่ อนไหว
ราคา ว่า สถานการณ์ หรือ ซีนารีโอส์ (scenarios) และในที่นจี้ ะกำหนดให้ S (t ) เป็น ตัวแปรเชิงสุ่ม
บวก บนปริภูมิความน่าจะเป็น  นั่นคือ S (t ) :   (0, )
        กำหนดสัญลักษณ์ S (t ,  ) แทนราคาหุ้นที่เวลา t เป็นไปตามสถานการณ์    โดยที่
ราคาปั จ จุ บั น S (0) สามารถพิ จ ารณาเป็ น ตั ว แปรเชิ ง สุ่ ม คงที่ (constant random variable)
ในขณะที่ ราคาในอนาคต S (t ) เป็นตัวแปรเชิงสุ่มไม่คงที่ (non-constant random variable) นั่น
คือ สำหรับแต่ละ t  0 จะมีอย่างน้อย 2 สถานการณ์  ,    ซึ่ง S (t ,  )  S (t ,  )
                                                            1   2                    1        2




ตั ว อย่ า งที่ 2.1 พิ จ ารณาตลาดซึ่ งมี 2 สถานการณ์ คื อ ตลาดขาขึ้ น (boom) และ ตลาดขาลง
(recession) แทนด้วย  และ  ตามลำดับ สมมติให้ราคาปัจจุบันของหุ้น เท่ากับ 10 บาทต่อ
                            1          2


หุ้น ซึ่งถ้าตลาดขาขึ้น ราคาอาจจะขึ้นเป็น 12 บาท และถ้าตลาดขาลงราคาอาจจะลงเป็น 7 บาท
ดังนั้นในที่นี้    ,   กำหนดให้ t  1 สามารถเขียนตารางราคาและสถานการณ์ได้ดังนี้
                    1   2


                                     สถานการณ์      S (0)           S (1)
                                           1        10             12
                                           2        10             7
และเขียนเป็นต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคาได้เป็น




                                รูปที่ 2.1 ต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคาในตัวอย่างที่ 2.1                   




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                        73
ตัวอย่ างที่ 2.2 พิ จารณาตลาดซึ่ งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่มี
ทิศทาง แทนด้วย  ,  และ  ตามลำดับ โดยราคาและสถานการณ์สามารถเขียนตารางแสดง
                  1    2           3


ได้ดังนี้
                           สถานการณ์    S (0)      S (1)     S (2)

                              1         100       110       116
                              2         100       90         80
                              3         100       110        96

จากสถานการณ์ที่กำหนดให้เขียนเป็นต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคาได้ดังนี้




                รูปที่ 2.2 ต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคาในตัวอย่างที่ 2.2                     



2.3 การวัดผลตอบแทน

        ในการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ ผลตอบแทน (Return) ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ใช้วัด
ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการลงทุน โดยผลตอบแทนสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ
ราคาสินทรัพย์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงรายได้อื่น ๆ เช่น เงินปันผล ในเบื้องต้น เพื่อให้ง่ายต่อ
การนิยามและวิเคราะห์ จะพิจารณากรณีที่หุ้นไม่มีการจ่ายเงินปันผล ซึ่งช่วยให้สามารถมุ่งเน้นไปที่
ส่วนต่างของราคาหุ้นเป็นหลัก
        หั ว ข้ อ นี้ จ ะเริ่ ม ต้ น จากการนิ ย ามอั ต ราผลตอบแทน (Rate of Return) และอธิ บ าย
ความสัมพันธ์กับมูลค่าเงินสะสม พร้อมทั้งแสดงตัวอย่างเพื่อให้เห็นถึงลักษณะของผลตอบแทนใน
สภาวะตลาดที่ แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังจะกล่ าวถึงอัต ราผลตอบแทนลอการิทึม (Logarithmic
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

74                                                                   อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
Return) ซึ่ ง เป็ น แนวคิ ด สํ า คั ญ ในการวิ เคราะห์ ผ ลตอบแทนในกรอบของคณิ ต ศาสตร์ ก ารเงิ น
เนื่องจากมีสมบัติการบวกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในแบบจำลองต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
          เนื้อหาในหัวข้อนี้จึงครอบคลุมทั้งแนวคิดพื้นฐาน สูตรคำนวณ ความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์
และตัวอย่างประกอบที่ช่วยให้เข้าใจผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบปกติ
และแบบลอการิทึม พร้อมการคำนวณค่าคาดหวังที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์
ความเสี่ยงและผลตอบแทนในตลาดการเงินอย่างเป็นระบบ

บทนิยาม 2.13 กำหนดให้ S (t ) เป็นราคาต่อหุ้นที่ราคา t อัตราผลตอบแทน (rate of return) บน
ช่วงเวลา [m, n] (หน่วย เป็น คาบเวลา) เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ K (m, n) ซึ่งเป็นตัวแปรเชิงสุ่ม
นิยามโดย
                                             S ( n)  S ( m)
                                K (m, n) 
                                                  S ( m)
                                                                                               (2.18)

จากรูป (2.18) สามารถเขียนอีกรูปหนึ่งได้เป็น
                                 S (n)  (1  K (m, n)) S (m)                                  (2.19)




                  รูปที่ 2.3 S (n) เป็นมูลค่าสะสมของเงิน S (m) ด้วยฟังก์ชันสะสม 1  K (m, n)
อัตราผลตอบแทนบน 1 ช่วงเวลา [n 1, n ] คือ K (n 1, n) จะเขียนแทนด้วย K (n)
                                                S (n)  S (n 1)
ดังนั้น                              K ( n) 
                                                    S (n 1)
                                                                                               (2.20)
ซึ่งเขียนอีกรูปหนึ่งได้เป็น
                                    S (n)  (1  K (n)) S (n 1)                               (2.21)
หมายเหตุ หากนำเงินปันผลเข้ามาพิจารณาด้วย จะได้อัตราผลตอบแทนเป็น
                                                     S (n)  S (n 1)  div(n)
                                          K ( n) 
                                                              S (n 1)
                                                                                               (2.22)
เมื่อ div(n) เป็นเงินปันผลต่อหุ้นที่จ่ายในคาบที่ n

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                                     75
ตัวอย่างที่ 2.3 พิจารณาตลาดซึ่งมี 2 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น และ ตลาดขาลง แทนด้วย                                         1


และ  ตามลำดับ ในตัวอย่างที่ 2.1 สามารถเขียนตารางอัตราผลตอบแทน K (1) ได้ดังนี้
        2

                                                        สถานการณ์        K (1)
                                                           1             0.2
                                                           2            -0.3
                                                                                                                       
ตัวอย่างที่ 2.4 สมมติตลาดแห่งหนึ่งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่มี
ทิ ศทาง แทนด้ ว ย  ,  และ  ตามลํ าดั บ จากตัวอย่ างที่ 2.2 จะได้ว่า อัตราผลตอบแทน
                          1         2               3


ตามแต่ละสถานการณ์แสดงในตารางดังต่อไปนี้
            สถานการณ์                    K (1)                   K (2)            K (0, 2)       K (0,1)  K (1, 2)

                 1                       0.1                 0.0545               0.16                  0.1545
                 2                      -0.1                -0.1111               -0.2                 -0.2111
                 3                       0.1                -0.0127              -0.04                 -0.0973
                                                                                                                       

จากตัวอย่างที่ 2.4 จะเห็นว่า K (0,1)  K (1, 2)  K (0, 2) ดังนั้น อัตราผลตอบแทน K (m, n) ไม่มี
สมบัติการบวก (non-additivity) อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง K (m, n) กับ K (n) ก็ยังเป็น
สิ่งที่น่าสนใจ

ตัวอย่างที่ 2.5 สมมติตลาดแห่งหนึ่งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่มี
ทิศทาง แทนด้วย  ,  และ  ตามลำดับ จากตัวอย่างที่ 2.2 ถ้ากำหนดปันผล 1 บาทต่อหุ้น
                      1         2               3


จะได้ว่า อัตราผลตอบแทนตามแต่ละสถานการณ์แสดงในตารางดังต่อไปนี้
                              สถานการณ์                  K (1)            K (2)              K (0, 2)
                                    1                  0.1100            0.0636             0.1800
                                    2                  -0.0900          -0.1000             -0.1800
                                    3                  0.1100           -0.0273             -0.0200
                                                                                                                       




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

76                                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
ทฤษฎีบท 2.14 ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทน K (m, n) กับ K (n) อยู่ในรูป
                       1  K (m, n)  1  K (m  1) 1  K (m  2)  . . . 1  K (n)                  (2.23)
พิสูจน์ พิจารณาแผนภาพกระแสเงิน




จากแผนภาพจะเห็นว่า S (n) เป็นเงินสะสมของการลงทุน ที่เวลา m ด้วยเงินลงทุน S (m) ด้วย
ฟังก์ชันเงินสะสะสม 1  K (m 1)1  K (m  2) . . . 1  K (n) นั่นคือ
               S (n)  1  K (m  1) 1  K (m  2)  . . . 1  K (n)  S (m)

และจากบทนิยามของ K (m, n) ตามสูตร (2.2),
                                           S (n)  1  K (m, n)  S (m)

ดังนั้นจึงได้ว่า    1  K (m, n)  1  K (m  1) 1  K (m  2)  . . . 1  K (n)                        


เนื่ องจากอั ต ราผลตอบแทน K (m, n) ไม่ มี สมบั ติการบวก ทำให้ ย ากต่ อการนํ าไปใช้ งาน จึงเป็ น
สาเหตุที่จำเป็ นต้องนิยามของอัตราผลตอบแทนใหม่ เพื่ อให้มีสมบัติการบวก อัตราผลตอบแทนที่
นิยามใหม่นี้เรียกว่า อัตราผลตอบแทนลอการิทึม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ อัตราผลตอบแทนทบต้น
ต่อเนื่อง โดยนิยามดังต่อไปนี้

บทนิ ย าม 2.15 กํ า หนดให้ S (t ) เป็ น ราคาต่ อ หุ้ น ที่ เ วลา t อั ต ราผลตอบแทนลอการิ ทึ ม
(logarithmic return) บนช่วงเวลา [m, n] เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ k (m, n) ซึ่งเป็นตัวแปรเชิงสุ่ม
นิยามโดย
                                                                               S ( n)
                                     k (m, n)  ln S (n)  ln S (m)  ln
                                                                               S ( m)
                                                                                                          (2.24)
เขียนอีกรูปหนึ่งได้เป็น
                                               S ( n)  e k ( m , n ) S ( m)                              (2.25)
และอัตราผลตอบแทนลอการิทึมบน 1 ช่วงเวลา [n 1, n ] คือ k (n 1, n) เขียนโดยย่อด้วย k (n)
                                                                           S ( n)
ดังนั้น                       k (n)  ln S (n)  ln S (n 1)  ln
                                                                         S (n 1)
                                                                                                          (2.26)

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                              77
หมายเหตุ 1) หากนำเงินปันผลเข้ามาพิจารณาด้วย จะได้อัตราผลตอบแทนลอการิทึมเป็น
                                                            S (n)  div(n)
                                               k (n)  ln
                                                               S (n 1)
                                                                                                          (2.27)
เมื่อ div(n) เป็นเงินปันผลต่อหุ้นที่จ่ายในคาบที่ n
            2) โดยการเปรียบเทียบจะได้ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนกับอัตรา
ผลตอบแทนลอการิทึม จะได้
                                             1  K (m, n)  e
                                                                 k ( m,n )
                                                                                                          (2.28)

ตัวอย่างที่ 2.6 พิจารณาตลาดซึ่งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่มี
ทิศทาง แทนด้วย  ,  และ  ตามลำดับ โดยราคาและสถานการณ์สามารถเขียนในตารางได้
                   1     2        3


ดังนี้
                    สถานการณ์ S (0)         S (1)     S (2)     S (3)
                             1         10              11               11.6            12
                             2         10              9                  8              7
                             3         10              11                9.6            10

และตาราง อัตราผลตอบแทนลอการิทึมและสถานการณ์เป็นดังนี้
     สถานการณ์          k (1)          k (2)            k (3)                k (1) + k (2) + k (3)   k (0,3)
         1            0.0953          0.0531         0.0339                       0.1823            0.1823
         2            -0.1054        -0.1178         -0.1335                     -0.3567            -0.3567
         3            0.0953         -0.1361         0.0408                          0                 0
                                                                                                                

จากตัวอย่างที่ 2.6 จะเห็นได้ว่า k (0,3)  k (1) + k (2) + k (3) ซึ่งเป็นผลที่ได้จากสมบัติการบวกที่จะ
กล่าวต่อไปนี้

ทฤษฎีบท 2.16 ถ้าไม่มีการจ่ายเงินปันผล แล้ว อัตราผลตอบแทนลอการิทึม k (m, n) มีสมบัติการ
บวก นั่นคือ ถ้า m  q  n แล้ว
                                  k (m, q )  k (q, n)  k (m, n)               (2.29)
พิสูจน์ จากนิยามของอัตราผลตอบแทนลอการิทึม จะได้


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

78                                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                S ( n)         S (q ) S (n)           S (q )          S (n) 
k (m, n)  ln           ln                  ln 
                                                        
                                                                    ln 
                                                                           
                                                                                      k (m, q)  k (q, n)          
                S ( m)         S ( m) S ( q )         S ( m)          S (q ) 


ทฤษฎีบท 2.17 ถ้าไม่มีการจ่ายเงินปันผลแล้ว
                                       k (m, n)  k (m  1)  k (m  2)  . . .  k (n)                            (2.30)
พิสูจน์ พิสูจน์ได้โดยตรงโดยใช้สมบัติการบวกตามทฤษฎีบท 2.16


บทนิ ย าม 2.18 กํ า หนดให้ K (t ) เป็ น อั ต ราผลตอบแทนซึ่ งเป็ น ตั ว แปรเชิ ง สุ่ ม ที่ เวลา t และ
กำหนดให้ p เป็นฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น เรียก E[ K (t )] ว่า อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง
(expected return) ที่เวลา t
ตั วอย่ า งที่ 2.7 พิ จ ารณาตลาดซึ่ งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่ มี
ทิศทาง แทนด้วย  ,  และ  ตามลำดับ จากตัวอย่างที่ 2.4 โดยสมมติว่าความน่าจะเป็นของ
                         1      2            3


การเกิดสถานการณ์ เป็น 0.5, 0.25 และ 0.25 ตามลำดับ จงคำนวณหา E[ K (t )]
วิธิทำ จากตัวอย่างที่ 2.4 ได้ว่า
                             สถานการณ์         K (1)       K (2)

                                            1                    0.1                0.0545
                                            2                   -0.1                -0.1111
                                            3                    0.1                -0.0127

ดังนั้น E[ K (1)]    p( )  0.1(0.5)  0.1(0.25)  0.1(0.25)  0.05
                          

และ     E[ K (2)]  0.0545(0.5)  0.1111(0.25)  0.0127(0.25)  0.0037                                             



ทฤษฎีบท 2.19 ถ้า K (m 1) , K (m  2) , . . . , K (n) เป็นตัวแปรเชิงสุ่มอิสระ แล้ว จะได้ว่า
            1  E  K (m, n)   1  E  K (m  1) 1  E  K (m  2)  . . . 1  E  K (n)                 (2.31)
พิสูจน์ จากทฤษฎีบท 2.14 ,
                          1  K (m, n)  1  K (m  1)1  K (m  2) . . . 1  K (n)

โดยทฤษฎีบท 2.11 และ ทฤษฎีบท 2.13 จะได้ว่า

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                                 79
1  E  K (m, n)   E 1  K (m, n)   E 1  K (m  1)1  K (m  2) . . . 1  K (n)

                        E 1  K (m  1)  E 1  K (m  2)  . . . E 1  K (n) 

                      1  E  K (m  1) 1  E  K (m  2)  . . . 1  E  K (n) 

ดังนั้น    1  E  K (m, n)   1  E  K (m  1) 1  E  K (m  2)  . . . 1  E  K (n)                   


ทฤษฎีบท 2.20 ถ้าหุ้นไม่มีการจ่ายเงินปันผลแล้ว
                                      E  k (m, n)   E  k (m  1)   E  k (m  2)   . . .  E  k (n)    (2.32)
พิสูจน์ พิสูจน์ได้โดยตรงโดยใช้โดยทฤษฎีบท 2.11

ข้ อ สั ง เกต จากทฤษฎี บ ท 2.19 จะเห็ น ว่ า การคํ า นวณค่ าคาดหวั งอั ต ราผลตอบแทนลอการิ ทึ ม
E  k (m, n)    ไม่ต้องใช้สมบัติความเป็นอิสระของตัวแปรเชิงสุ่ม k (m 1), k (m  2), . . . , k (n) แตกต่าง
จาก ทฤษฎีบท 2.18 ซึ่งการคำนวณค่าคาดหวังอัตราผลตอบแทน E  K (m, n) จะต้องอาศัยความ
เป็นอิสระของตัวแปรเชิงสุ่ม K (m 1), K (m  2), . . ., K (n)

2.4 แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาค

           แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาค (Binomial Tree Price Model) เป็นแบบจำลองพื้นฐานที่มี
ความสำคัญอย่างยิ่งในการอธิบ ายพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ โดยเฉพาะราคาของหุ้น ในตลาด
การเงิน แบบจำลองนี้มีข้อดีคือ เข้าใจได้ง่าย มีโครงสร้างชัดเจน และสามารถนำไปใช้วิเคราะห์ราคา
ของตราสารอนุพันธ์ เช่น ออปชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
           ในหั ว ข้ อ นี้ จ ะกล่ าวถึ งแบบจํ าลองราคาต้ น ไม้ ท วิ ภ าคภายใต้ ส มมติ ฐ านที่ เหมาะสมบาง
ประการ โดยเน้นการนำเสนอแนวคิดหลัก โครงสร้างของแบบจำลอง และการคำนวณราคาภายใต้
กรอบของการเคลื่อนไหวราคาที่ไม่ต่อเนื่อง
           เงื่อนไข bt-1 อัตราผลตอบแทนต่อคาบเวลา (one-step return) K (n) เป็นตัวแปรเชิงสุ่ม
ที่อิสระกัน นิยามโดย


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

80                                                                           อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                                          u ; probability p
                                                 K (n)                                              (2.33)
                                                           d ; probability 1 p

สำหรับแต่ละคาบเวลาที่ n เมื่อ 1  d  u และ 0  p  1
         เงื่อนไข bt-2 อัตราผลตอบแทน r ต่อคาบ ของการลงทุนโดยปราศจากความเสี่ยง (risk-
free investment) คงที่ทุกคาบเวลา และ
                                              d r u

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้า  เป็นอัตราดอกเบี้ยทบต้นต่อเนื่องที่สมมูลกับ r แล้ว
                                          ln(1  d )    ln(1  u )

         เงื่อนไข bt-1 ทำให้ ทราบว่าราคา S (n) จะเคลื่อนไหวขึ้น หรือลงด้วยตัวประกอบ 1  u
และ 1  d สำหรับแต่ละคาบเวลาที่ n ส่วนอสมการ 1  d  u จะเป็นสิ่งยืนยันว่า S (n) จะมีค่า
เป็ น บวกเสมอเมื่ อ S (0) เป็ น บวก ตั ว อย่ า งแผนภาพต้ น ไม้ ข องตั ว ประกอบของ S (n) สํ าหรั บ
n  1, 2,3   แสดงได้ดังนี้




                      รูปที่ 2.4 ต้นไม้ของตัวประกอบของ S (n) สำหรับ n  1, 2,3
จากแผนภาพต้นไม้สำหรับตัวแปรเชิงสุ่ม S (1) , S (2) และ S (3) จะได้ว่า
                                      1  u  S (0); probability p
                             S (1)                                                                  (2.34)
                                       1  d  S (0); probability 1 p
                                        

                                      1  u 2 S (0)      ; probability p 2
                                       
                                        
                             S (2)  1  u 1  d  S (0); probability 2 p (1 p )
                                        
                                                                                                       (2.35)
                                         1  d 2 S (0)    ; probability 1 p 
                                                                                   2
                                          




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                      81
                                   
                                           3
                                    1  u  S (0)           ; probability p 3
                                   
                                   
                                   
                                           2
                                   1  u  1  d  S (0) ; probability 3 p 2 (1 p )
                           S (3)  
                                                                                                     (2.36)
                                   1  u 1  d 2 S (0) ; probability 3 p 1 p 2
                                   
                                   
                                   
                                   
                                           3                                      3
                                   1  d  S (0)
                                                           ; probability 1 p 


          จากแนวคิดนี้ถ้ากำหนดให้ i สำหรับ i  0,1, 2,..., n เป็นจำนวนครั้งหรือจำนวนคาบเวลาที่
ราคาหุ้นขึ้น โดยที่ความน่าจะเป็นที่หุ้นขึ้นในแต่ละครั้ง เท่ากับ p และ n  i เป็นจำนวนครั้งที่ราคา
หุ้นลง โดยที่ความน่าจะเป็นที่หุ้นขึ้นในแต่ละครั้ง เท่ากับ 1 p จะได้ว่า i เป็นตัวแปรเชิงสุ่มที่มีการ
แจกแจงความน่ าจะเป็ น แบบทวิ น าม ดั งนั้ น ความน่ าจะเป็น ที่หุ้ น ขึ้ น i ครั้งจากทั้ งหมด n ครั้ ง
เท่ากับ
                                        n i                          
                                          p 1 p ni
                                         i                เมื่อ in  i !(nn! i)!         (2.37)
                                                                        

          ตั ว อย่ า งเช่ น ถ้ า พิ จ ารณาจํ า นวนครั้ งที่ ร าคาหุ้ น ขึ้น i ครั้ ง จากการพิ จ ารณาการลงทุ น
n  10    คาบ โดยกำหนดความน่าเป็นที่หุ้นขึ้นในแต่ละครั้ง เท่ากับ 0.5 จะได้ความน่าจะเป็นที่หุ้นขึ้น
จำนวน i ครั้ง สำหรับ i  0,1,...,10 แสดงได้ดังตารางต่อไปนี้

                            จำนวนครั้งที่หุ้นขึ้น i        ความน่าจะเป็น p(i)
                                        0                   0.0009765625
                                        1                   0.0097656250
                                        2                   0.0439453125
                                        3                   0.1171875000
                                        4                   0.2050781250
                                        5                   0.2460937500
                                        6                   0.2050781250

                                         7                  0.1171875000

                                         8                  0.0439453125

                                         9                  0.0097656250

                                        10                  0.0009765625



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

82                                                                        อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




                     รูปที่ 2.5 ความน่าจะเป็นที่หุ้นขึ้นจำนวน i ครั้ง i  0,1,...,10
จาก (2.37) ทำให้ได้ ราคาหุ้น S (n) ณ เวลา n เท่ากับ
                                                    i       ni
                                    S (n)  1  u  1  d      S (0)                              (2.38)
                          
ด้วยความน่าจะเป็น in p 1 p สำหรับ i  0,1,..., n
                                i     ni

                          


ตัวอย่างที่ 2.8 สมมติให้ราคาหุ้น S (t ) เป็นไปตามแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค จงคำนวณหา u และ
                    
d    ที่ทำให้ S (1)  87 ;
                           76 ; 
                                  และ S (2)  92 ; 
                    
                                                         
                                                         1  u  S (0)    
วิธีทำ จากแผนภาพต้นไม้ทวิภาค จะได้             S (1)                  87
                                                                            
                                                                           
                                                                            76
                                                         1  d  S (0)
                                                                           
                                                      
                                                               2
                                                       1  u  S (0)           
                                                      
                                                                               
                                                                                92
                                                                               
และ                                          S (2)  1  u 1  d  S (0)  
                                                      
                                                      
                                                                                
                                                                                
                                                                                 ?
                                                                               
                                                                               ?
                                                                                
                                                                2
                                                      
                                                      
                                                      1   d   S (0)         

นั่นคือ                                          1  u  S (0)  87                           (1)
                                                 1  d  S (0)  76                           (2)
                                                                  2
                                                        1  u  S (0)  92                    (3)
(3)                                                    92
    ;                                             1 u       u  0.0575
(1)                                                    87
(2)                            1  d 76              76  92 
    ;                                       1  d     d  0.0762
(1)                            1  u 87              87  87 
ดังนั้น   u  0.0575     และ d  0.0762                                                               


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                  83
ตัวอย่างที่ 2.9 สมมติให้ราคาหุ้น S (t ) เป็นไปตามแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค จงคำนวณหา u และ
                       121 ; 
                        
    ่ ำให้ S (2)  110 ;  or 
d ทีท                                    เมื่อกำหนดให้ S (0)  100
                        100 ; 
                         
วิธีทำ จากแผนภาพต้นไม้ทวิภาค จะได้
                  1  u 2 100      ;          121 ; 
                                                   
                    
          S (2)  1  u 1  d 100 ;  or   110 ;  or 
                                                    
                      1  d 2 100   ;           
                                                      100 ; 
                       
นั่นคือ                                                 2
                                                1  u  100  121                           (1)
                                           1  u 1  d 100  110                        (2)
                                                                2
                                                        1  d  100  100                  (3)
แก้สมการ (3) จะได้ d  0 (  d  1 )
แก้สมการ (1) จะได้ u  0.1 (  u  d )
ดังนั้น u  0.1 และ d  0                                                                         

ตั ว อย่ า งที่ 2.10 ส มม ติ ใ ห้ ราคาหุ้ น S (t ) เป็ น ไป ตามแบ บ จํ า ล องต้ น ไม้ ท วิ ภ าค โดยที่
           32 ; 
            
S (2)  28 ;  or 
             
                          จงคำนวณค่าของ x และตรวจสอบว่าสามารถสร้างต้นไม้ทวิภาคของราคา
         x ; 
ได้สมบูรณ์หรือไม่ ถ้าสร้างได้ สร้างได้แบบเดียวหรือไม่
วิธีทำ จากแผนภาพต้นไม้ทวิภาค จะได้
                                   1  u 2 S (0)      ;            32 ; 
                                                                        
                                                                     
                           S (2)  1  u 1  d  S (0);  or   28 ;  or 
                                                                     
                                       1  d 2 S (0)   ;           x ; 
                                        
นั่นคือ                                                     2
                                                     1  u  S (0)  32                (1)
                                              1  u 1  d  S (0)  28                (2)
                                                                    2
                                                            1  d  S (0)  x            (3)
(1)  (3); จะได้                                                                         (4)
                                                                        2
                                               1  u 1  d  S (0)  32 x
                                                                     
                                                                      2
                                                                   28
แทน (2) ใน (4) จะได้                       282  32 x  x               24.50
                                                                    32
                                              32
จากสมการ (1) และ (3) ได้        u  1 
                                             S (0)
                                                     และ d  1  24.50
                                                                  S (0)
                                                                        ตามลำดับ

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

84                                                            อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                  24.50
 1  d  u   จะได้   d  1 
                                  S (0)
                                          และ u  1  S32(0)
นั่นแสดงว่า เมื่อกำหนด S (0)  0 จะสามารถสร้างต้นไม้ทวิภาคของราคาได้สมบูรณ์ และสร้างได้
แบบเดียว โดยที่
                                       
                                            24.50
                                       
                                       1        ; probability p
                                       
                                            S (0)
                                       
                              K ( n)                                                      
                                       
                                             32
                                       
                                       1        ; probability 1 p
                                       
                                       
                                            S (0)


เงื่อนไข bt-1 และ bt-2 ทำให้ได้ว่ากลไกราคาของหุ้นจะเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาของสินทรัพย์ที่
ไม่มีความเสี่ยง และ เป็นเงื่อนไขที่เพียงพอของทฤษฎีบทที่จะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไปนี้

2.5 ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง

        คำว่า ความเสี่ยง ในที่นี้จะหมายถึงโอกาสที่การลงทุนนั้นได้ผลตอบแทนไม่ได้เป็นไปตามที่
คาดหวังไว้หรือสูญเสียเงินต้นจากการลงทุน หรือเสี่ยงที่จะเสียโอกาสในการลงทุนกับโครงการลงทุน
อื่นที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เป็นต้น โดยในหัวข้อก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงการใช้ส่วนเบี่ยงมาตรฐานเป็น
ดัชนีวัดความเสี่ยง ในหัวข้อนี้จะแบ่งพฤติกรรมของนักลงทุนที่มีต่อความเสี่ยงโดยใช้ค่าคาดหวังของ
ผลตอบแทนเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง
        ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้จำแนกพฤติกรรมของที่คนต่อความเสี่ยงได้เป็น 3
ประเภท คือ
        1) การไม่ชอบความเสี่ยง หรือ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk aversion) นักลงทุนที่อยู่ใน
กลุ่มไม่ชอบความเสี่ยงจะมองหาการลงทุนที่ต้องมั่นใจว่า อัตราผลตอบแทนคาดหวังของการลงทุน
ใด ๆ จะต้องมากกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด
        2) การชอบความเสี่ยงหรือการค้นหาความเสี่ยง (risk seeking) นักลงทุนที่อยู่ในกลุ่มชอบ
ความเสี่ยงจะมองหาการลงทุนที่มีโอกาสทำกำไรได้สูงถึงแม้ว่าอัตราผลตอบแทนคาดหวังของการ
ลงทุนใด ๆ จะตํ่ากว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดก็ตาม เช่น นักเสี่ยงโชคจากการซื้อลอตเตอรี่ นักเก็งกำไร
ในหุ้นที่มีความผันผวนของราคาสูง

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                    85
            3) การเป็นกลางต่อความเสี่ยง (risk neutral) ซึ่งเป็นประเภทของพฤติกรรมต่อความเสี่ยง
ที่ไม่ได้เป็นทั้งกลุ่มที่ไม่ชอบความเสี่ยงและกลุ่มที่ชอบความเสี่ยง
           เมื่อพิจารณาถึงราคาของหุ้นในอนาคตซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้ได้ แต่เป็นไปได้ที่
จะคาดเดาจากค่าคาดหวังของราคาจากแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค ดังนั้นแนวทางหนึ่งสำหรับการ
วิเคราะห์ความเสี่ยงคือการเปรียบเทียบค่าคาดหวังของอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นกับค่า
คาดหวังของการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างมาก
ในทฤษฎีของอนุพันธ์ทางการเงิน (เช่น ออปชัน ฟอร์เวิร์ด ฟิวเจอร์ส) ซึ่งปรากฎในหนังสือเกี่ยวกับ
การกำหนดราคาตราสารอนุพันธ์ทั่วไปรวมถึงในตำราเล่มนี้ด้วย
           พิจารณาค่าคาดหวังของราคาหุ้น S (t ) สำหรับ ที่เวลา t  1 ก่อน จากแบบจำลองต้น ไม้
ทวิภาค จะได้
                                               S (0)(1  u ) ; probability p
                                      S (1)  
                                                S (0)(1  d ) ; probability 1 p

ดังนั้น         E[ S (1)]  pS (0)(1  u )  (1 p ) S (0)(1  d )  S (0)(1  E[ K (1)])

เมื่ อ    E[ K (1)]  pu  (1 p )d โดยจะขยายแนวคิ ด นี้ ไ ปยั ง ค่ า คาดหวั ง ของราคา สํ า หรั บ ที่ เวลา

t  n จะได้ผลลัพธ์ ตามทฤษฎีบทต่อไปนี้


ทฤษฎีบท 2.21 ภายใต้เงื่อนไข bt-1 จะได้ว่า ค่าคาดหวังของอัตราผลตอบแทน
                                             E[ K (n)]  pu  (1 p )d

สำหรับทุก ๆ n  0,1, 2,...
                                                      
พิสูจน์ จากเงื่อนไข bt-1 เราทราบว่า K (n)  ud ;;probability
                                                     probability p
                                                                 1 p
                                                                      สำหรับทุก ๆ n  0,1, 2,...
                                                      
โดยนิยามของค่าคาดหวัง จะได้ E[ K (n)]  pu  (1 p)d                                                   


ทฤษฎีบท 2.22 ให้ S (n) เป็นราคาหุ้นที่เวลา t  n สำหรับ n  0,1, 2,... จะได้ว่า
                                       E[ S (n)]  S (0)(1  E[ K (1)]) n                           (2.39)
เมื่อ     E[ K (1)]  pu  (1 p )d




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

86                                                                                 อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
พิสู จ น์ เพราะว่า S (n) เป็ น มู ล ค่ า อนาคตที่ ถูกสะสมจากเงิน ต้น S (0) ด้ ว ยตั วประกอบเงิ น สะสม
1  K (0, n)

นั่นคือ                                        S (n)  S (0)[1  K (0, n)]

ผลที่ตามมาคือ                     E  S (n)   S (0) E[1  K (0, n)]  S (0) 1  E[ K (0, n)]

โดยทฤษฎีบท 2.18,          1  E ( K (0, n))  1  E  K (1) 1  E  K (2)  . . . 1  E  K (n) 

และจาก E[ K (n)]  E[ K (1)] สำหรับทุก ๆ n  1, 2,...
จึงได้ว่า                                       E  S (n)   S (0) 1  E[ K (1)]
                                                                                        n
                                                                                                                       




          รูปที่ 2.6 E  S (n) เป็นมูลค่าสะสมของเงิน S (0) สะสมด้วยฟังก์ชันสะสม 1  E[ K (1)]              n




สำหรับการลงทุนกับสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงด้วยเงินต้น S (0) เท่ากัน โดยมีอัตราดอกเบี้ยทบต้น r
ต่อคาบซึ่งสมมูลกับอัตราดอกเบี้ยทบต้นต่อเนื่อง  จะได้เงินสะสมจากการลงทุนเป็นระยะเวลา n
คาบ เท่ากับ S (0)(1  r ) นั่นคือราคาสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงที่เวลา t  n เท่ากับ
                           n



                                                    S (0)(1  r ) n  S (0)e n                                   (2.40)
 และค่าคาดหวังของราคาสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงนี้ จะเท่ากับ
                                                 E  S (0)(1  r ) n   S (0)(1  r ) n                      (2.41)
จาก (2.39) และ (2.41) ทำให้ได้ว่าถ้าต้องการเปรียบเทียบค่าคาดหวังของราคาหุ้นกับราคาสินทรัพย์
ที่ไม่มีความเสี่ยง (เช่น ตราสารหนี้) นั้น เพียงพอที่จะเปรียบเทียบเฉพาะระหว่างอัตราดอกเบี้ย r กับ
E[ K (n)] และในที่นี้จะแบ่งประเภทนักลงทุนโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง r กับ E[ K (n)]                         ได้ดังนี้
     เรียก นักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้น เมื่อ E[ K (n)]  r ว่า นักลงทุนประเภทไม่ชอบความเสี่ยง
     เรียก นักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้น เมื่อ E[ K (n)]  r ว่า นักลงทุนประเภทชอบความเสี่ยง
     เรียก นักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้น เมื่อ E[ K (n)]  r ว่า นักลงทุนประเภทเป็นกลางต่อความเสี่ยง



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                          87
         สำหรับในทางคณิ ตศาสตร์การเงิน จะศึกษาทฤษฎี ต่าง ๆ ภายใต้ความเป็นกลางต่อความ
เสี่ยงนั่นคือ หาความน่าจะเป็น p * ซึ่งทำให้ E *[ K (n)]  r
โดยเรี ย ก p * ดั ง กล่ า วว่ า ความน่ า จะเป็ น ความเป็ น กลางต่ อ ความเสี่ ย ง (risk-neutral
probability) และเรี ย ก E * ว่ า การคาดหวั ง ความเป็ น กลางต่ อ ความเสี่ ย ง (risk-neutral
expectation)
โดยนิยามของค่าคาดหวังและ K (n) จะได้
                              E *[ K (n)]  p * u  (1 p*)d  r                          (2.42)
เมื่อแก้สมการเพื่อหา p * จะได้
                                                  r  d e   d 1
                                           p* 
                                                  ud
                                                       
                                                           ud
                                                                                          (2.43)
หมายเหตุ ในที่นี้นักลงทุนจะต้องจำไว้เสมอว่าความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p *
คำนวณได้ในเชิงทฤษฎี ดังนั้นในทางปฏิบัติ p * อาจจะเท่าหรือไม่เท่ากับความน่าจะเป็นที่แท้จริง
p   ก็ ได้ สํ าหรับ ตลาดการลงทุน ที่ p *  p จะเรียกว่า ตลาดความเป็น กลางต่อความเสี่ ยง (risk-
neutral market) และถึงแม้ว่า p * กับ p จะไม่มีความสัมพันธ์กันซึ่งหมายถึงถ้าเราทราบค่า p *
ก็ไม่สามารถใช้ p * เพื่อคำนวณหา p แต่ p * มีประโยชน์ในแง่ของการนำไปใช้ในการศึกษาเชิง
ทฤษฎี การนํ า ไปใช้ ป ระโยชน์ ในเรื่ อ งของการประเมิ น มู ล ค่ า และการกํ า หนดราคาสิ น ทรั พ ย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินทรัพย์ที่เป็นตราสารอนุพันธ์ ซึ่งจะกล่าวถึงในบทต่อไป

ตัวอย่างที่ 2.11 กำหนดให้ u  0.2 และ r  0.1 จงหา p * ในเทอมของ d
                                            0.1 d
วิธีทำ เพราะว่า p*  ur  dd ดังนั้น p*  0.2 d



ตัวอย่างที่ 2.12 จงแสดงว่า d  r  u ก็ต่อเมื่อ 0  p*  1

วิธีทำ เพราะว่า 0  p*  ur  dd  1  0  r  d  u  d (  u  d  0 )  d  r  u       




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

88                                                                        อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
ความหมายในเชิงเรขาคณิตของความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p * สามารถอธิบายได้
ตามรูปที่ 2.5 คือ หากพิจารณา ( p*,1 p*) เป็นเวกเตอร์ในระนาบ  จะได้ว่าเวกเตอร์
                                                                              2




( p*,1 p*) ตั้งฉากกับเวกเตอร์ (u  r , d  r ) เนื่องจาก

         ( p*,1 p*)  (u  r , d  r )  p *(u  r )  (1 p*)(d  r )

                                        p * u  (1
                                            p*)d  p * r  (1 p*)r  r  r  0
                                                
                                                 r


นอกจากนี้ยังได้ว่า ( p*,1 p*) เป็นจุดบนเส้นตรงที่เชื่อมระหว่าจุด (0,1) และ จุด (1, 0) ดังรูป




      รูปที่ 2.7 ความหมายเชิงเรขาคณิตของความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p *




                       รูปที่ 2.8 ความหมายเชิงเปรียบเทียบ p * กับคานสมดุล

หากพิจารณาอัตราดอกเบี้ย r ของการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงเป็นจุดหมุนของคานจะได้ว่า p * และ
1 p * เปรียบเสมือนแรงที่มีทิศทางตรงข้ามกันมากระทำต่อปลายคานที่มีมวล u และ d

ตามลำดับเพื่อให้คานอยู่ในสถานการณ์สมดุล

ตั วอย่ า งที่ 2.13 การประยุ ก ต์ ใช้ "ความเป็ น กลางต่ อความเสี่ ย ง" ในเชิ งการตั ดสิน ใจลงทุ น และ
วิเคราะห์ กลยุ ท ธ์ ในโลกจริง เช่ น การจั ดพอร์ ตลงทุ น มีดังนี้ ในการวิเคราะห์ กลยุท ธ์ล งทุน โดย
เปรีย บเทียบกับ สินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ ยง สมมติผู้จัดการกองทุน รายหนึ่งมีตัวเลือกในการลงทุ น

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                        89
ระหว่าง
    •     หุ้น A ที่มีลักษณะไม่แน่นอน (ความเสี่ยงสูง)
    •     หรือเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล (Risk-Free Asset) ที่ให้ผลตอบแทน r = 3% ต่อปี
จากการวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ ผู้จัดการกองทุนประเมินว่าในปีหน้าหุ้น A จะมีผลตอบแทน
เป็นไปได้ 2 กรณี
                สถานการณ์        ผลตอบแทนจากหุ้น A ( K (n) ) ความน่าจะเป็นจริง ( p )
                ตลาดดี (Up)                 +12%                       60%
                ตลาดแย่ (Down)               −4%                       40%
การวิเคราะห์ด้วยแนวคิดความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
1) คำนวณค่าคาดหวังจริงของหุ้น A
             E[ K (n)]= 0.6 ⋅ 0.12 + 0.4 ⋅ (−0.04)= 0.072 − 0.016= 0.056= 5.6%
จากค่าคาดหวังนี้ ผู้จัดการกองทุนทราบว่า หุ้น A มีผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่าสินทรัพย์ไร้ความ
เสี่ยง ( r = 3% )
2) ใช้แนวคิด "Risk Neutral Benchmarking" เพื่อตัดสินใจ
กำหนดให้ต้องการทราบว่า ในความเป็นกลางต่อความเสี่ยง (คือ E *[ K (n)]= r= 3% ) นักลงทุน
ควรประเมินว่า หุ้นนี้มีความ “น่าสนใจ” หรือไม่ โดยดูว่าค่าคาดหวังจริงสูงกว่า benchmark หรือไม่
    •                                 r → นักลงทุนจะมีแรงจูงใจลงทุนในหุ้น
          ถ้า E[ K (n)] > E *[ K (n)] =
    •     ถ้า E[ K (n)] < r → นักลงทุนควรหลีกเลี่ยง (แม้บางสถานการณ์จะได้กำไรสูง)
ดังนั้น ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์ คือ
    •     หุ้น A มีผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ไม่มคี วามเสี่ยง (5.6% >
          3%)
    •     แม้มีความเสี่ยง แต่ผู้จัดการกองทุนอาจเลือกลงทุนในหุ้น A ได้ หากเขา ไม่เป็นกลางต่อ
          ความเสี่ยง (เช่น ชอบความเสี่ยง หรือมีการกระจายความเสี่ยงดี)                       


จากตัวอย่างจะเห็นว่าแนวคิด "Risk Neutral Benchmarking" เพื่อตัดสินใจ มีประโยชน์ คือ

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

90                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
     1) ช่วยประเมินว่าอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง "คุ้มค่า" กับความเสี่ยงหรือไม่
     2) ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงกับสินทรัพย์ปลอดภัย
     3) ใช้จัดอันดับสินทรัพย์เพื่อตัดสินใจลงทุนตามพฤติกรรมของนักลงทุนแต่ละประเภท (risk-
         averse, risk-seeking, risk-neutral)

2.6 สมบัติมาร์ทิงเกล

         แนวคิดของมาร์ทิงเกล (Martingale) มีจุดเริ่มต้นจากการศึกษาพฤติกรรมของเกมที่ยุติธรรม
ซึ่งหมายถึงเกมที่ค่าคาดหวังของกำไรหรือขาดทุนในแต่ละครั้งมีค่าเป็นศูนย์ โดยที่ผลของการเดิมพัน
ในอดีตไม่สามารถนำมาใช้ทำนายผลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ หากให้ X i แทน
มูลค่าของพอร์ตหรือเงินลงทุนหลังการเดิมพัน ครั้งที่ i และ Z1 , Z 2 ,..., Zi แทนผลลัพธ์ก่อนหน้ า
สมบัติมาร์ทิงเกลจะกำหนดว่า
                                 E[ X i +1 ∣Z1 , Z 2 ,..., Z i ] = X i
ซึ่งหมายความว่า ค่าคาดหวังของเงินลงทุนในรอบถัดไป เมื่อพิจารณาข้อมูลในอดีตทั้งหมด จะเท่ากับ
มูลค่าปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิด "ตลาดที่มีประสิทธิภาพ" โดยข้อมูลในอดีตไม่สามารถใช้สร้างผล
กำไรอย่างสมํ่าเสมอในอนาคตได้
การนำแนวคิดมาร์ทิงเกลไปใช้ในโลกการลงทุน
         ในเชิงการเงิน สมบัติมาร์ทิงเกลถูกนำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองราคาสินทรัพย์ เช่น ใน
แบบจำลองราคาทางการเงิน แบบไร้อาร์บิ ทราจ (No-Arbitrage Pricing Theory) ซึ่งถือเป็นแกน
หลักของการกำหนดราคาตราสารอนุพันธ์ โดยเฉพาะในแบบจำลองเวลาต่อเนื่อง เช่น แบบจำลอง
Black-Scholes และแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค (binomial tree model)
ตัวอย่างการประยุกต์
     •   การประเมินราคาหุ้น: หากราคาหุ้น St ปรับตัวตามกระบวนการมาร์ทิงเกลภายใต้มาตร
         ความเสี่ยงเป็นกลาง (risk-neutral measure) จะได้ว่า ราคาของสินทรัพย์ในอนาคตมีค่า
         คาดหวังเท่ากับราคาปัจจุบันที่ปรับด้วยอัตราคิดลด (discount factor)


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                                    91
     •     การบริหารพอร์ต: นักลงทุนสามารถใช้มาร์ทิงเกลเป็นเกณฑ์เพื่อตรวจสอบว่าพอร์ตของตน
           ไม่มีแนวโน้มคาดหวังที่จะเพิ่มหรือลด ซึ่งสอดคล้องกับสถานะที่ถูกป้องกันความเสี่ยงอย่าง
           เหมาะสม
     •     การกำหนดราคาตราสารอนุพันธ์: แบบจำลองราคาทั้งหลายที่อิงมาร์ทิงเกล เช่น การใช้
           ความน่าจะเป็นแบบเสมือน (equivalent martingale measure) ช่วยให้สามารถตีราคา
           สิ น ทรั พ ย์ ที่ มี ค วามไม่ แ น่ น อนได้ อ ย่ า งเป็ น ระบบและหลี ก เลี่ ย งโอกาสการทํ า กํ า ไรโดย
           ปราศจากความเสี่ยง
แนวคิดมาร์ทิงเกลไม่เพียงแต่เป็นพื้นฐานสำคัญในทฤษฎีความน่าจะเป็น แต่ยังมีบทบาทหลักในโลก
การเงิน โดยเฉพาะในการสร้างแบบจํ าลองราคา การประเมิ น มู ล ค่า การบริ ห ารพอร์ ต และการ
ออกแบบกลยุทธ์การลงทุนที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานของตลาดที่มีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจสมบัติ
นี้ จึ งช่ ว ยให้ นั ก ลงทุ น และนั กวิ เคราะห์ ส ามารถตี ค วามพฤติ ก รรมของราคาสิ น ทรั พ ย์ ในบริ บ ทที่
สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเงินสมัยใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง
บทนิยาม 2.23 ให้ Z  และ  X  เป็นลำดับของตัวแปรเชิงสุ่มบนปริภูมิความน่าจะเป็น 
                            i
                                n
                                i 1           i
                                                   n
                                                   i 1


จะเรีย ก  X  ว่า มาร์ทิงเกล ที่ เกี่ยวข้องกั บ Z  ถ้ า E[ X
                i
                    n
                    i 1                                           i
                                                                       n
                                                                       i 1   i 1   | Z1 ...Z i ]  X i และเรีย กลํ า ดั บ

Yi 1  X i 1  X i  ว่ า ลํ า ดั บ ของผลต่ า งมาร์ ทิ ง เกล (martingale difference sequence) ซึ่ ง

E[Yi 1 | Z1 ...Z i ]  0


           ต่อไปจะอธิบายมาร์ทิงเกลสำหรับราคาหุ้น S (n) จากทฤษฎีบท 2.22 ถ้าให้ p * เป็นความ
น่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง จะได้ว่าค่าคาดหวังของราคา S (n) เท่ากับมูลค่าสะสมของ
เงิน S (0) บาทสะสมด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ปราศจากความเสี่ยง r เป็นเวลา n คาบ
นั่นคือ                          E * S (n)   S (0)(1  r ) n  S (0)e n                                       (2.44)
โดยที่ r  E *[ K (n)] และ  เป็นอัตราดอกเบี้ยทบต้นต่อเนื่องสมมูลกับ r
           เพื่อให้สามารถเข้าใจแนวคิดของมาร์ทิงเกลได้ง่ายขึ้นขอให้ศึกษาจากตัวอย่างต่อไปนี้




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

92                                                                             อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
ตั วอย่ า งที่ 2.14 พิ จ ารณาแบบจํ าลองต้ น ไม้ ท วิภ าค 2 คาบเวลา เมื่อกำหนด S (0)  100 บาท,
          ,
u  0.2 d  0.1       และ r  0.1 โดยสูตร (2.43) คำนวณ p*  23 ซึ่งเป็นความน่าจะเป็นความเป็น
กลางต่อความเสี่ยง จากข้อมูลที่กำหนดให้เขียนเป็นต้นไม้ทวิภาค ได้ดังแผนภาพ




เมื่อพิจารณาค่าของ E *[S (2) | S (1)] เมื่อกำหนด S (1)  120 หรือ S (1)  90 จากรูปที่ 2.9 และ
จากบทนิยามของค่าคาดหวังแบบมีเงื่อนไข จะได้ E *[S (2) | S (1)] ดังนี้
ถ้า S (1)  120 จะได้ว่า
                                                                    2          1
E *[ S (2) | S (1)  120]    p  S (2)   | S (1)  120  144    108    132  S (1)(1  r )
                                                                    
                                                                     3         
                                                                                  3
                                                                                                               (1)
                            

ในทำนองเดียวกัน ถ้า S (1)  90 จะได้ว่า
                                                                   2       1
E *[ S (2) | S (1)  90]    p  S (2)   | S (1)  90  108    81   99  S (1)(1  r )
                                                                           
                                                                                                               (2)
                                                                  3        3
โดย (1) และ (2) สรุปได้ว่า
                                         E *[ S (2) | S (1)]  S (1)(1  r )                                   (3)
เมื่อคูณ (1  r ) ตลอด (3) จะได้
                2



                                                E *[ S (2)(1  r )2 | S (1)]  S (1)(1  r )1                (4)
นั่นคือ
                                                     E *[ S(2) | S (1)]  S(1)                               (5)
เมื่อ S (n)  S (n)(1  r )
                          n



เรียกความสัมพันธ์ตามสมการ (5) ว่า สมบัติมาร์ทิงเกลของราคาหุ้น                                                  


แนวคิดจากตัวอย่างข้างต้น ทำให้ทราบว่าเมื่อ คาบเวลาที่ 1 ได้ผ่านไปแล้ว และทราบราคาของหุ้น
เท่ ากับ S (1) แล้ ว ณ คาบเวลาที่ 2 ซึ่งเป็น เวลาในอนาคต (ราคาคาหุ้ น S (2) ยังไม่ ทราบค่า) ค่า
คาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยงของราคาคาหุ้น S (2) จะมีความสัมพันธ์อย่างไรกับราคาหุ้น
S (1) ภายใต้แบบจำลองราคาทวิภาค



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                               93
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่ทฤษฎีบท 2.24 และสมบัติมาร์ทิงเกลของราคาหุ้น นั่นคือ สำหรับคาบเวลาที่
n   ใด ๆ หากสมมติว่า คาบเวลาที่ n ได้ผ่านไปแล้ว และทราบราคาของหุ้น S (n) เราต้องการทราบ
ว่าค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยงของราคา S (n 1) มีความสัมพันธ์อย่างไรกับราคาหุ้น
S ( n)

ทฤษฎีบท 2.24 กำหนดให้ S (n) เป็นราคาหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่ทราบ ที่เวลา t  n ค่าคาดหวังความ
เป็นกลางต่อความเสี่ยงแบบมีเงื่อนไขของ S (n 1) จะเท่ากับ
                                           E *[ S (n  1) | S (n)]  S (n)(1  r )                             (2.45)
พิสูจน์ สมมติให้ S (n)  x เมื่อเวลาผ่านไป n คาบ




                            รูปที่ 2.9 ต้นไม้ทวิภาคราคาหลังจากทราบราคาที่เวลา n
จะได้
                                                                                                         
          E *[ S (n  1) | S (n)  x]  p * x(1  u )  (1 p*) x(1  d )  x 1   p * (1  d)
                                                                                     p * u           (2.46)
                                                                                            r          

เนื่องจาก                                       E *[ K (1)]  p * u  (1 p*)d  r

ดังนั้น
                                   E *[ S (n  1) | S (n)  x]  x 1  r   S (n) 1  r                       


ทฤษฎีบท 2.24 ทำให้ทราบว่าค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยงของราคา S (n 1) เมื่อเวลา
n   ได้ผ่านไปแล้ว (ทราบราคา S (n) แล้ว) เท่ ากับ มูลค่าสะสมของราคา S (n) ด้วยอัตราดอกเบี้ ย
ปราศจากความเสี่ยง r เป็นเวลา 1 คาบ

             จากสมการ (2.45) ถ้าคูณด้วย (1  r )           ( n 1)
                                                                      ทั้งสองข้าของสมการ จะได้
                               E *[ S (n  1)(1  r )( n1) | S (n)]  S (n)(1  r )n                        (2.47)
กำหนดให้ S (n)  S (n)(1  r ) จะได้n




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

94                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
                                     E *[ S (n  1) | S (n)]  S (n)                             (2.48)
ในที่นี้เรียก S (n)  S (n)(1  r ) ว่า ราคาหุ้นส่วนลด (discounted stock prices)
                                n




บทแทรก 2.25 (สมบัติของมาร์ทิงเกล) กำหนดให้ S (n)  S (n)(1  r ) เป็นราคาหุ้นส่วนลด
                                                                            n




จะได้ว่า E *[S (n 1) | S (n)]  S (n) สำหรับทุก ๆ n  0,1, 2,...

         จากบทแทรก 2.25 จะเห็นว่า ค่าคาดหวังของราคาหุ้นส่วนลดของคาบถัดไป (คาบเวลาที่
n 1   ) เมื่อทราบราคาในปัจจุบัน (คาบเวลาที่ n ) จะเท่ากับราคาหุ้นส่วนลดในปัจจุบัน ซึ่งจะกล่าว
ว่า ราคาหุ้นส่วนลด S (n) ก่อกำเนิดมาร์ทิงเกล ภายใต้ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
p * และ กล่าวว่า p * เป็น ความน่าจะเป็นมาร์ทิงเกล


ตัวอย่างที่ 2.15 กำหนดอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้เท่ากับ 0.2 ต่อปี จงหาค่าคาดหวังความเป็น
กลางต่อความเสี่ยงแบบมีเงื่อนไขของราคาหุ้น S (3) เมื่อกำหนดราคาหุ้น S (2)  110 บาท
วิธีทำ จากทฤษฎีบท 2.23, E *[S (n 1) | S (n)]  S (n)(1  r )
จะได้                E *[ S (3) | S (2)]  S (2)(1  r )  110(1  0.2)  132

ดังนั้น ค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยงแบบมีเงื่อนไขของราคาหุ้น S (3) เมื่อกำหนดราคา
หุ้น S (2)  110 บาท เท่ากับ 132 บาท                                                   


ตั ว อย่ า งที่ 2.16 (การตรวจสอบสถานะพอร์ ต ด้ ว ยสมบั ติ ม าร์ ทิ ง เกล) สมมติ นั ก ลงทุ น ถื อ หุ้ น
 S (0) = 100 บาท โดยคาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามตัวแบบต้นไม้ทวิภาค
2 คาบเวลาและหากราคาหุ้ น ขึ้น จะขึ้น ด้ว ยอัต รา u = 0.2 ต่อคาบและหากราคาหุ้ น ลงจะลงด้ว ย
อัตรา d = −0.1 ต่อคาบ สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปราศจากความเสี่ยงเท่ากับ 4% ต่อปีทบต้นทุก 3
เดือน จงตรวจสอบสถานะพอร์ตด้วยสมบัติมาร์ทิงเกล
วิธีทำ 1) คำนวณความน่าจะเป็นแบบความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
ในที่นี้ u = 0.2 , d = −0.1
                          =  , r 0.04
                                  =   / 4 0.01
         r − d 0.01 − (−0.1) 0.11
จะได้ =
      p*   =            =         ≈ 0.3667 และ 1 − p* ≈ 0.6333
              u−d        0.2 − (−0.1)           0.3
      2) ราคาหุ้นและราคาหุ้นส่วนลดในตัวแบบต้นไม้ 2 คาบเวลา
จากข้อมูลราคาของหุ้นเคลื่อนไหวตามตัวแบบต้นไม้ 2 คาบเวลา เป็นดังตารางต่อไปนี้

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                           95

                                 S (0)         S (1)       S (2)
                                    t=0         t=1          t=2
                                    100         120          144
                                                 90          108
                                                              81

ต่อไปจะคำนวณราคาหุ้นส่วนลดในตัวแบบต้นไม้ 2 คาบเวลา S (n)  S (n)(1  r )   n



S=
  (0) S (0)(1.01) = −0
                        S=(0) 100 , S (1) = S (1)(1.01) −1 และ S (2) = S (2)(1.01) −2
ผลลัพธ์ที่ได้แสดงดังตารางต่อไปนี้
                                     S (0)       S (1)      S (2)
                                         t=0       t=1          t=2
                                         100    118.81       141.16
                                                 89.11       105.87
                                                              79.40
3) การตรวจสอบสมบัติมาร์ทิงเกล E *[S (n 1) | S (n)]  S (n)
E *[ S (1) | S (0) =
                    100] =
                         0.3667(118.81) + 0.6333(89.11) =100.00 =S (0)
E *[ S (2) | S (1) =
                    120] =
                         0.3667(141.16) + 0.6333(105.87) =118.81 = S (1)
E *[ S (2) | S (1) =
                    90] =
                        0.3667(105.87) + 0.6333(79.40) =     S (1)
                                                       89.11 =
จากผลการคำนวณจะเห็นว่า E *[S (n 1) | S (n)]  S (n) สำหรับทุก ๆ n  1, 2
ดังนั้น ราคาหุ้นส่วนลด S (n) จึงมี สมบัติมาร์ทิงเกล ภายใต้ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความ
เสี่ยง ( p* ) ซึ่งแปลความได้ว่า
      1) พอร์ตการลงทุนที่อิงจากหุ้นนี้ ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะมีกำไรหรือขาดทุนโดยเฉลี่ยในอนาคต
          — กล่าวคือ ค่าคาดหวังของมูลค่าพอร์ตในอนาคตจะเท่ากับค่าปัจจุบัน
      2) เราสามารถใช้ ราคาหุ้ น ส่ ว นลด S (n) เป็ น เครื่ องมื อวิ เคราะห์ ว่า พอร์ตของเรามีการ
          ป้องกันความเสี่ยงอย่างสมบูรณ์หรือไม่
               o ถ้า S ( n) เป็นมาร์ทิงเกล → พอร์ตมีสถานะป้องกันความเสี่ยงสมดุล

               o ถ้าไม่เป็น → อาจมีช่องว่างหรือความเสี่ยงที่ยังไม่ได้ถูกป้องกัน

      3) สามารถใช้ สมบัติมาร์ทิงเกลของ S (n) เป็น พื้นฐานในการสร้างกลยุทธ์ลงทุนแบบ Delta-

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

96                                                                   อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
        Neutral หรือ Portfolio Immunization
           o เพราะกลยุ ท ธ์ เ หล่ า นี้ ต้ อ งการให้ พ อร์ ต ไม่ ต อบสนองเชิ ง กํ า ไร/ขาดทุ น ต่ อ การ

               เคลื่อนไหวของราคาในอนาคต
           o การที่ ร าคาหุ้ น ส่ ว นลดมี ส มบั ติ ม าร์ ทิ ง เกลช่ ว ยยื น ยั น ว่ า พอร์ ต จะไม่ ค าดหวั ง

               ผลตอบแทนเกินกว่าความเป็นจริงในเชิงสถิติ                                                  


หมายเหตุ: การลงทุนแบบ Delta-Neutral เป็นกลยุทธ์ที่ปรับพอร์ตให้ไม่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของ
ราคาหลักทรัพย์ในระยะสั้น โดยกำหนดให้ค่า ∆ ของพอร์ตโดยรวมเท่ากับศูนย์ โดยที่ค่า ∆ ของ
พอร์ต คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าพอร์ตเมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนไป 1 หน่วย
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ∆ = ∂V เมื่อ V คือมูลค่าพอร์ต และ S คือราคาสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น
                           ∂S
หากพอร์ตมีค่า ∆ =0 แสดงว่ามูลค่าพอร์ตไม่เปลี่ยนแปลงหากราคาหุ้นเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย

2.7 ทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์

        ในการกำหนดราคาสินทรัพย์ทางการเงิน เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือออปชัน หลักการสำคัญ
ที่รับ รองความสมเหตุ สมผลของราคาคือ “การไม่มีช่องทางในการทํ ากํ าไรโดยปราศจากความ
เสี่ยง” หรือที่เรียกว่า หลักการปราศจากการค้ากำไร (no-arbitrage principle)
        ทฤษฎี บ ทหลั ก มู ล การกํ า หนดราคาสิ น ทรั พ ย์ เป็ น เสาหลั ก สํ า คั ญ ของการเงิ น เชิ ง
คณิตศาสตร์ ซึ่งระบุเงื่อนไขที่จำเป็นและเพียงพอสำหรับการมีอยู่ของการกำหนดราคาสินทรัพย์อย่าง
เหมาะสมภายใต้แบบจำลองความน่าจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทฤษฎีบทนี้แสดงให้เห็นว่า การไม่มี
อาร์บิทราจมี ความสมมู ลกับการมีอยู่ของความน่ าจะเป็นที่ เรียกว่า “ความเป็นกลางต่อความ
เสี่ ย ง” (risk-neutral probability) ซึ่ งสามารถนํ ามาใช้ ป ระเมิ น มู ล ค่ าของตราสารอนุ พั น ธ์ใน
แบบจำลองต่าง ๆ
        ในหัวข้อนี้ จะกล่าวถึงแนวคิดนี้ผ่านกรอบของ แบบจำลองต้นไม้ทวิภาค ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น
สำคัญ ในการพั ฒ นาสู่ แบบจํ าลองที่ซับซ้ อนยิ่งขึ้น เช่ น แบบจำลอง Black-Scholes ที่ใช้ในตลาด



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                         97
การเงินจริง ทฤษฎีบทนี้ไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังมี บทบาทในการพัฒนา
เครื่องมือกำหนดราคาและบริหารความเสี่ยงในตลาดทุนทั่วโลก
                                                                           
          พิจารณาแบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคที่มี K (n)  ud ;;  และ r เป็นอัตราดอกเบี้ยจาก
                                                                           
การลงทุนที่ปราศจากความเสี่ยง (ตราสารหนี้) จะได้ความสัมพันธ์ระหว่างหลักการปราศจากการค้า
กำไร กับ d , u และ r ดังนี้
ทฤษฎี บท 2.26 แบบจำลองราคาต้น ไม้ทวิภาคจะสอดคล้องกับ หลักการปราศจากการค้ากำไรก็
ต่อเมื่อ d  r  u
พิสูจน์ เนื่องจากต้นไม้ทวิภาค 1 คาบเวลา ก่อกำเนิด ต้นไม้ทวิภาค n คาบเวลา ดังนั้นเพียงพอที่จะ
พิจารณาเพียงต้นไม้ทวิภาค 1 คาบเวลา เท่านั้น
(  ) สมมติว่าแบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคสอดคล้องกับหลักการปราศจากการค้ากำไร และสมมติ
โดยให้เกิดข้อขัดแย้งว่า r  d หรือ r  u
ถ้า r  d ที่ เวลา t  0 สามารถทํ าธุรกรรมได้ดังนี้ ยืมเงิน จํ านวน S (0) บาท อัต ราดอกเบี้ย r
จากนั้นนำเงินที่ได้ ไปซื้อหุ้น 1 หุ้น ซึ่งจะทำให้ได้ V (0)  0 รอจนถึงเวลา t  1 ให้ทำธุรกรรมได้
ดังนี้ ขายหุ้นที่มีอยู่ 1 หุ้น รับเงิน S (1) บาทและคืนเงินที่ยืมมาเป็นเงิน S (0)(1  r ) บาท
                                                (1  u ) S (0)  S (0)(1  r ) ; 
ดังนั้นจะได้   V (1)  S (1)  S (0)(1  r )  
                                                 (1  d ) S (0)  S (0)(1  r ) ; 
                               u  r ;  
                       S (0) 
                                           0   (  r  d  u  0  d r  ur )
                                 d  r ; 
                                 
                               

ซึ่งขัดแย้งกับหลักการปราศจากการค้ากำไร
ถ้า r  u ที่เวลา t  0 สามารถทำธุรกรรมได้ดังนี้ ยืมหุ้น 1 หุ้นมาขาย รับเงิน S (0) บาท นำเงินที่
ได้ไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ย r ซึ่งจะทำให้ได้ V (0)  0 รอจนถึงเวลา t  1 ให้ทำ
ธุรกรรมได้ดังนี้ ขายตราสารหนี้รับเงิน S (0)(1  r ) บาท ซื้อหุ้นคืน 1 หุ้นจ่ายเงิน S (1) บาท
                                                r  u ;  
ดังนั้น   V (1)  S (0)(1  r )  S (1)  S (0) 
                                                            0 (  d  u  r  0  r  u  r  d )
                                                   r  d ; 
                                                 
                                                   

ซึ่งขัดแย้งกับหลักการปราศจากการค้ากำไร


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

98                                                                         อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
จากทั้งสองกรณีจึงทำให้สรุปได้ว่า d  r  u
(  ) สมมติว่า d  r  u จะแสดงว่า แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคสอดคล้องกับหลักการปราศจาก
การค้ากำไร ให้ [ x, y] เป็นพอร์ตการลงทุน ซึ่ง V (0)  0 จะได้
                                        xS (0)  yA(0)  0                                              (1)
จากสมการ (1) ทำให้ [ x, y]  [ x,  SA(0)
                                       (0)
                                           x] และเนื่องจาก V (1)  xS (1)  yA(1) และ V (1)  0


(เงื่อนไข solvency) ทำให้ได้
                       
                                             S (0) 
                       
                        x(1  u ) S (0)        x A(0)(1  r ) ; 
                       
                                            A(0)                                u  r ; 
                       
               V (1)                                                     xS (0)              0    (2)
                       
                                              S (0)                              d  r ; 
                        x(1  d ) S (0)         x A(0)(1  r ) ; 
                       
                                             A(0) 
                       
                       
เนื่องจาก d  r  u  d  r  0  u  r ส่งผลให้ x  0 ดังนั้นได้                  V (1)  0

จึงสามารถสรุปได้ว่า แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคสอดคล้องกับหลักการปราศจากการค้ากำไร                       


ทฤษฎีบท 2.27 แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคจะสอดคล้องกับหลักการปราศจากการค้ากำไร ก็
ต่อเมื่อ มีความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p * ซึ่ง 0  p*  1
พิสูจน์ ได้โดยตรงจาก ตัวอย่างที่ 2.12 และ ทฤษฎีบท 2.26                                                  


ทฤษฎีบท 2.28 (ทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์)
หลักการปราศจากการค้ากำไร สมมูลกับ การมีความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง P * บน
ปริภูมิความน่าจะเป็นของสถานการณ์  ซึ่ง P * ( )  0 สำหรับ แต่ละสถานการณ์    และ
ราคาหุ้นส่วนลด S(n)  S (n)(1  r ) สอดคล้องกับเงื่อนไข
                                      n




                                           E *[ S(n  1) S (n)]  S(n)

สำหรับทุก ๆ n  0,1, 2,...
โดย บทแทรก 2.25 และทฤษฎีบท 2.28 ทำให้ได้ว่าทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์เป็น
ทฤษฎีที่แสดงความสมมูลระหว่างหลักการปราศจากการค้ากำไรกับสมบัติมาร์ทิงเกล นั่นเอง



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                           99

ตัวอย่างที่ 2.17 กำหนดอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้เท่ากับ 8 % ต่อปี และสมมติว่า ราคาหุ้นมี
การเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ที่เป็นไปได้ 4 สถานการณ์ ดังนี้
                       สถานการณ์             S (0)           S (1)           S (2)
                           1                 100             110             122
                           2                 100             110             108
                           3                 100             90              100
                           4                 100             90              90

จงตรวจสอบว่าการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตามสถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการปราศจาก
การค้ากำไรหรือไม่
วิธีทำ โจทย์กำหนดให้ r  0.1 และจากตารางแสดงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามารถเขียนแทน
ด้วยแผนภาพต้นไม้ได้ดังนี้




เมื่อ a*, b * และ c * เป็นความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงแต่ละขั้วกิ่งของต้นไม้ดังรูป
จากแผนภาพคำนวณ a*, b * และ c * ได้ดังนี้
         0.08  (10 / 100)
a* 
        10 / 100  (10 / 100)
                                0.9   , b * (120.08  (2 / 110)
                                                  / 110)  (2 / 110)
                                                                       0.7714 และ

          0.08  0
c*                    0.72
        (10 / 90)  0
จะได้                P * (1 )  a *b *  0.9(0.7714)  0.69426

                     P * (2 )  a *1 b *  0.9(0.2286)  0.20574

                     P * (3 )  1 a *c *  0.1(0.72)  0.072

                     P * (4 )  1 a *1 c *  0.1(0.28)  0.028

ดังนั้น มีความน่ าจะเป็ น ความเป็ น กลางต่ อความเสี่ย ง P * ซึ่ง P * ( )  0 สำหรับ ทุก ๆ   
ต่อไปคํ านวณราคาหุ้ น ส่ วนลดจาก S(n)  S (n)(1  r ) สำหรับ ทุก ๆ n  0,1 ซึ่งจะได้แผนภาพ
                                                            n



ต้นไม้ของราคาส่วนลด S(n) ดังนี้
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

100                                                                    อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




จากแผนภาพคำนวณ E *[S(n 1) S (n)] สำหรับทุก ๆ n  0,1 ได้ดังนี้
E *[ S(1) S (0)  100]  0.9(110)(1.081 )  0.1(90)(1.081 )  100  S(0)

E *[ S(2) S (1)  110]  0.7714(122)(1.082 )  0.2286(108)(1.082 )

                        101.8515  108(1.081 )  S(1)

 E *[ S(2) S (1)  90]  0.72(100)(1.082 )  0.28(90)(1.082 )

                         83.33  90(1.081 )  S(1)
ดังนั้น โดยทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตามสถานการณ์
ดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการปราศจากการค้ากำไร                                     



2.8 แบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค

         แบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค (Trinomial Tree Price Model) เป็นการขยายแนวคิดจาก
แบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาคของ Cox, Ross และ Rubinstein โดยเพิ่มจำนวนกิ่งในแต่ละช่วงเวลา
จากเดิมที่ราคาสามารถ "เพิ่มขึ้น" หรือ "ลดลง" เท่านั้น ให้สามารถ "เพิ่มขึ้น" "ลดลง" หรือ "ทรงตัว"
ได้ นั่ น หมายความว่ าการเคลื่ อ นไหวของราคาสิ น ทรัพ ย์ ในแต่ ล ะช่ ว งเวลาสามารถเกิ ด ขึ้ น ได้ 3
ทางเลือก ทำให้แบบจำลองมีความยืดหยุ่นและสามารถสะท้อนพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ในโลก
จริงได้ดียิ่งขึ้น แบบจำลองนี้ได้รับความนิยมในวงการการเงิน โดยเฉพาะในการกำหนดราคาตราสาร
อนุพันธ์ เช่น ออปชัน ซึ่งมีลักษณะซับซ้อนหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ออปชันแบบอเมริกัน หรือออป
ชันที่สามารถใช้สิทธิได้หลายช่วงเวลา การใช้แบบจำลองต้นไม้ไตรภาคช่วยให้การประมาณค่ามีความ
แม่นยำมากขึ้นเมื่อเทียบกับแบบจำลองสองกิ่ง โดยเฉพาะเมื่อจำนวนช่วงเวลาในแบบจำลองมีจำกัด



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                               101
        ในหัวข้อนี้ จะกล่าวถึงโครงสร้างของแบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค พร้อมทั้งเงื่อนไขที่ใช้ใน
การสร้ างโมเดล ตลอดจนการคํ านวณค่ าความน่ า จะเป็ น และการนํ า ไปใช้ ในการกํ า หนดราคา
สินทรัพย์ทางการเงิน
        แบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค เป็นแบบจำลองที่ขยายแนวความคิดของแบบจำลองราคา
ต้นไม้ทวิภาคของ K (n) จากต้นไม้ 2 กิ่ง ไปยังต้นไม้ 3 กิ่ง ดังนั้นการเคลื่อนไหวของราคาจะไม่ได้มี
เฉพาะแค่ขึ้นกับลงเท่านั้น แต่จะมีการเคลื่อนไหวของราคาที่อยู่ระหว่าง 2 กิ่งนั้น คือมีการเคลื่อนไหว
ของราคาเป็นไปได้ 3 ทาง โดยแบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค มีเงื่อนไขดังนี้
        เงื่ อนไข tt-1 กํ าหนดให้ อั ต ราผลตอบแทนต่ อคาบ K (n) เป็ น ตัว แปรเชิ งสุ่ มที่ อิ ส ระกั น
นิยามในรูป
                                         u ; probability p
                                          
                                 K (n)  m ; probability q
                                           
                                                                                              (2.49)
                                            d ; probability 1 p  q

เมื่อ d  m  u และ 0  p, q, p  q  1
        เช่นเดียวกับในแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค u และ d แทนการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นและลง
ตามลำดับ ในขณะที่ m แทนการเคลื่อนไหวของราคาที่อยู่ระหว่างราคาที่เคลื่อนไหวขึ้นและลง ถ้า
m0    จะเรียกว่า ศูนย์กลางหลัก (typical neutral)
        เงื่อนไข tt-2 กำหนดให้ r เป็นอัตราผลตอบแทนต่อคาบของสินทรัพย์ไม่มีความเสี่ยงซึ่ง
คงที่ทุกคาบเวลาและ d  r  u

        เนื่องจาก S (1)  (1  K (1))S (0) โดยเงื่อนไข tt-1 จะได้ S (1) ดังนี้
                                         
                                          S (0)(1  u ) ; probability p
                                         
                                         
                                         
                                 S (1)  S (0)(1  m) ; probability q
                                         
                                                                                              (2.50)
                                         
                                         S (0)(1  d ) ; probability 1 p  q
                                         
                                         


ตัวอย่างที่ 2.18 จงเขียนต้นไม้ไตรภาคสำหรับ S (2) เมื่อสมมติว่าตลาดสอดคล้องตามเงื่อนไข tt-1
และ tt-2
วิธีทำ จากเงื่อนไข tt-1 เขียนแผนภาพต้นไม้ไตรภาคสำหรับตัวประกอบเงินสะสมได้ดังนี้


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

102                                                                       อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




           รูปที่ 2.10 ต้นไม้ไตรภาคตัวประกอบเงินสะสมของราคาที่เวลา t  2
จากแผนภาพ ได้
                                      S (0)(1  u ) 2            ; probability p 2
                                       
                                        S (0)(1  u )(1  m) ; probability 2 pq
                                         
                                          S (0)(1  u )(1  d ) ; probability 2 p (1 p  q )
                             S (2)                                                                   
                                          S (0)(1  m) 2         ; probability q 2
                                           
                                            S (0)(1  m)(1  d ) ; probability 2(1 p  q )q
                                                             2
                                              S (0)(1  d )     ; probability (1 p  q ) 2


จากเงื่อนไข สำหรับค่าคาดหวังความเป็นกลางต่อความเสี่ยง E *[ K (n)]  r จะได้ว่าความจะน่าเป็น
ความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p * และ q * สามารถเขียนได้อยู่ในรูป
                                   p * (u  r )  q * (m  r )  (1 p * q*)(d  r )  0            (2.51)

         เราสามารถพิ จ ารณาสามสิ่ ง อั น ดั บ ( p*, q*,1 p * q*) เป็ น เวกเตอร์ ใ น  ตั้ ง ฉากกั บ
                                                                                                 3




เวกเตอร์ (u  r , m  r , d  r ) ซึ่งเป็นเวกเตอร์ของกำไร(ขาดทุน) ต่อหุ้นต่อคาบเวลา นั่นหมายความว่า
( p*, q*,1 p * q*) เป็นจุดบนรอยตัดระหว่างระนาบ (a, b, c) | a, b, c  0, a  b  c  1 กับระนาบ

ซึ่งตั้งฉากกับเวกเตอร์ของกำไร (u  r , m  r , d  r ) ตามรูป ดังนี้




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                     103




                รูปที่ 2.11 เรขาคณิตของความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง

         เงื่อนไข tt-2 ยืนยันได้ว่ารอยตัดระหว่างระนาบสามเหลี่ยมกับระนาบซึ่งตั้งฉากกับเวกเตอร์
ของกำไร (u  r , m  r , d  r ) ไม่เป็นเซตว่าง เนื่องจากเวกเตอร์ (u  r , m  r , d  r ) ไม่ผ่านอัฏภาคที่
เป็ น บวก (positive octant) จะได้ ว่ า มี ค วามน่าจะเป็ น ความเป็น กลางต่อ ความเสี่ ย งเป็น จำนวน
อนันต์ค่าอยู่บนเส้นตรงซึ่งเป็นรอยตัดตามรูปที่ 2.11




    รูปที่ 2.12 อธิบายความหมายของความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงเชิงกลศาสตร์

นอกจากการพิจารณาความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงในเชิงเรขาคณิตตามรูปที่ 2.10
แล้ว ยังสามารถพิจารณาความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงในเชิงกลศาสตร์ บนคานสมดุล
ซึ่งมี r เป็นจุดหมุน โดยที่ q * เป็นแรงที่กระทำต่อวัตถุมวล m ซึ่งอยู่ระหว่างวัตถุปลายคานทั้งสอง
มวล d และ u และมีแรง 1 p * q * และ p * ตามลำดับ ดังรูปที่ 2.12
ตัวอย่างที่ 2.19 กำหนดให้ u  0.2 , m  0 , d  0.1 และ r  0 จงหาความน่าจะเป็นความเป็น
กลางต่อความเสี่ยงที่เป็นไปได้ทั้งหมด
วิธีทำ จากสมการ (2.51), p *(u  r )  q *(m  r )  (1 p * q*)(d  r )  0
โดยการแทนค่า ได้          p * (0.2  0)  q * (0  0)  (1 p * 0)(0.1 0)  0

โดยการแก้สมการ ได้          p*  1 / 3 และ q*  s สำหรับทุก ๆ 0  s  1


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

104                                                               อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์

เนื่องจาก 0 < p * + q*, q* < 1 ดังนั้น 0  s  23 ดังนั้นความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความ
                                         1 
เสี่ยงที่เป็นไปได้ทั้งหมด คือ (=                                
                                 p*, q*)  , s  | s ∈ (0, 2 / 3) 
                                         3                    
การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์
ผลลัพธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า มีชุดความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง ( p* , q* ) เป็น
จำนวนอนันต์ โดยมีลักษณะเป็นเส้นตรงบนระนาบ ซึ่งสามารถวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ได้ดังนี้
- แบบจำลองมีความยืดหยุ่นสูงในการประมาณพฤติกรรมของตลาดจริง
   ความน่าจะเป็น q* สามารถปรับค่าได้ในช่วง (0, 2 ) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของ
                                                      3
สินทรัพย์ เช่น หากสินทรัพย์มีแนวโน้มทรงตัวบ่อยกว่าขึ้นหรือลง ผู้ใช้แบบจำลองสามารถเลือก q*
ที่สูงขึ้นเพื่อสะท้อนลักษณะนี้
- เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนแบบ hedging หรือ delta-neutral
     ความยืดหยุ่นของ p* และ q* ช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถกำหนด hedge ratio ได้อย่าง
เหมาะสมกับลักษณะของราคาสินทรัพย์ในตลาดจริง
- สนับสนุนแนวคิดว่า ตลาดไม่จำเป็นต้องมี risk-neutral probability เดียว
     ในกรณีนี้มีชุดค่าความน่าจะเป็นที่ทำให้มาร์ทิงเกลเป็นจริงได้หลายค่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการประเมิน
ราคาตราสารอาจอยู่ในช่วง ไม่ใช่เพียงค่าเดียวแบบ deterministic
- ใช้วิเคราะห์ best-case / worst-case ของพอร์ตได้
     การเลือก q* ใกล้ 0 หรือ 2 / 3 สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับวิเคราะห์ผลกระทบสูงสุดและ
ตํ่าสุดต่อพอร์ตในสถานการณ์ต่าง ๆ
ดังนั้น จะเห็นว่าชุดความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง
                                         1                      
                                (=
                                  p*, q*)  , s  | s ∈ (0, 2 / 3) 
                                         3                      
แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการกำหนดความน่าจะเป็นภายใต้แบบจำลองต้นไม้ไตรภาค และ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ลงทุน การป้องกันความเสี่ยง และการวิเคราะห์เชิง
ความน่าจะเป็นของราคาสินทรัพย์ในระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ                       




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                                        105
หมายเหตุ: การลงทุนแบบ Hedging หมายถึง การจัดพอร์ตหรือทำธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยงจาก
การเปลี่ย นแปลงของราคาสิ น ทรัพ ย์ เช่ น การซื้อออปชัน หรือใช้ตราสารอนุ พัน ธ์เพื่ อชดเชยการ
เปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์หลัก

บทสรุปท้ายบทที่ 2

        บทที่ 2 ได้ อ ธิ บ ายแบบจํ า ลองราคาไม่ ต่ อ เนื่ อ ง ซึ่ ง เป็ น เครื่ อ งมื อ สํ า คั ญ ในการอธิ บ าย
พฤติกรรมราคาของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของตลาดทุนและตราสาร
อนุพันธ์ เนื้อหาในบทนี้ครอบคลุมตั้งแต่กลไกราคาและผลตอบแทน ไปจนถึงแบบจำลองโครงสร้าง
ต้นไม้ การวัดความเสี่ยง และทฤษฎีพื้นฐานที่ใช้ในการกำหนดราคาสินทรัพย์
    •   กลไกราคาและผลตอบแทน: ราคาสินทรัพย์มีลักษณะไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงตามตัว
        แปรสุ่ม เช่น ข่าวเศรษฐกิจ หรือพฤติกรรมนักลงทุน ตัวอย่างเช่น เมื่อมีข่าวดีเกี่ยวกับการ
        ขยายสนามบินของ A ราคาหุ้นจะมีแนวโน้มปรับขึ้น และสามารถจำลองสถานการณ์นี้ด้วย
        แบบจำลองต้นไม้ เพื่อพิจารณาความน่าจะเป็นของผลตอบแทนที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์
        ต่าง ๆ
    •   แบบจำลองต้นไม้ทวิภาคและไตรภาค: เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดราคาสินทรัพย์
        โดยสามารถนํ า ไปใช้ ในการประเมิ น ราคาคอลออปชั น เช่ น ในกรณี ศึ ก ษาของหุ้ น A
        นักวิเคราะห์สามารถใช้ Binomial Tree Model เพื่อประเมินมูลค่าคอลออปชันที่มีอายุ 3
        เดือน ราคาหุ้นปัจจุบัน 70 บาท และราคาใช้สิทธิ 72 บาท เพื่อพิจารณาว่าจะลงทุนในออป
        ชันหรือไม่ภายใต้สถานการณ์ราคาที่อาจ “ขึ้น” หรือ “ลง” ในแต่ละช่วงเวลา
    •   ความเป็ น กลางต่ อความเสี่ยง และ สมบั ติ มาร์ทิงเกล: แนวคิดเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุ น
        สามารถใช้ "มาตรวัดราคายุติธรรม" โดยไม่ขึ้นกับทัศนคติส่วนตัว ตัวอย่างเช่น ในการลงทุน
        หุ้น B ที่ มีความผั น ผวนตํ่ า นั กลงทุ น อาจประเมิ น ว่าราคาในอนาคตภายใต้ risk-neutral
        measure จะเท่ากับราคาปัจจุบันที่ถูกคิดลด ซึ่งช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์การลงทุนแบบ
        hedge หรือปรับนํ้าหนักพอร์ตตามมูลค่าที่แท้จริง


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

106                                                               อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
      •   ทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์: เป็นกรอบทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ตรวจสอบว่า
          แบบจํ าลองที่ ส ร้างขึ้น สามารถใช้ ได้ จ ริงหรือไม่ โดยตรวจสอบว่าไม่มีโอกาสค้ากำไรโดย
          ปราศจากความเสี่ ย ง (arbitrage) ตั ว อย่ า งเช่ น หากราคาคอลออปชัน ที่ คํ านวณได้ จ าก
          แบบจำลอง Binomial Tree ไม่สอดคล้องกับราคาตลาด อาจเป็นสัญญาณว่ามีโอกาสทำ
          กำไรหรือแบบจำลองยังไม่สมบูรณ์
          การประยุกต์ใช้จริงในวงการการเงิน
      •   ธนาคารเพื่ อการลงทุน ใช้แบบจำลองเหล่านี้ เพื่ อสร้างผลิตภัณ ฑ์ อนุ พัน ธ์ที่ซับ ซ้อน เช่ น
          Barrier Options หรือ Asian Options
      •   ผู้ จั ด การกองทุ น ใช้ Martingale property เพื่ อ ตรวจสอบกลยุท ธ์ Dynamic Hedging
          และทำให้แน่ใจว่าผลตอบแทนที่คาดหวังไม่เบี่ยงเบนจากสมมติฐานพื้นฐาน
      •   นั ก ลงทุ น รายย่ อย สามารถใช้ แบบจํ าลองต้น ไม้ร่วมกับ การวิเคราะห์ปั จ จัย พื้ น ฐานและ
          เทคนิค เช่น MACD หรือ RSI เพื่อประเมินโอกาสการซื้อขายในช่วงเวลาสั้น
แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่องจึงเป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นและทรงพลัง ไม่เพียงแต่ในเชิงทฤษฎี
แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงได้ในหลากหลายบริบท ทั้งในการวางแผนการลงทุน การกำหนด
ราคาสินทรัพย์ และการบริหารความเสี่ยง ทำให้ผู้เรียนมีพื้นฐานที่มั่นคงในการวิเคราะห์ตลาดและ
ตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

[1] Black, F., & Scholes, M. (1973). The pricing of options and corporate liabilities.
Journal of Political Economy, 81(3), 637–654. https://doi.org/10.1086/260062
[2] Cox, J. C., Ross, S. A., & Rubinstein, M. (1979). Option pricing: A simplified
approach. Journal of Financial Economics, 7(3), 229–263.
https://doi.org/10.1016/0304-405X(79)90015-1



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                      107
[3] Delbaen, F., & Schachermayer, W. (1994). A general version of the fundamental
theorem of asset pricing. Mathematische Annalen, 300(1), 463–520.
https://doi.org/10.1007/BF01450498
[4] Harrison, J. M., & Kreps, D. M. (1979). Martingales and arbitrage in multiperiod
securities markets. Journal of Economic Theory, 20(3), 381–408.
https://doi.org/10.1016/0022-0531(79)90043-3
[5] Hull, J. C. (2017). Options, futures, and other derivatives (9th ed.). Pearson.
[6] Merton, R. C. (1973). Theory of rational option pricing. The Bell Journal of
Economics and Management Science, 4(1), 141–183.
https://doi.org/10.2307/3003143




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

108                                                                  อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2

1) พิ จ ารณาแบบจํ าลองราคาแบบเวลาไม่ ต่ อ เนื่ อ งของหุ้ น S ที่ ป ระกอบด้ ว ย 2 คาบเวลา ดั ง
แผนภาพ




และกำหนดให้ r เป็นอัตราดอกเบี้ยต่อคาบของตราสารหนี้ A จงหา a , b และ c ซึ่งเป็นความ
น่ าจะเป็ น ความเป็ น กลางต่ อ ความเสี่ ย งในเทอมของ r พร้อ มทั้ งตรวจสอบว่าแบบจำลองราคา
สอดคล้องกับทฤษฎีบทหลักมูลการกำหนดราคาสินทรัพย์หรือไม่

2) พิจารณาตลาดซึ่งมี 3 สถานการณ์ คือ  ,  และ  ตามลำดับ โดยราคาและสถานการณ์
                                               1   2         3


สามารถเขียนตารางแสดงได้ดังนี้
                       สถานการณ์       S (0)       S (1)     S (2)       S (3)

                           1          100         120       120         125
                           2          100         90        120         110
                           3          100          90       110         120

        2.1) จากสถานการณ์ที่กำหนดให้จงเขียนเป็นต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคา
        2.2) จงคำนวณหา K (n)
        2.3) จงคำนวณหา k (n) เมื่อกำหนดจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้นต่อคาบ
        2.4) สมมติว่าความน่าจะเป็นของการเกิดสถานการณ์  ,  และ  เป็น 0.5, 0.3 และ
                                                                     1   2       3


0.2 ตามลำดับ จงหาค่าคาดหวังของ K (1,3)

3) สมมติว่าราคาหุ้น S เป็นไปตามแบบจำลองราคาต้นไม้ทวิภาค และ กำหนดให้
                                  0.2 ; probability p
                        K (n)  
                                0.05 ; probability 1 p


วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                          109
กำหนดให้ S (0)  100 ถ้าความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงเท่ากับ 0.6 จงหาค่าคาดหวัง
ความเป็นกลางต่อความเสี่ยงแบบมีเงื่อนไขของราคาหุ้น S (3) เมื่อกำหนดราคาหุ้น S (2) บาท

4) จากโจทย์ขอ้ 3) จงหาราคาหุ้นส่วนลด (discounted stock prices) ของคาบเวลาที่ 3

5) พิจารณาตลาดซึ่งมี 3 สถานการณ์ คือ ตลาดขาขึ้น ตลาดขาลง และตลาดไม่มีทิศทาง แทนด้วย
1 , 2 และ 3 ตามลำดับ โดยราคาและสถานการณ์สามารถเขียนตารางแสดงได้ดังนี้


                            สถานการณ์     S (0)    S (1)       S (2)

                                 1        90      100         110
                                 2        90       80         90
                                 3        90      110         99

จากสถานการณ์ที่กำหนดให้ จงเขียนเป็นต้นไม้การเคลื่อนไหวของราคาดังกล่าว

6) จากข้อ 5) โดยสมมติว่าความน่าจะเป็นของการเกิดสถานการณ์ เป็น 0.5, 0.2 และ 0.3
ตามลำดับ จงคำนวณค่าของ E[ K (t )] และ E[k (t )] ในกรณีต่อไปนี้
        6.1) ไม่มีการจ่ายเงินปันผล
        6.2) มีการจ่ายเงินปันผล 1.50 บาทต่อหุ้น

7) กำหนดให้ i เป็นอัตราดอกเบี้ยของตราสารหนี้ A ซึ่ง 100 A(2)  A(0)  5,568 , A(0)  50
และสมมติว่าราคาของหุ้น S เป็นไปได้ 4 สถานการณ์ คือ  ,  ,  และ  ดังนี้
                                                           1   2       3   4




                          สถานการณ์      S (0)     S (1)           S (2)

                               1        100       110             120
                               2        100       110             115
                               3        100       90              100
                               4        100       90              80

ให้ p * , q * และ r * ความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงในกิ่งราคาของแต่ละขั้วกิ่งดังรูป
วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

110                                                              อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์




จงแสดงว่าการกำหนดราคาของหุ้นสอดคล้องหลักการปราศจากการค้ากำไร หรือไม่

8) สมมติให้ราคาหุ้น S (t ) เป็นไปตามแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค จงคำนวณหา u และ d ที่ทำให้
         90 ; 
S (1)              และ S (2)  89 ; 
          73 ; 


                                                                            
9) สมมติให้ราคาหุ้น S (t ) เป็นไปตามแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค และ K (n)  ud ;;  ซึ่งทำให้
                                                                            
         112 ; 
          
S (2)  104 ;  or 
           
                             ถ้า S (0)  100 แล้ว จงหา S (3)
            96 ; 


10) สำหรับแบบจำลองราคาต้นไม้ไตรภาค กำหนดให้ u  0.12 , m  0.05 , d  0 และ r  0.1 จง
หาความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงที่เป็นไปได้ทั้งหมด

11) สมมติให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้เท่ากับ 3.5 % ต่อปี และราคาปัจจุบันของหุ้นบริษัท
หนึ่ง S (0) = 20 บาท และอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นแต่ละขั้วโหนดเท่ากับ
         
          0.08 ; 
K ( n)  
                   สำหรับทุก ๆ n  1, 2,3,... จงแสดงว่า สำหรับทุกๆ n  0,1, 2,3 การ
         
         0.02 ; 
         
เคลื่อนไหวของราคาหุ้น S (n) สอดคล้องกับสมบัติมาร์ทิงเกล

12) กำหนดให้ A เป็นราคาของตราสารหนี้ ซึ่ง A(0) = 50 บาท และอัตราดอกเบี้ยคิดทบต้นของ
ตราสารหนี้ เท่ากับ 4% ต่อปี สมมติว่าราคาของหุ้น S เป็นไปได้ 4 สถานการณ์ คือ ω1 , ω2 , ω3
และ ω4 ดังนี้ สำหรับ         t = 0,1, 2 (ปี)



วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

บทที่ 2 แบบจำลองราคาไม่ต่อเนื่อง                                                       111
                 สถานการณ์          S (0)            S (1)            S (2)
                    ω1               90              100                 120
                    ω2               90              100                 102
                    ω3               90               80                 100
                    ω4               90               80                 75

         12.1) จงคำนวณหาความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง P * (k ) สำหรับทุกๆ
k  1, 2,3, 4
         12.2) จงวิเคราะห์แนวโน้มของราคาหุ้นจาก E [ S (2)]
         12.3) จากการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาหุ้นในข้อ 12.2) หากนักลงทุนลงทุนในหุ้นควร
เลือกเปิดสถานะชอร์ต หรือ สถานะลอง กำหนดให้วงเงินในการทำชอร์ตหรือลองเท่ากับ 100,000
บาท พร้อมทั้งหาค่าคาดหวังของอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุน (ของพอร์ตการ
ลงทุน)
13) (การตรวจสอบสมบัติมาร์ทิงเกลของราคาหุ้น) ราคาหุ้นตัวหนึ่งมีมูลค่าเริ่มต้นที่ S0 = 100 บาท
โดยมีการเคลื่อนไหวตามแบบจำลองต้นไม้ทวิภาค 2 คาบ ดังนี้ หากราคาหุ้นขึ้น จะเพิ่มขึ้น 20% ต่อ
คาบ หากราคาหุ้นลง จะลดลง 10% ต่อคาบ กำหนดอัตราดอกเบี้ยปราศจากความเสี่ยง r = 0.05
ต่อคาบ
   13.1) เขียนแผนภาพต้นไม้ของราคาหุ้น St สำหรับ t = 0,1, 2
   13.2) คำนวณความน่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยง p*
   13.3) เขียนแผนภาพต้นไม้ของราคาหุ้นส่วนลดและตรวจสอบว่าตรวจสอบสมบัติมาร์ทิงเกลของ
ราคาหุ้นส่วนลด
14) (วิเคราะห์พอร์ต Delta-Neutral ด้วยการลงทุนสองสินทรัพย์) สมมุติว่าคุณลงทุนในหุ้นสองตัว
คือ A และ B โดยข้อมูลมีดังนี้
- หุ้น A มีราคาปัจจุบัน S A = 100 และค่า Delta ต่อการเปลี่ยนแปลง +1
- หุ้น B มีราคาปัจจุบัน S B = 200 และ ค่า Delta ต่อการเปลี่ยนแปลง -0.5

วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ข้อความด้านล่างเป็นผลสกัดจาก text layer เท่านั้น ยังไม่ตรวจเทียบภาพต้นฉบับ รวมถึงสมการ ตาราง รูป ลำดับอ่าน และอักขระไทย

112                                                          อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์
   14.1) ถ้าคุณต้องการสร้างพอร์ตที่มีค่า Delta รวมเป็นศูนย์ (Delta-Neutral) ควรลงทุนในหุ้น A
และ B ในสัดส่วนเท่าใด
   14.2) หากราคาหุ้น A เพิ่มขึ้น 10 บาท ค่าพอร์ตจะเปลี่ยนแปลงเท่าใด
   14.3) วิเคราะห์ว่า Delta-Neutral มีประโยชน์เช่นไรในการบริหารความเสี่ยง
15) (ตรวจสอบการไม่เกิด Arbitrage ด้วยสมบัติมาร์ทิงเกล) พิจารณาราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงได้ 4
สถานการณ์ใน 2 คาบแรก ดังนี้
                        สถานการณ์             S0       S1      S2
                        1                     100     110      122
                        2                     100     110      108
                        3                     100     90       100
                        4                     100     90       90


15.1) สมมุติว่าอัตราดอกเบี้ยปราศจากความเสี่ยงคือ r = 0.05 ต่อคาบ จงตรวจสอบว่ามีความ
น่าจะเป็นความเป็นกลางต่อความเสี่ยงที่ทำให้ราคาหุ้นส่วนลดมีสมบัติมาร์ทิงเกลหรือไม่
15.2) คำนวณ [ S2 ∣S1 = 110] และเปรียบเทียบกับ S1 ว่าตรงตามสมบัติมาร์ทิงเกลหรือไม่
15.3) วิเคราะห์ผลลัพธ์ในแง่ของหลักการปราศจากการค้ากำไร




วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ สาขาวิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อนุพันธ์ทางการเงินเชิงคณิตศาสตร์รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ

ค้นหาบทและหน้า

ปิด
คำค้นหา

© 2023 by QuantCorner, Thailand.

bottom of page