Foundations & Bachelier
เริ่มจากความต่างระหว่างสิทธิแบบยุโรปกับอเมริกัน แล้ววางฐานการกำหนดราคาแบบ Risk-neutral ก่อนเข้าสู่แบบจำลอง Bachelier
บทนำ (Introduction)
การพิจารณาอนุพันธ์ทางการเงิน (financial derivatives) มีรายละเอียดหลายอย่างนอกเหนือจากพื้นผิวความผันผวน (volatility surface) สิ่งสำคัญก่อนจะสร้างพื้นผิวดังกล่าวได้คือเราจำเป็นต้องทราบแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม เนื่องจากอนุพันธ์ถูกประยุกต์ในหลากหลายกรณี ผู้ใช้จึงมีโอกาสสับสนในการเลือกแบบจำลอง รวมถึงรายละเอียดของลักษณะออปชันซึ่งแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ออปชันแบบยุโรป (European option) ที่ใช้สิทธิได้เฉพาะ ณ วันครบกำหนด และออปชันแบบอเมริกัน (American option) ที่ใช้สิทธิได้ทุกเวลาก่อนหรือ ณ วันครบกำหนด โดยทั่วไปมูลค่าออปชันแบบอเมริกันไม่มีรูปแบบปิด (closed-form) ทำให้การคำนวณโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตามมีความพยายามประมาณมูลค่าออปชันแบบอเมริกันจากออปชันแบบยุโรปที่บวกด้วยส่วนเพิ่มของการใช้สิทธิล่วงหน้า (Early Exercise Premium) ก่อนจะไปถึงจุดนั้นเราจะแสดงภาพรวมความเป็นมาของแบบจำลองตามลำดับเวลา
Definition 1 (ออปชันและฟังก์ชันผลตอบแทน). ให้ StS_t แทนราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ เวลา tt ออปชันซื้อ (call) และออปชันขาย (put) ที่มีราคาใช้สิทธิ (strike) KK และวันครบกำหนด TT มีฟังก์ชันผลตอบแทน ณ เวลาครบกำหนดเท่ากับ
ภายใต้กรอบการกำหนดราคาแบบไร้การเก็งกำไร (no-arbitrage) มูลค่าของออปชันแบบยุโรป ณ เวลา tt เท่ากับค่าคาดหวังของผลตอบแทนที่คิดลด ภายใต้มาตรวัดความน่าจะเป็นเชิงกลาง-ความเสี่ยง (risk-neutral measure) Q\mathbb{Q}
แบบจำลองบาเชอลิเย (Bachelier Model, 1900)
แบบจำลองแรกเริ่มถูกเสนอโดยนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส หลุยส์ บาเชอลิเย (Louis Bachelier) ในวิทยานิพนธ์ปี ค.ศ. 1900 (Bachelier 1900) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงไป บาเชอลิเยเสนอให้ใช้สมมติฐานการเคลื่อนที่แบบบราวน์ (Brownian Motion) และสมมติว่าราคาสินทรัพย์มีการกระจายตัวแบบปกติ (Normal Distribution) ผลพลอยได้ประการหนึ่งของข้อสมมตินี้คือราคาสินทรัพย์สามารถมีค่าติดลบได้ ซึ่งในยุคหลังเคยถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนของแบบจำลอง แต่กลับกลายเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นในบางสถานการณ์ดังจะกล่าวถึงด้านล่าง งานของบาเชอลิเยเป็นพื้นฐานของการศึกษาแบบจำลองที่อธิบายพฤติกรรมของกระบวนการสุ่ม เมื่อสังเกตราคาสินทรัพย์ที่เคลื่อนที่แบบสุ่มเชิงเลขคณิต (Arithmetic Brownian Motion, ABM) แม้แบบจำลองนี้จะถูกเสนอตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 แต่ก็ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในช่วงวิกฤตโควิด-19 (Covid-19) เมื่อเกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันดิบติดลบ จนกระทั่ง CME ได้ออกประกาศ CME Advisory #20-152 (วันที่ 8 เมษายน 2020) และ #20-171 (วันที่ 21 เมษายน 2020) (CME Group 2020a, 2020b) เพื่อเปลี่ยนกลับมาใช้แบบจำลองบาเชอลิเยสำหรับการกำหนดราคาออปชันบนสัญญาที่ราคาอ้างอิงอาจติดลบได้
Assumption 2 (พลวัตแบบ ABM). ให้ FtF_t เป็นราคาฟอร์เวิร์ดของสินทรัพย์ที่ครบกำหนด ณ TT ภายใต้มาตรวัดเชิงกลาง-ความเสี่ยงและอัตราดอกเบี้ยคงที่ โดยเป็นไปตามสมการเชิงอนุพันธ์สโทแคสติก (Stochastic Differential Equation, SDE)
Theorem 3 (สูตรราคาออปชันบาเชอลิเย). ภายใต้สมมติฐาน 2 และอัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยงคงที่ rr ราคาออปชันซื้อแบบยุโรปที่มีราคาใช้สิทธิ KK และครบกำหนด TT เท่ากับ
Proof. จาก (1.2) เขียน FT=F0+σNT ZF_T = F_0 + \sigma_N\sqrt{T}\,Z โดย Z∼N(0,1)Z\sim\mathcal{N}(0,1) ดังนั้น
Remark 4. คุณสมบัติเด่นของ (1.5) คือมูลค่ายังคงนิยามได้แม้ F0<0F_0<0 หรือ K<0K<0 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ CME เลือกใช้แบบจำลองนี้ในช่วงราคาน้ำมันติดลบ ต่างจากแบบจำลองแบล็ก-โชลส์ที่ต้องการ ln(F0/K)\ln(F_0/K) และจึงไม่นิยามเมื่อราคาติดลบ.
Payoff และกำไรขาดทุน
เปิด JavaScript เพื่อปรับค่าห้องทดลองนี้ สมการและตัวอย่างในบทอ่านได้ตามปกติ
Normal กับ Lognormal
เปิด JavaScript เพื่อปรับค่าห้องทดลองนี้ สมการและตัวอย่างในบทอ่านได้ตามปกติ